ลาวตรวจสอบสายส่งโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตเข้า-ออกประเทศตามแนวชายแดน

นสพ.Vientiane Times ภาษาลาว รายงานเมื่อ 17 ก.พ.68 ว่า กระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสารลาว พร้อมคณะติดตามและดำเนินมาตรการต่อผู้ละเมิดเชื่อมต่อสายส่งโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตเข้า-ออกประเทศ ลงพื้นที่ชายแดนทั่วประเทศ อาทิ พื้นที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 บ้านหาดซายฟอง นครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของสายส่งโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตตามแนวชายแดน รวมถึงป้องกันการลักลอบเชื่อมต่อที่ผิดกฎหมาย เป้าหมายรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และป้องกันกลุ่มอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ใช้ประโยชน์ดำเนินกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ลาวออกคำสั่งเมื่อ 7 ก.พ.68 ให้เข้มงวดการเชื่อมต่อโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตระหว่างลาวกับประเทศเพื่อนบ้าน

AI กังวลการเปลี่ยนนโยบาย Facebook ที่อาจละเมิดสิทธิมนุษยชน

Amnesty International (AI) แถลงเมื่อ 17 ก.พ.68 กังวลต่อกรณีนายมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท Meta เปลี่ยนแปลงนโยบายการใช้ Meta Platforms หรือ Facebook เมื่อ ม.ค.68 โดยยกเลิกข้อกำหนดการใช้ถ้อยคำที่เคยถูกห้ามก่อนหน้านี้ เช่น การดูหมิ่น และการเหยียดเชื้อชาติ รวมถึงยกเลิกระบบกลั่นกรองเนื้อหาอัตโนมัติ  การปรับนโยบายดังกล่าวจะเริ่มใช้เฉพาะในสหรัฐฯ ก่อน แต่ AI ประเมินว่าเป็นการส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงในระดับนานาชาติต่อไป ซึ่งอาจนำไปสู่การเผยแพร่เนื้อหาที่ปลุกปั่นความรุนแรง และละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น เหตุรุนแรงต่อโรฮีนจาในเมียนมาเมื่อปี 2560 รายงานของคณะค้นหาข้อเท็จจริงอิสระระหว่างประเทศว่าด้วยเมียนมาของสหประชาชาติ (The Independent International Fact-Finding Mission on Myanmar) เมื่อปี 2561 ระบุว่ามีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการแพร่กระจายข้อมูลที่เป็นอันตรายและมุ่งสร้างความเกลียดชัง

กัมพูชาบังคับให้ลงทะเบียนโดรน

สนข. The Statesman ของอินเดีย รายงานเมื่อ 17 ก.พ.68 ว่า รมว.มหาดไทยกัมพูชาประกาศใช้กฎกระทรวงควบคุมการใช้อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน (Unmanned aerial vehicles-UAV) กำหนดให้โดรนที่สามารถบรรทุกได้ 2 กิโลกรัมขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนที่สถานีตำรวจ อีกทั้งจำกัดให้ผู้ใช้งานต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป อนุญาตให้ทำการขึ้นบินได้ตั้งแต่ 6.00น.-18.00น.เท่านั้น ห้ามบินเป็นกลุ่มมากกว่า 5 ลำ และต้องอยู่ห่างจากพื้นที่ชุมชนและทางทหารอย่างน้อย 3 กิโลเมตร มาตรการดังกล่าว มีขึ้นหลังจากสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและประธานพรรคประชาชนกัมพูชา เผยแพร่คลิปเสียงแผนของกลุ่มเห็นต่าง จะใช้โดรนบรรทุกน้ำมันโจมตีบ้าน ณ เมืองตาเขมา

