จีนจัดทำรายการสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ที่จะได้รับการยกเว้นภาษี

สนข.Reuters รายงานเมื่อ 30 เม.ย.68 ว่า จีนจัดทำรายชื่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ (whitelist) ที่จะได้รับการยกเว้นไม่ถูกเก็บในอัตราร้อยละ 125    อาทิ ผลิตภัณฑ์ยาบางชนิด ไมโครชิป และเครื่องยนต์เครื่องบิน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างกัน  รายการสินค้าที่ได้ยกเว้นดังกล่าว เพิ่มเติมจากที่จีนระงับการเก็บภาษีนำเข้าก๊าซอีเทนจากสหรัฐฯ  จีนยังได้ติดต่อบริษัทของจีน เพื่อแจ้งให้ทราบถึงนโยบายข้างต้น พร้อมกับขอให้บริษัทต่าง ๆ ระบุสินค้าสำคัญที่ต้องการให้รัฐบาลยกเว้นภาษี รวมทั้งได้ทำการสำรวจบริษัทต่าง ๆ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ค้าขายกับสหรัฐฯ และประเมินผลกระทบต่อธุรกิจจีน อย่างไรก็ดี พณ.และกรมศุลกากรจีนยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อกรณีดังกล่าว

ผู้นำสหรัฐฯ เปลี่ยนที่ปรึกษาด้านความมั่นคง และเสนอชื่อผู้แทนสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ

  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 1 พฤษภาคม 2568 ประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าจะให้นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง แทนนายไมเคิล วอลซ์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งจะได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้แทนสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ (UN) แทน สำหรับการเปลี่ยนแปลงผู้ที่ดำรงตำแหน่งสำคัญครั้งนี้มีขึ้นหลังจากสื่อสหรัฐฯ เปิดเผยว่านายวอลซ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลสำคัญและนโยบายด้านการทหารของสหรัฐฯ โดยใช้แอปพลิเคชันที่ไม่ปลอดภัยในการสนทนาและส่งข้อมูลเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การทหารของสหรัฐฯ ในต่างประเทศ หรือกรณี Signal Leak นั่นเอง กรณีดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายกดดันให้นายวอลซ์ลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาประธานาธิบดีสหรัฐฯ เนื่องจากความหละหลวมในมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลสำคัญอาจสร้างความเสี่ยงให้กับนโยบายสหรัฐฯ รวมทั้งความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงสหรัฐฯ ด้วย ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความคิดเห็นเข้าข้างและปกป้องนายวอลซ์มาโดยตลอด พร้อมระบุว่าข้อมูลที่ถูกเปิดเผยไม่ใช่ข้อมูลละเอียดอ่อนหรือส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนบทบาทและตำแหน่งของนายวอลซ์อาจเป็นผลดีต่อการทำงานร่วมกับทีมหน่วยงานความมั่นคงและต่างประเทศ ที่ค่อนข้างกังวลกับการสื่อสารและพฤติกรรมของนายวอลซ์ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านการทหารที่สำคัญระหว่างสหรัฐฯ กับต่างประเทศด้วย ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความเชื่อมั่นว่า นายวอลซ์จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติได้เป็นอย่างดี จะช่วยส่งเสริมภารกิจของสหประชาชาติและทำให้สหรัฐฯ มั่นคงปลอดภัย ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ไว้ใจนายวอลซ์เนื่องจากเป็นผู้สนับสนุนนโยบาย America First อย่างเต็มที่ ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2567…

EU เตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรครั้งที่ 17 ต่อรัสเซีย

นายฌอง-โนเอล บาร์โรต์ รมว.กต.ฝรั่งเศส แถลงเมื่อ 1 พ.ค.68 หลังพบหารือกับ รมว.กต.สหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่า สหภาพยุโรป (EU) จะใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย ครั้งที่ 17 จากกรณีความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน เนื่องจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียเป็นอุปสรรคต่อสันติภาพ นอกจากนี้ มาตรการคว่ำบาตรของ EU จะสอดคล้องกับมาตรการใหม่ของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการเก็บภาษีกับประเทศที่ซื้อพลังงานจากรัสเซีย พร้อมย้ำว่ายูเครนต้องการสันติภาพ จากการยอมรับข้อตกลงหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขและลงนามในข้อตกลงแร่ธาตุสำคัญกับสหรัฐฯ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในระยะยาว

ไต้หวันเชื่อมั่นว่าจะได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ในยุคประธานาธิบดีทรัมป์

สนข.Al Jazeera เปิดเผยว่านาย Chiu Chui-cheng รมต.กิจการแผ่นดินใหญ่ของไต้หวันระบุเมื่อ 1 พ.ค.68 ว่า ไต้หวันเชื่อมั่นว่าจะได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และเชื่อว่าสหรัฐฯ จะไม่ตอบรับคำร้องขอของจีนเพื่อเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์กับไต้หวัน โดยไต้หวันมีข้อเสนอจำนวนมากให้แก่สหรัฐฯ เพื่อเฝ้าระวังการขยายอิทธิพลจีนในมหาสมุทรแปซิฟิก และการเป็นผู้นำด้านการผลิตชิป ไต้หวันใช้แนวทางรอดูรัฐบาลทรัมป์ 2.0 เนื่องจากยังเร็วเกินไปสำหรับการประเมินผลกระทบที่จะได้รับ ทั้งนี้ ในไต้หวันเกิดกระแสวิตกว่า นโยบายอเมริกาต้องมาก่อน (America First) อาจทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ใช้ประเด็นไต้หวันในการต่อรองเพื่อผลประโยชน์ด้านการเจรจาการค้ากับจีน โดยผลการสำรวจความคิดเห็นโดยมูลนิธิมติมหาชนไต้หวัน เมื่อ มี.ค.68 พบว่า ผู้ตอบความคิดเห็นเพียงร้อยละ 39.2 เชื่อว่าสหรัฐฯ จะส่งกำลังทหารมาช่วยไต้หวัน ลดลงจากที่เคยสูงสุดถึงร้อยละ 65 ในการสำรวจเมื่อปี 2564

ปากีสถานพร้อมจะตอบโต้อินเดียหากถูกยั่วยุ

นาย Ishaq Dar รอง นรม.ปากีสถาน และ รมว.กต.ปากีสถาน พร้อมด้วย พล.ท. Ahmed Sharif Chaudhry ผอ.สำนักงานประชาสัมพันธ์เหล่าทัพ แถลงเมื่อ 30 เม.ย.68 ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ระบุว่า ปากีสถานมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุก่อการร้ายในเมือง Pahalgam ของอินเดีย เมื่อ 22 เม.ย.68 ข้อกล่าวหาเป็นเพียงการจัดฉาก เพื่อสร้างข้อมูลเท็จของอินเดีย และทำลายเสถียรภาพของปากีสถานและภูมิภาค นอกจากนี้ ปากีสถานยังเปิดเผยข้อมูลข่าวกรองใหม่ ซึ่งบ่งชี้ว่า อาจมีแผนการก่อการร้ายทั่วประเทศ โดยอินเดียอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุน  ทั้งนี้ ปากีสถานยังคงย้ำจุดยืนที่จะไม่เริ่มโจมตีก่อน แต่ก็เตรียมพร้อมรับมือกับเหตุรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น และพร้อมที่จะตอบโต้อย่างเด็ดขาด หากมีการยั่วยุจากอินเดีย

อินเดียติดตั้งเครื่องรบกวนสัญญาณเพื่อขัดขวางการบินของปากีสถาน

เว็บไซต์ India Today รายงานเมื่อ 1 พ.ค.68 ว่า อินเดียติดตั้งอุปกรณ์สงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Warfare-EW) ตามแนวชายแดนอินเดียและปากีสถานด้านตะวันตกเพื่อรบกวนสัญญาณนำทางผ่านดาวเทียมซึ่งมีความสำคัญต่อปฏิบัติการทางทหาร การบินพลเรือน และระบบสื่อสารของปากีสถาน อาทิ GPS (สหรัฐฯ) GLONASS (รัสเซีย) และ Beidou (จีน) ทั้งนี้ อินเดียมีอุปกรณ์ EW ที่พัฒนาขึ้นเองตั้งแต่ระบบ Samyukta ระยะไกล (ระยะ 200 กม.) และ Himshakti ที่ใช้ในพื้นที่สูง ไปจนถึงระบบ Spectra ที่ติดตั้งบนเครื่องบิน Rafale และระบบ EW ทางทะเล

