จีนเผยแพร่สมุดปกขาวเรื่องการควบคุมอาวุธ

สำนักงานข้อมูลสภาแห่งรัฐจีน เมื่อ 27 พฤศจิกายน 2568 เผยแพร่สมุดปกขาวเรื่อง “China’s Arms Control, Disarmament, and Nonproliferation in the New Era” เนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับนโยบายของจีนที่จะไม่แพร่กระจายและควบคุมอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง เพื่อลดความขัดแย้งและเพิ่มความไว้วางใจระหว่างประเทศ โดยย้ำว่ารัฐบาลจีนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการควบคุมอาวุธทั่วโลกมาโดยตลอด และมีจุดยืนที่เน้นสร้างสันติภาพ การพัฒนาระหว่างประเทศ การปฏิบัติตามระเบียบโลก และการดำเนินการตามเป้าหมายของสหประชาชาติ (UN) พร้อมกันนี้ จีนเรียกร้องให้ประเทศอื่น ๆ ให้ความสำคัญกับการควบคุมอาวุธเช่นกัน ทั้งอาวุธนิวเคลียร์ อาวุธชีวภาพ อาวุธเคมีและอาวุธประเภทอื่น ๆ การเผยแพร่สมุดปกขาวดังกล่าวเป็นผลดีต่อรัฐบาลจีนที่จะทำให้ทั่วโลกเห็นว่าจีนสนับสนุนบทบาทของ UN ให้เป็น กลไกกลางของโลกที่จะควบคุมการแพร่กระจายอาวุธ และจีนพร้อมจะให้ความร่วมมือกับประเทศที่สนับสนุนแนวทางดังกล่าวด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังเป็นการย้ำว่าจีนต้องการสร้างสันติภาพ และให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลระดับโลก หรือ global governance ซึ่งเป็นหลักคิดที่จีนพยายามนำเสนอผ่าน Global Governance Initiative ให้ทั่วโลกยอมรับการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ ให้อำนาจแก่องค์กรระหว่างประเทศอย่าง UN และยอมรับขั้วอำนาจโลกแบบพหุภาคี (multilateralism) สมุดปกขาวฉบับนี้เผยแพร่ในช่วงเวลาครบรอบ 80 ปี…

ไต้หวันเพิ่มงบประมาณป้องกันดินแดน 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

หลังจากการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อ 26 พฤศจิกายน 2568 ประธานาธิบดี Lai Ching-te ของไต้หวัน ประกาศเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมจำนวน 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างปี 2569-2576 เพื่อรับมือกับการข่มขู่และคุกคามจากภายนอก เฉพาะอย่างยิ่งจากจีน โดยประธานาธิบดีไต้หวันระบุว่า ไต้หวันจะไม่ผ่อนปรนหากเป็นเรื่องความมั่นคง พร้อมย้ำว่าไต้หวันไม่ได้ต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ หรือต้องเลือกระหว่างการรวมชาติกับการเป็นเอกราช แต่ไต้หวันจะปกป้องไต้หวันที่เป็นประชาธิปไตย และไม่ตกเป็นของจีน นอกจากนี้ ผู้นำไต้หวันยังส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนไต้หวันเรื่องการซื้อ-ขายอาวุธด้วย สำหรับการเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันดินแดนดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจะเน้นการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อป้องกันประเทศมากขึ้น และให้กองทัพไต้หวันมีความพร้อมรับมือกรณีกองทัพจีนโจมตีไต้หวันในปี 2570 ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่สหรัฐฯ คาดการณ์ว่าจีนจะโจมตีไต้หวันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการรวมชาติ ผู้นำไต้หวันระบุว่าความเคลื่อนไหวด้านการทหารของจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งกร้าว รวมทั้งปฏิบัติการโฆษณาชวนเชื่อการจารกรรม และการแทรกแซงกิจการภายในจากรัฐบาลจีน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไต้หวันต้องเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม นอกจากนี้ ผู้นำไต้หวันระบุว่าสิ่งที่กังวลที่สุด ไม่ใช่ความเคลื่อนไหวทางการทหารของจีน แต่เป็นการที่ชาวไต้หวันยอมแพ้ ดังนั้น จึงกล่าวย้ำว่าไต้หวันจำเป็นต้องเตรียมพร้อมด้านการทหารและความมั่นคงเพื่อต่อต้านจีน ขณะเดียวกัน ชาวไต้หวันต้องไม่ยอมรับหลักการ “หนึ่งประเทศสองระบบ” ที่จีนเสนอ สหรัฐฯ มีท่าทีตอบรับการตัดสินใจเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันดินแดนของไต้หวัน โดยนาย Raymond Greene ผู้อำนวยการสถาบันสหรัฐฯ ประจำไต้หวันให้ความเห็นว่าการเพิ่มงบประมาณเป็นขั้นตอนสำคัญที่ส่งเสริมความแข็งแกร่งของกองทัพและหน่วยความมั่นคง ตลอดจนเป็นผลดีต่อการสร้าวบรรยากาศสันติภาพในช่องแคบไต้หวัน…