ชาวเวียดนาม 24 คนในกัมพูชาถูกจับกุมกรณีหลอกเหยื่อให้ลงทุนในคาสิโนออนไลน์

สนข. VN Express International รายงานเมื่อวันที่ 16 ก.พ. 68 ว่า ตำรวจเวียดนามได้จับกุมผู้ต้องสงสัยชาวเวียดนามจำนวน 24 ราย ในกัมพูชา ฐานฉ้อโกงหลอกลวงให้เหยื่อลงทุนในคาสิโนออนไลน์ คดีดังกล่าวมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก ผู้อยู่เบื้องหลังการฉ้อโกงครั้งนี้คือ ชาวจีน โดยใช้วิธีส่งลิงก์ https://web.sandsking.top/#/ เพื่อพาเหยื่อเข้าสู่เว็บไซต์ Casino Bay Sands กลยุทธ์คือชักจูงให้เชื่อว่าระบบของเว็บไซต์จะเกิดความขัดข้อง และแนะนำให้ลงเดิมพันในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อได้รับผลตอบแทนสูง  และเมื่อเหยื่อเริ่มเพิ่มเงินลงทุนมากขึ้น โอกาสชนะจะลดลง และท้ายที่สุดบัญชีที่ใช้ลงทุนจะถูกล็อก ส่งผลให้ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้  

ผลลิตข้าวของกัมพูชากำลังเผชิญความท้าทาย

สนข. The Star ของกัมพูชา รายงานเมื่อ 17 ก.พ. 68 ว่า การเกษตรที่มีข้าวเป็นทั้งอาหารหลัก และผลผลิตที่สำคัญ มีบทบาทสำคัญในความมั่นคงทางอาหาร แต่ผลผลิตข้าวของกัมพูชาก็เผชิญกับความท้าทายที่รุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น น้ำท่วมที่สร้างความเสียหายมากกว่าร้อยละ 60 และภัยแล้งที่เป็นผลมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลกระทบต่อนาข้าวในฤดูกาลผลิตปี 2567 ประมาณ 750,000 ไร่ ทั้งนี้ ผลผลิตรวมภายในประเทศของกัมพูชาทั้งภาคสินค้าและบริการในประเทศลดลงในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา จากร้อยละ 35.5 ในปี 2543 เหลือเพียงร้อยละ 16.5 ในปี 2565

อิสราเอลยืนยันจะคงทหารไว้ในเลบานอน เตรียมสนับสนุนการอพยพชาวปาเลสไตน์จากฉนวนกาซา

สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีอิสราเอลเกี่ยวข้องยังมีแนวโน้มตึงเครียด แม้ว่าปัจจุบันอิสราเอลจะทำข้อตกลงหยุดยิงกับกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่แล้ว ทั้งกลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซาและกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน แต่ล่าสุดเมื่อ 17 ก.พ.68 อิสราเอลประกาศว่าจะยังคงกำลังทหารไว้ในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน 5 จุดยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อรักษาความมั่นคงต่อไป ท่าทีดังกล่าวเสี่ยงทำให้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกลุ่มฮิซบุลลอฮ์กับอิสราเอลล้มเหลว เนื่องจากอิสราเอลต้องถอนทหารทั้งหมดออกจากพื้นที่ใน 18 ก.พ.68 รัฐบาลเลบานอนกังวลกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างมาก และเรียกร้องให้นานาชาติกดดันอิสราเอลให้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และถอนทหารตามเงื่อนไข ก่อนหน้านี้ อิสราเอลไม่ถอนทหารตามกำหนดการเมื่อ ม.ค.68 มาแล้ว

DOGE พยายามเข้าถึงข้อมูลภาษีชาวอเมริกัน

สื่อสหรัฐฯ รายงานเมื่อ 18 ก.พ.68 ว่า หน่วยงานปฏิรูประบบราชการของสหรัฐฯ ( Department of Government Efficiency-DOGE) พยายามเข้าถึงข้อมูลภาษีของชาวอเมริกัน ผ่านระบบของกรมสรรพากร (IRS) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ  การเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวจะทำให้ DOGE ทราบข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการเงินและธนาคารของชาวอเมริกันจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่เป้นห้วงเวลาการเก็บ-จ่ายภาษี ระหว่าง 27 ม.ค.68-15 เม.ย.68 ทั้งนี้ จนท.IRS ที่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวกังวลว่า หาก DOGE ได้ข้อมูลดังกล่าวไปจะเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของชาวอเมริกัน ตลอดจนเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลสำคัญด้วย พร้อมกันนี้ สมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติพรรคเดโมแครตกำลังติดตามและตรวจสอบความเคลื่อนไหวของ DOGE อย่างใกล้ชิด และเตรียมศึกษากฎหมายที่อาจกล่าวโทษ DOGE ได้ว่าดำเนินการผิดกฎหมาย รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ที่บทบาทของ DOGE จะทำให้กระบวนการคืนภาษีให้ประชาชนล่าช้า

