รัสเซียระบุว่า USAID เป็นองค์กรอาชญากรรม

สนข.Tass รายงานเมื่อ 5 ก.พ. 68 อ้างถ้อยแถลงของนาย Vyacheslav Volodin ประธานสภาผู้แทนราษฎรรัสเซียว่า สำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (The United States Agency for International Development – USAID) แปรสภาพเป็นองค์กรอาชญากรรมที่เคลื่อนไหวในประเทศต่างๆ กว่า 100 ประเทศ ทั่วโลก มีงบประมาณรายปีที่ประมาณ 50,000- 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.7- 2 ล้านล้านบาท) รวมทั้งใช้โครงการด้านการส่งเสริมประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือแทรกแซงการเมืองในต่างประเทศ สนับสนุนการรัฐประหาร เฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช อาทิ ยูเครน มอลโดวา อาร์เมเนีย และจอร์เจีย ตลอดจนสนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาอาวุธชีวภาพในยูเครน  ซึ่งรัสเซียเชื่อว่าโครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนเบื้องหลังจากอดีตประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน และนายฮันเตอร์ ไบเดน บุตรชาย

ไต้หวันเรียกร้องให้จีนร่วมพูดคุยในภาวะเผชิญกับรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 3 ก.พ. 68 อ้างถ้อยแถลงของประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน ระบุว่า จีนและไต้หวันจำเป็นต้องพูดคุยกันแทนการเผชิญหน้า ในภาวะที่ทั้งสองฝ่ายเผชิญแรงกดดันจากรัฐบาลใหม่ของสหรัฐฯ ที่จะปรับขึ้นอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีน และอัตราภาษีสินค้าเซมิคอนดักเตอร์นำเข้าจากไต้หวัน การพูดคุยแลกเปลี่ยนกันจะทำให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุเป้าหมายความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และความมีสันติภาพ ทั้งนี้ ไต้หวันยินดีจะพูดคุยกับบนพื้นฐานของความเท่าเทียมกันอย่างไม่มีเงื่อนไข และอนาคตของไต้หวันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของชาวไต้หวันเอง

นาง Tulsi Gabbard น่าจะได้ดำรงตำแหน่ง ผอ.ข่าวกรองแห่งชาติ

คณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติ 9-8 เสียง เมื่อ 4 ก.พ.68 รับรองนาง Tulsi Gabbard อายุ 43 ปี เป็นผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ (Director of National Intelligence-DNI) ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอ จึงคาดว่าจะได้รับความเห็นชอบจากการลงมติของวุฒิสมาชิกในสัปดาห์หน้าด้วย

นาง Gabbard มีประสบการณ์ด้านการเมืองและการทหาร แต่ถูกวิจารณ์ว่าอาจไม่เหมาะสมกับตำแหน่งผู้ควบคุมการทำงานของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ทั้ง 18 หน่วย เพราะไม่มีประสบการณ์ด้านงานข่าวกรอง และมุมมองส่วนตัวของนาง Gabbard ต่อภัยคุกคามด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยเฉพาะความคิดเห็นของนาง Gabbard ในอดีตที่เป็นเชิงบวกต่อนายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน ที่เปิดเผยข้อมูลลับของรัฐบาล รวมทั้งมุมมองเชิงบวกต่อรัสเซียและผู้นำซีเรีย อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการข่าวกรองวุฒิสมาชิกเชื่อมั่นว่านาง Gabbard จะร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ได้

