สื่อต่างประเทศสนใจรายงานสถานการณ์น้ำท่วมไทย

สื่อต่างประเทศ จากฝั่งตะวันตก เช่น สหรัฐฯ และยุโรป สื่อตะวันออกกลาง และสื่อเอเชีย เช่น สื่อจีน และสิงคโปร์ เมื่อ 24-25 พฤศจิกายน 2568 รายงานเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในภาคใต้ของไทยไปในทิศทางเดียวกันว่า ภาคใต้ของไทยเผชิญภาวะน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุด เฉพาะอย่างยิ่งที่นครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แต่จังหวัดอื่น ๆ อีก 9 จังหวัด เช่น สุราษฎร์ธานี นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง และตรัง ก็เผชิญกับภาวะน้ำท่วมเช่นกัน สื่อที่รายงานส่วนใหญ่เน้นการรายงานภาวะน้ำท่วมและการช่วยเหลือที่นครหาดใหญ่ ขณะที่สื่อจีนรายงานเพิ่มเติมว่า เวียดนามและมาเลเซียก็ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมเช่นกัน สื่อต่างประเทศยังรายงานถึงความพยายามของภาครัฐ และทหารเรือที่พยายามที่จะเข้าไปช่วยเหลืออย่างหนัก รวมทั้งบทบาทของมูลนิธิ และ influencer แต่อุปสรรคสำคัญก็คือ การที่มีฝนตกหนักอยู่ตลอดเวลา และระบบการสื่อสารที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้ความช่วยเหลือประชาชนไม่สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว แม้ทุกฝ่ายจะพยายามอย่างหนัก ประกอบกับมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก เฉพาะอย่างยิ่งจากมาเลเซีย ที่คาดว่ามีประมาณ 4,000 คน สื่อรายงานด้วยว่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ในชั้นนี้ทางไทยยังไม่มีการประเมินตัวเลขเศรษฐกิจที่ชัดเจน แต่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบมีมากกว่า 2 ล้านคน แต่คาดว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจในวงจำกัด เนื่องจากเชื่อว่าระบบความช่วยเหลือของรัฐบาลในการฟื้นฟูจะหลั่งไหลเข้าไปในพื้นที่ทางภาคใต้…

 กัมพูชาเลือกที่จะเข้าใกล้ชิดกับสหรัฐฯ มากขึ้น

  การดำเนินนโยบายของกัมพูชาในเวทีระหว่างประเทศในห้วงนี้ ทำให้นักวิเคราะห์จับตามองอย่างใกล้ชิดว่าจะเอนเอียงไปข้างไหน ? ……ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน คำตอบก็คือว่ายังอยู่กับข้างจีนแน่ ๆ เพราะต้องพึ่งพาการลงทุนจากจีน รับความช่วยเหลือจากจีน พึ่งพายุทโธปกรณ์ และการทหาร รวมทั้งรายได้จากการท่องเที่ยวก็ยังมาจากนักท่องเที่ยวจีน แต่ห้วงนี้เกิดอะไรขึ้น กัมพูชาทำอะไรให้สหรัฐฯ ถูกใจ จนทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกการคว่ำบาตรด้านอาวุธให้กับกัมพูชา และคำถามต่อไปก็คือ แล้วจีนจะยอมปล่อยให้กัมพูชาเข้าไปอยู่ในอ้อมอกสหรัฐฯ หรือไม่ ……คำตอบชัดเจนเลยว่า “ไม่” ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ….การดึงกัมพูชาออกจากจีน รวมทั้งลดทอนการพึ่งพาจีนของกัมพูชา และประเทศอื่น ๆ  ในเอเชียตะวันออกฉียงใต้ คือการดำเนินยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่ต้องการสกัดไม่ให้จีนไม่เติบโตอย่างรวดเร็ว และแข็งแกร่งเกินไป จนขึ้นมาท้าทายสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ที่สหรัฐฯ คุมด้านความมั่นคงอยู่ จนส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ด้านการค้า การลงทุน และการคุมเส้นทางขนส่งทางทะเลของสหรัฐฯ ขณะที่ผลประโยชน์ที่จีนจะได้จากกัมพูชามีมากมาย เช่น เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล เป็นเส้นทางเลือกที่จีนจะออกทะเลทางอ่าวไทยจากการเข้าไปลงทุนในท่าเรือ เช่น ฐานทัพเรือเรียม ท่าเรือสีหนุวิลล์ และท่าเรือดาราสาคร  หรือเส้นทางถนนทางบก อาจช่วยจีนขนส่งยุทโธปกรณ์ยามที่จีนคับขัน หากเข้าสู่สงคราม การที่กัมพูชาเข้าใกล้รัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ 2.0 ของ แม้ไม่ทำให้กัมพูชาออกจากอิทธิพลจีน แต่ก็สะท้อนถึงความพยายามที่จะลดการพึ่งพาจีนลงบ้าง…