วิเคราะห์การสนทนาระหว่างผู้นำสหรัฐฯ-จีน

ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 มหาอำนาจของโลกอย่างสหรัฐฯ และจีน ยังคงเป็นประเด็นสำคัญในการวิเคราะห์ทิศทางการเมืองระหว่างประเทศของโลก โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของ 2 ผู้นำปะเทศ ที่ปัจจุบันมีทั้งความขัดแย้งและการแข่งขันกันเชิงยุทธศาสตร์หลายประเด็น อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2568 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน โทรศัพท์หารือกันเป็นเวลาเกือบ 1 ชั่วโมง เรื่องความร่วมมือด้านการค้า การแก้ไขปัญหายาเสพติด สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน และสถานการณ์ในช่องแคบไต้หวัน ซึ่งนับว่าเป็นการติดต่อกันที่สำคัญ เนื่องจากมีขึ้นในห้วงที่สหรัฐฯ กำลังเร่งเสนอและผลักดันข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ขณะที่จีนมีความสัมพันธ์ตึงเครียดกับญี่ปุ่นเรื่องความมั่นคงในช่องแคบไต้หวัน ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั้ง 2 ฝ่ายหยิบยกขึ้นหารือกันด้วย การที่ประธานาธิบดีทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนโทรศัพท์หารือกันในช่วงเวลานี้ จึงอาจมีผลต่อทิศทางการดำเนินนโยบายต่างประเทศของทั้ง 2 ฝ่าย โดยอาจเป็นโอกาสให้ผู้นำสหรัฐฯ โน้มน้าวจีนให้สนับสนุนข้อตกลงสันติภาพรัสเซีย-ยูเครน เพื่อให้เป็นผลงานสำคัญ เพราะจีนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัสเซีย ขณะที่ฝ่ายจีนอาจใช้โอกาสนี้ส่งสัญญาณให้สหรัฐฯ เจรจากับญี่ปุ่นให้เปลี่ยนแปลงท่าทีต่อความมั่นคงในช่องแคบไต้หวัน เพราะจีนไม่พอใจอย่างมาก รวมทั้งเป็นการย้ำนโยบายของจีนต่อไต้หวันด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ มีแนวโน้มใช้ยุทธศาสตร์คลุมเครือ หรือ Strategic Ambiguity ต่อการค้ำประกันความมั่นคงในช่องแคบไต้หวันต่อไป เนื่องจากไม่ต้องการส่งทหารอเมริกันไปปกป้องไต้หวัน แต่สนับสนุนไต้หวันให้เพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคงและการทหาร นอกจากเรื่องสถานการณ์ต่างประเทศและความมั่นคงในเชิงยุทธศาสตร์…