ชาวอินเดียที่ลักลอบเข้าสหรัฐฯ ผิดฎหมาย อยู่ระหว่างส่งตัวกลับประเทศ

เว็บไซต์ The Times of India รายงานเมื่อ 4 ก.พ.68 ว่า ชาวอินเดียที่ลักลอบเข้าสหรัฐฯ ผิดกฎหมาย จำนวน 205 คน อยู่ระหว่างส่งตัวกลับประเทศ โดยเครื่องบิน C-17 ของกองทัพสหรัฐฯ ที่เมือง San Antonio รัฐเทกซัส ซึ่งรัฐบาลอินเดียแสดงท่าทีพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างใกล้ชิด ในการตรวจสอบและส่งกลับชาวอินเดียที่ลักลอบเดินทางเข้าเมืองผิดกฎหมาย ทั้งสองประเทศยืนยันจำนวนชาวอินเดียที่ลักลอบเข้าเมืองประมาณ 18,000 คน นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ยังส่งกลับผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายไปยังกัวเตมาลา เปรู และฮอนดูรัส ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติด้านการลักลอบข้ามพรมแดนของสหรัฐฯ ทั้งนี้ ชาวอินเดียที่ลักลอบเดินทางเข้าเมืองผิดกฎหมายเริ่มมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณชายแดนทางตอนเหนือของสหรัฐฯ

มาเลเซียเตรียมปรับแก้ข้อปฏิบัติสำหรับชาวมุสลิมในการเข้าร่วมกิจกรรมของต่างศาสนา

ดาโต๊ะ โมฮัมหมัด นาอิม มคตาร์ รมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกิจการศาสนา ยื่นเอกสารชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 5 ก.พ.68 ว่า คณะกรรมการมูซากอเราะฮ์ แห่งสภากิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ (Muzakarah Committee of the National Council for Islamic Religious Affairs of Malaysia -MKI) เตรียมพิจารณาการแก้ไขข้อปฏิบัติสำหรับชาวมุสลิมในการเข้าร่วมกิจกรรมของต่างศาสนา เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกหยิบยกเป็นประเด็นโจมตีทางการเมืองหรือสร้างความไม่สบายใจแก่ชุมชนมุสลิม โดยมีสาระสำคัญที่จะปรับแก้ ดังนี้ 1) ผู้จัดงานต้องยื่นขออนุมัติกับหน่วยงานราชการและหารือกับหน่วยงานด้านศาสนาก่อนเชิญผู้นำหรือชาวมุสลิมเข้าร่วมงานเทศกาล งานศพ หรือกิจกรรมใดๆ ที่จัดขึ้นในศาสนสถานของศาสนาอื่นที่ไม่ใช่ศาสนาอิสลาม 2) ห้ามชาวมุสลิมขึ้นกล่าวปาฐกถา ร้องเพลง และอ่านบทสวดหรือคำสอนที่เป็นการเผยแพร่ความเชื่อของศาสนาอื่น 3) ห้ามจัดงานใกล้กับมัสยิด สุเหร่า กุโบร์ และพื้นที่ที่บริจารเพื่อประโยชน์ทางศาสนาอิสลาม และ 4) สถานที่ที่ใช้จัดงานต้องไม่มีสัญลักษณ์ของศาสนาอื่นที่ไม่ใช่ศาสนาอิสลาม

นรม.ญี่ปุ่นจะเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ

ถ้อยแถลงของนายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่นต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 4 ก.พ.68 ระบุว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เผชิญปัญหาท้าทายร่วมกัน ได้แก่ ความมั่นคง ภาษี  สถานการณ์ใน ตอ.กลาง และยูเครน  ญี่ปุ่นจะจัดลำดับความสำคัญของปัญหา เพื่อให้การแก้ไขปัญหาภายในระยะเวลาที่จำกัดเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และในการจะเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการระหว่าง เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใน 6-8 ก.พ.68 เพื่อจะให้ความสำคัญในประเด็นการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศของญี่ปุ่น และจะออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อย้ำถึงการยกระดับความเป็นพันธมิตรระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งนี้ สื่อมวลชนประเมินว่า นายอิชิบะจะยืนยันต่อประธานาธิบดีทรัมป์ถึงการที่ญี่ปุ่นจะจัดซื้อยุทโธปกรณ์จากสหรัฐฯ

มาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนจะผลักดันการค้าภายในภูมิภาคมากขึ้น

ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ  โมฮามัด บิน ฮาซัน รมว.กต.มาเลเซีย ระบุเมื่อ 5 ก.พ.68 ว่า ในฐานะประธานอาเซียนจะให้ความสำคัญกับการขยายความร่วมมือด้านการค้ากับสมาชิกอาเซียน เพื่อลดผลกระทบที่เกิดจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก โดยจะแสวงหาแนวทางใหม่ในการกระตุ้นการค้าภายในภูมิภาคให้ขยายตัวและเปิดกว้างมากขึ้น ขณะเดียวกัน จะเปิดรับความร่วมมือจากประเทศนอกภูมิภาค ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางนโยบายต่างประเทศของมาเลเซียที่เป็นอิสระ ยึดมั่นในหลักการ เน้นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และรักษาความสัมพันธ์อันดีกับทุกประเทศ  มาเลเซียจะดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างระมัดระวัง เพื่อรักษาสมดุลและผลประโยชน์กับสหรัฐฯ    และประสานความร่วมมือกับพันธมิตรอื่นอย่างใกล้ชิด

การละเมิดข้อมูลบริษัทประกันภัยอาจจะส่งผลกระทบต่อลูกค้า 850,000 ราย

บริษัทประกันชีวิตตรวจพบการละเมิดข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อฐานข้อมูลของบริษัทในเครือ American Income Life Insurance Company เมื่อ มิ.ย.67 เดิมทีบริษัทระบุว่ามีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 5,000 ราย แต่ล่าสุดพบว่ามีลูกค้าเพิ่มขึ้นอีก 850,000 ราย ที่อาจได้รับผลกระทบ

ฟิลิปปินส์เชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ จะรักษาคำมั่นเกี่ยวกับความร่วมมือด้านความมั่นคง

สนข. GMA รายงานเมื่อ 5 ก.พ.68 ว่า นาย Gilberto Teodoro รมว.กห.ฟิลิปปินส์ แสดงความเชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ จะรักษาคำมั่นสัญญาที่มีต่อฟิลิปปินส์เกี่ยวกับความร่วมมือด้านความมั่นคง ถึงแม้ กต.สหรัฐฯ จะประกาศยุติการให้ความช่วยเหลือต่างประเทศที่มีอยู่ทั้งหมด ทั้งนี้ นาย Teodoro ได้พบหารือกับนาย Mike Waltz ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ ม.ค.68 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ขณะที่นาย Waltz ย้ำว่าความมุ่งของสหรัฐฯ จะไม่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ นาย Teodoro ยังมีแผนพบหารือกับนาย Pete Hegseth รมว.กห.สหรัฐฯ

ออสเตรเลียสั่งห้ามใช้ AI DeepSeek บนอุปกรณ์ของหน่วยงานราชการ

นาง Stephanie Foster ปลัด มท.ออสเตรเลีย ออกคำสั่งเมื่อ 4 ก.พ.68 ภายใต้กรอบนโยบายการรักษาความมั่นคงเชิงป้องกัน (Protective Security Policy Framework-PSPF) กำหนดให้หน่วยงานรัฐในออสเตรเลียต้องป้องกันการเข้าถึงหรือติดตั้งผลิตภัณฑ์ แอปพลิเคชัน และบริการเว็บไซต์ DeepSeek บนระบบและอุปกรณ์ของรัฐบาลทั้งหมด รวมทั้งหากพบการติดตั้งแล้วให้ลบออกจากระบบและอุปกรณ์ทั้งหมด เนื่องจากมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงในระดับที่ไม่อาจยอมรับได้ โดยเฉพาะการรวบรวมข้อมูลและเปิดเผยข้อมูลต่อรัฐบาลต่างชาติซึ่งขัดกับกฎหมายของออสเตรเลีย โดยให้คำสั่งมีผลทันที