สหรัฐฯ เดินหน้าผลักดันข้อตกลงสันติภาพรัสเซีย-ยูเครน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังเดินหน้าแสดงบทบาทการเป็นผู้นำโลกด้านการสร้างสันติภาพและยุติความขัดแย้ง โดยในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เน้นแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและสงครามรัสเซีย-ยูเครน ด้วยการเสนอข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งประกอบด้วยข้อเสนอ 28 ประการเพื่อยุติสงคราม ให้กับรัสเซียและยูเครนพิจารณาใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างกัน ซึ่งสหรัฐฯ อ้างว่ารัสเซียเห็นด้วยกับข้อตกลงดังกล่าวแล้ว ผ่านการหารือกันเมื่อห้วง ตุลาคม 2568 อย่างไรก็ดี ข้อตกลงสันติภาพของผู้นำสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะเผชิญความท้าทายและอาจล้มเหลว เนื่องจากยูเครนมีท่าทีไม่เห็นด้วย แม้ว่าข้อตกลงจะกล่าวถึงการค้ำประกันความมั่นคงให้ยูเครน แต่ข้อเสนอส่วนหนึ่งระบุว่ายูเครนต้องยอมรับให้แคว้นทางฝั่งตะวันออก เช่น แคว้นดอนบาส ศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมของประเทศ และแคว้นลูฮันสก์ ไปอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของรัสเซีย รวมทั้งให้ยูเครนลดขนาดกองทัพ ขณะที่บรรยากาศความมั่นคงในภูมิภาคยุโรปกำลังตึงเครียด เพราะมีรายงานพบปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียนอกพื้นที่ยูเครนบ่อยครั้ง ทำให้หลายประเทศในยุโรปไม่สนับสนุนการทำข้อตกลงสันติภาพ เนื่องจากจะเป็นข้ออ้างที่รัสเซียใช้ในการเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย รัฐบาลสหรัฐฯ ยังพยายามผลักดันข้อตกลงดังกล่าวต่อไป โดยมีการหารือโดยตรงกับยูเครนเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2568 ที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ จากนั้นนายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ชี้แจงว่าข้อตกลงเป็นเพียงข้อเสนอ ดังนั้นจึงสามารถปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้ตรงกับความต้องการของทั้ง 2 ฝ่ายได้ ซึ่งปัจจุบันสหรัฐฯ ให้ยูเครนพิจารณาข้อเสนอแรกถึง 27 พฤศจิกายน 2568 เพื่อทบทวนและแก้ไขรายละเอียดต่อไป ด้านประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ ซเลนสกี…

มาเลเซียจะห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้สื่อสังคมออนไลน์

การใช้สื่อสังคมออนไลน์ หรือ Social Media เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้และพัฒนาทักษะต่าง ๆ ของเยาวชน ตลอดจนทำให้ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารที่หลากหลายได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์มีหลากหลายและผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ควบคุมหรือกำหนดเกณฑ์ผู้ใช้งานอย่างเข้มงวดเพื่อให้มีเนื้อหาที่เหมาะสม ทำให้เกิดความท้าทายในการเฝ้าระวังไม่ให้การใช้สื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นภัยคุกคามหรืออันตรายต่อประชาชน รัฐบาลหลายประเทศเริ่มพิจารณามาตรการควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ โดยกำหนดให้เป็นกฎหมายหรือระเบียบในประเทศ ล่าสุด รัฐบาลมาเลเซียประกาศเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2568 ว่ามีแผนจะห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้สื่อสังคมออนไลน์ โดยจะเริ่มมาตรการดังกล่าวในปี 2569 เป้าหมายเพื่อควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์และป้องกันเยาวชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการคุกคามทางไซเบอร์ (cyberbullying) การหลอกลวงทางไซเบอร์ (scam) และอาชญากรรมอื่น ๆ เฉพาะอย่างยิ่งการค้าประเวณี การค้ามนุษย์ และการล่อลวงให้เสพยาเสพติด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารของมาเลเซียสนับสนุนมาตรการดังกล่าว พร้อมกับย้ำว่า รัฐบาลและสังคมมาเลเซียควรร่วมมือกันทำให้การใช้สื่อสังคมออนไลน์ปลอดภัย โดยเฉพาะต่อเยาวชน เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ ทั้งนี้ รัฐบาลมาเลเซียศึกษารูปแบบการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว และการออกกฎหมายควบคุมอายุผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จากออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศแรกของโลกที่จะใช้มาตรการควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในกลุ่มเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี โดยจะเริ่มใช้ใน 10 ธันวาคม 2568 ซึ่งแอปพิลเคชันที่จะอยู่ภายใต้มาตรการควบคุม ได้แก่ Facebook, Instagram, Snapchat, Threads, TikTok,…