ชาวฮินดูในปากีสถานสนับสนุนกองทัพต่อต้านการรุกรานของอินเดีย

เว็บไซต์ นสพ.Dawn ของปากีสถาน รายงานเมื่อ 1 พ.ค.68 ว่า กลุ่มชาวฮินดู นำโดยนาย Sanjay Kumar สมาชิกสภาแคว้นบาลูจิสถาน จัดการชุมนุมที่หน้าสโมสรนักข่าว ในเมือง Quetta แคว้นบาลูจิสถาน เพื่อต่อต้านข้อกล่าวหาของอินเดียต่อปากีสถานในเหตุการณ์โจมตีในเมือง Pahalgam ดินแดนจัมมูและแคชเมียร์ ทางตอนเหนือของอินเดีย และประกาศว่าชาวฮินดูกว่า 10 ล้านคนในปากีสถาน พร้อมที่จะสนับสนุนกองทัพปากีสถาน เพื่อต่อต้านการรุกรานของอินเดีย  กลุ่มผู้ชุมนุมได้ประณามการกระทำและวาทกรรมของอินเดีย เฉพาะอย่างยิ่งการระงับสนธิสัญญาแม่น้ำสินธุ ปี 2503 โดยวิจารณ์ว่ากระทำการดังกล่าวโดยพลการ และละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศ

ประธานาธิบดีอินโดนีเซียหนุนกองทุน Danantara เชื่อมั่นผลักดันเศรษฐกิจเติบโต

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย เข้าร่วมการประชุมของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ Danantara ที่จาการ์ตา เมื่อ 28 เม.ย.68  โดยประเมินว่า กองทุนฯ มีศักยภาพสูง และอาจมีมูลค่าทรัพย์สินมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หากบริหารจัดการด้วยธรรมาภิบาลที่ดี นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าหมายให้กองทุนดังกล่าวเป็นเครื่องมือหลักขับเคลื่อนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ด้านนาย Rosan Roeslani ผู้บริหาร Danantara ยืนยันว่า จะดำเนินงานด้วยระบบที่โปร่งใสและเข้มงวด รวมทั้งย้ำถึงความสำคัญของการก่อตั้งกองทุน ซึ่งสะท้อนถึงการเร่งการสร้างอำนาจอธิปไตยทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก  กองทุน Danantara ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อ 24 ก.พ. 68 กำกับดูแลบริษัททั้งหมดที่ถือครองโดยรัฐวิสาหกิจ 844 แห่ง ซึ่งจะนำเงินปันผลไปลงทุนในภาคส่วนเชิงกลยุทธ์รวมถึงโครงการพัฒนาระดับชาติขนาดใหญ่

ออท.จีนประจำกรุงโซลโน้มน้าวให้ภาคเอกชนเกาหลีใต้ขยายการลงทุนในจีน

สนข.ยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 29 เม.ย.68 อ้างข้อความของนาย Dai Bing ออท.จีน/กรุงโซล บนสื่อโซเชียลมีเดียส่วนตัวในแพลตฟอร์ม X ว่า เศรษฐกิจของจีนมีขนาดใหญ่ และยืดหยุ่น ตลอดจนเปิดโอกาสให้พัฒนาและปรับปรุงภาคอุตสาหกรรม เปิดกว้างสู่ประชาคมโลก และเสนอให้ภาคเอกชนของเกาหลีใต้ขยายการลงทุนไปยังจีน ซึ่งจะทำให้บริษัทต่างชาติมีขอบเขตความร่วมมือที่กว้างขึ้น และมีบทบาทในตลาดการค้าระดับสากล หากไม่ได้ลงทุนในจีน อาจเสียโอกาสทางยุทธศาสตร์การค้าในระดับสากล ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ ประกาศงดมาตรการทางภาษีเป็นระยะเวลา 90 วัน