ชาวอเมริกันชุมนุมประท้วงนโยบายผู้นำสหรัฐฯ

สื่อสหรัฐฯ รายงานเมื่อ 17 ก.พ.68 ว่า ชาวอเมริกันรวมตัวกันมากกว่า 1,000 คนเพื่อชุมนุมประท้วงนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และคณะรัฐมนตรี รวมถึงบุคคลใกล้ชิด โดยเฉพาะนาย Elon Musk ผู้บริหารหน่วยงานปฏิรูประบบราชการสหรัฐฯ หรือ DOGE โดยกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์คัดค้านนโยบายต่อต้านผู้อพยพของรัฐบาล รวมทั้งไม่ยอมรับประธานาธิบดีทรัมป์เป็นผู้นำ ทั้งนี้ การชุมนุมดังกล่าวมีองค์กร 50501 Movement และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่เบื้องหลัง มีการชุมนุมที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีตัวแทนจากองค์กรปกป้องสิทธิผู้อพยพและผู้ลี้ภัยในสหรัฐฯ เข้าร่วม การชุมนุมดังกล่าวเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่น รัฐฟลอริดา รัฐแคลิฟอร์เนีย และรัฐแอริโซนา   

ผู้นำสหรัฐฯ เร่งทำตามสัญญาช่วงหาเสียง แต่อาจเผชิญความท้าทายในอนาคต

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังเร่งรัดดำเนินนโยบายทั้งภายในประเทศและในต่างประเทศตามแนวทางที่เคยหาเสียงไว้ โดยหลังจากสาบานตนรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ เมื่อ 20 ม.ค.68 ประธานาธิบดีทรัมป์เริ่มต้นการปฏิรูประบบราชการ สั่งการเข้มงวดการตรวจสอบผู้อพยพผิดกฎหมาย ออกคำสั่งผู้บริหารหลายฉบับเพื่อยกเลิกสิทธิของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ตลอดจนดำเนินนโยบายต่างประเทศเพื่อทวงคืนสถานะมหาอำนาจอันดับ 1 ของสหรัฐฯ ที่มีอำนาจต่อรองและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาขัดแย้งต่าง ๆ ตลอดจนการปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ที่สำคัญ คือ นโยบายขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ การสนับสนุนข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิราเอล-กลุ่มฮะมาส และการส่งสัญญาณให้พันธมิตรในยุโรปทุ่มเทเพื่อปกป้องผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของภูมิภาคมากขึ้น รวมทั้งมีแผนจะเจรจากับรัสเซียเรื่องสถานการณ์ในยูเครน แต่สหรัฐฯ อาจดำเนินการโดยไม่ให้ประเทศยุโรปเข้าร่วมด้วย

รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้าร่วมการประชุมด้านความมั่นคงที่เยอรมนี

  สนข. The Guardian รายงานเมื่อ 14 ก.พ. 68 ว่า สุนทรพจน์ที่รองประธานาธิบดี เจ ดี แวนซ์ ของสหรัฐฯ เข้าร่วมการประชุมด้านความมั่นคงที่เมืองมิวนิก ประจำปี 2568 (Munich Security Conference 2025) เยอรมนี ได้แก่ 1) ภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคยุโรป ไม่ได้มาจากรัสเซีย หรือจีน แต่มาจากจัดการภายในของยุโรปที่กําลังคุกคามค่านิยมและความเชื่อมั่นต่อระบอบประชาธิปไตย 2) นโยบาย หรือแนวทางการปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งออกกฎหมายที่ไม่รับฟังความเห็นของประชาชน  เป็นการบั่นทอนเสรีภาพในการแสดงความเห็น ตลอดจนการปิดกั้นการพูดคุยกับผู้แทนของกลุ่มเห็นต่าง และ 3) นโยบายการรับผู้อพยพเข้ามาในยุโรป ก่อให้เกิดปัญหาของความเป็นเอกภาพ ความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยในสังคม นอกจากนี้ รองประธานาธิบดีแวนซ์ ยังได้พบหารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ในประเด็นสงครามรัสเซีย – ยูเครน