สิงคโปร์สั่ง Apple และ Google ป้องกันข้อความหลอกลวงแอบอ้างเป็นรัฐบาล

เว็บไซต์ ChannelNewsAsia รายงานเมื่อ 25 พ.ย.68 ว่า กองกำลังตำรวจสิงคโปร์ได้ออกคำสั่งตามพระราชบัญญัติภัยอันตรายทางอาญาออนไลน์ (OCHA) อย่างเร่งด่วนไปยัง  Google และ Apple สองบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการหลอกลวงที่แอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐบาล ซึ่งมีการส่งข้อความผ่านช่องทาง iMessage และ Google Messages เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังพบว่าจำนวนคดีหลอกลวงประเภทนี้เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าในครึ่งปีแรกของปี 2568 สร้างความเสียหายสูงถึง 126.5 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวมุ่งเน้นให้บริษัทดังกล่าวเพิ่มมาตรการป้องกันและคัดกรองการหลอกลวงโดยแอบอ้างเป็นชื่อหน่วยงานราชการ รวมถึงกำหนดให้แสดงหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ส่งที่ไม่รู้จักให้มีความโดดเด่นมากกว่าชื่อโปรไฟล์ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถระบุและระมัดระวังผู้ส่งแปลกหน้าได้ง่ายขึ้น โดย มท.สิงคโปร์ ระบุว่า   Apple และ Google ได้แสดงความจำนงที่จะปฏิบัติตามคำสั่งนี้เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับประชาชนภายในประเทศ

สหรัฐฯ ประกาศให้กลุ่มภราดรภาพมุสลิมเป็นกลุ่มก่อการร้ายต่างชาติ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งผู้บริหาร เมื่อ 24 พ.ย.68  สั่งการให้ กต. กค. ยธ. และ สนง. ผอ.หน่วยข่าวกรองแห่งชาติ  รวบรวมข้อมูลและรายงานเกี่ยวกับการกำหนดให้กลุ่มภราดรภาพมุสลิม ( Muslim Brotherhood) และเครือข่ายที่ปฏิบัติการในเลบานอน อียิปต์ และจอร์แดน เป็นกลุ่มก่อการร้ายต่างชาติ (Foreign Terrorist Organizations – FTOs) และรัฐบาลสหรัฐฯ จะดำเนินมาตรการทางกฎหมายกำจัดขีดความสามารถและการดำเนินงาน เพิกถอนทรัพยากรที่กลุ่มดังกล่าวจะนำไปใช้ก่อเหตุ เพื่อยุติภัยคุกคามที่กลุ่มดังกล่าวมุ่งเป้าต่อพลเมืองอเมริกันและความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ หลังจากกลุ่มดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค.66 รวมถึงการช่วยเหลือกลุ่มติดอาวุธ และก่อการร้ายในภูมิภาคตะวันออกกลาง

จาการ์ตาเป็นเมืองใหญ่อันดับ 1 ของโลก แทนกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น

สหประชาชาติเผยแพร่รายงานการคาดการณ์แนวโน้มการขยายตัวของเมืองทั่วโลก ประจำปี 2568 หรือ The World Urbanization Prospects 2025 เพื่อประเมินสถานการณ์การพัฒนาและการขยายเมืองและชนบทในประเทศต่าง ๆ ซึ่งสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำนโยบายการบริหารจัดการความมั่นคงเมือง (urban security) รวมทั้งการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ โดยสหประชาชาติ (UN) จัดทำรายงานดังกล่าวเป็นประจำทุกปี ครอบคลุมการศึกษาข้อมูลเชิงเปรียบเทียบและการคาดการณ์แนวโน้มการขยายตัวของเมืองระหว่างปี 2493-2593 โดยในปี 2568 นี้ มีการใช้วีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงภูมิสารสนเทศ (geospatial methodology) ในการศึกษาและจัดทำข้อมูลเป็นครั้งแรก ในภาพรวมพบว่า เมืองขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วโลก และเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรโลกร้อยละ 45 หรือประมาณ 8,200 ล้านคน และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าประชากรโลกเคลื่อนย้ายที่อยู่อาศัยไปอยู่ในเมืองมากกว่าชนบท ภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มจะเกิดเมืองที่มีลักษณะ “Megacities” หรือเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 10 ล้านคน และปัจจุบัน กรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย ถือว่าเป็นเมืองใหญ่อันดับ 1 ของโลก แทนที่กรุงโตเกียวของญี่ปุ่น เนื่องจากมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดที่ประมาณ 42 ล้านคน ตามด้วยกรุงธากา เมืองหลวงของบังกลาเทศ ที่เป็นเมืองใหญ่และมีประชากรหนาแน่นที่ประมาณ…

สื่อต่างประเทศให้ความสนใจสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ของไทย

สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ของไทยครั้งนี้ เป็นครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 13 ราย โดย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับผลกระทบมากที่สุด มีประชาชนและนักท่องเที่ยวติดค้างจำนวนมาก ผู้ประสบภัยต่างโพสต์ขอความช่วยเหลือผ่านโซเชียลมีเดีย และแสดงความไม่พอใจต่อการรับมือของรัฐบาล เพราะแม้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ แต่มีปัญหาจากการขาดการจัดการอย่างเป็นระบบเช่นกัน ด้านกองทัพได้รับมอบหมายให้เข้ามาจัดการวิกฤต และได้ส่งเครื่องบินลำเลียงสิ่งของ เฮลิคอปเตอร์ และเรือจักรีนฤเบศรลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม./รมว.มท. ยกเลิกแผนการเดินทางไปมาเลเซีย เพื่อลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย ทั้งนี้ สถานการณ์อุทกภัยน่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยางของไทย และการเตรียมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 รวมถึงกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว ด้าน กต.สิงคโปร์ แนะนำให้ชาวสิงคโปร์หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยัง จ.สงขลา และพื้นที่อื่นของไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย

Galaxy Entertainment Group ประเทศไทยเรียกร้องไทยทบทวนเกี่ยวกับกาสิโน

The Macao News รายงานกรณีนาย Kevin Clayton ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายแบรนด์ Galaxy Entertainment Group ประเทศไทย กล่าวในงาน Bangkok Post Economic Forum 2025 เมื่อ 21 พ.ย. 68 ว่า ไทยจำเป็นต้องทบทวนการบริหารจัดการภาคการท่องเที่ยว หากต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันในเอเชีย โดยเพิ่มการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มใช้จ่ายสูง ซึ่งสวนสนุกและกาสิโนสามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยได้ ในขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยวลดลง ธุรกิจที่เผชิญกับการลดลงในระดับนี้ จะต้องเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ซึ่งภาคการท่องเที่ยวควรทำเช่นกัน ท่าทีของนาย Clayton เกิดขึ้นหลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม.ไทย ปฏิเสธความพยายามของ อดีต นรม.ในการผลักดันกาสิโนถูกกฎหมาย ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายสำหรับบริษัทเกมมิ่ง เช่น Galaxy ที่กระตือรือร้นจะขยายตลาดเข้ามาในไทย

นรม.ญี่ปุ่นหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่นว่า ได้หารือทางโทรศัพท์กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 25 พ.ย.68 โดยนายทรัมป์บรรยายสรุปเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน พร้อมระบุว่ามีความสัมพันธ์อันดีกับตน  นางทาคาอิจิปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับการหารือดังกล่าว ขณะที่นายคิฮาระ มิโนรุ เลขาธิการ ครม.ญี่ปุ่น ระบุในการแถลงข่าวตามปกติเมื่อวันเดียวกันว่า เสถียรภาพของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประชาคมระหว่างประเทศ แต่ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นกรณีนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวถึงไต้หวันระหว่างการหารือทางโทรศัพท์กับนายทรัมป์

ไทยเร่งรัดโครงการลงทุนที่หยุดชะงักเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

Bloomberg รายงานกรณี ครม.เศรษฐกิจ อนุมัติแผน “Thailand Fast Pass” ด้วยการเร่งรัดโครงการสำคัญ 80 โครงการ ที่ได้รับการอนุมัติจาก BOI แล้ว แต่ติดอุปสรรคเรื่องการขอใบอนุญาตต่าง ๆ โครงการสำคัญดังกล่าว มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 480,000 ล้านบาท เพื่อเพื่อดึงดูดทุนต่างชาติ และเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในการแข่งขันกับประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในขณะที่ไทยกำลังเผชิญกับการลงทุนที่ซบเซา ความต้องการในประเทศที่อ่อนแอ และการใช้จ่ายภาครัฐที่ล่าช้า โดยจากคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 2  ซึ่งเป็นอัตราที่ช้าอย่างมาก และมีแนวโน้มที่อัตราอาจชะลอตัวลงอีกในปี 2569