เกาะติดการประชุมอาเซียนครั้งที่ 47 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย

เกาะติดสถานการณ์ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 26-28 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ใดน่าสนใจ สามารถติดตามได้ที่พอดแคสนี้ได้เลยค่ะ

กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์มีแนวโน้มย้ายฐานปฏิบัติการไปลาวมากขึ้น

กรณีโฆษกกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ประกาศจะเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ในโครงการเมืองใหม่ชเวโก๊กโก่ จ.เมียวดีของเมียนมา พร้อมทั้งเตรียมส่งชาวต่างชาติที่กองกำลัง BGF ช่วยเหลือจากกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ในชเวโก๊กโก่ และ KK Park มากกว่า 1,267 คน จาก 40 ประเทศ กลับประเทศต้นทางผ่านไทยนั้น พบบรรยากาศในชเวโก๊กโก่เต็มไปด้วยความวุ่นวายมีชาวต่างชาติมากกว่า 2,000 คน กำลังอพยพออกจากชเวโก๊กโก่อย่างต่อเนื่อง บางส่วนมารวมตัวกันที่บริเวณริมแม่น้ำเมย ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อเตรียมข้ามมาฝั่งไทย อีกทั้งมีการคาดการณ์ว่ายังคง มีชาวต่างชาติหลงเหลืออยู่ในอาคารสำนักงานของกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ใน จ.เมียวดี มากกว่า 10,000 คน ซึ่งอาจทยอยหลบหนีออกจากพื้นที่ต่อไป ทั้งนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจ คือ ความเคลื่อนไหวฝั่งลาว ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นฐานที่ตั้งของกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ในภูมิภาค และยังพบการสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์เพิ่มขึ้น เช่น บริเวณพื้นที่รอบนอกของนครหลวงเวียงจันทน์ และมีแนวโน้มที่กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ที่เผชิญกับการปราบปรามในเมียนมาและกัมพูชาจะย้ายฐานไปลาวมากขึ้น และทำให้ลาวเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ในภูมิภาค

การเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ยังเผชิญความไม่แน่นอน

ภาคส่วนเศรษฐกิจและผู้เชี่ยวชาญ เช่น ส.อ.ท. หอการค้าไทย TDRI KKP กังวลต่อสถานการณ์การเจรจาภาษีการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ แม้รัฐบาลจะยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่นำประเด็นความขัดแย้งไทย-กัมพูชาเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเห็นว่าสหรัฐฯ ไม่ได้แสดงท่าทีชัดเจนต่อแนวทางการเจรจาภาษี อีกทั้งยังมีโอกาสนำเรื่องปฏิญญาสันติภาพไทย-กัมพูชามาเป็นเครื่องต่อรองอีกได้ นอกจากนี้ การเจรจาอาจที่มีแนวโน้มจะไม่เสร็จสิ้นภายในปี 2568 เนื่องจากฝ่ายไทยยังมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลง  นอกจากนี้ ไทยยังมีความเสี่ยงที่จะถูกสหรัฐฯ กลับมาเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงถึงร้อยละ 36 เพราะจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการลงนามข้อตกลงร่วมกันอย่างเป็นทางการ

เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำ แต่มีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงสิ้นปี

สถาบันวิจัยเศรษฐกิจและเอกชน อาทิ TDRI ศูนย์วิจัยกสิกร ไทยแอร์เอเชีย แสดงความเห็นต่อสถานการณ์เศรษฐกิจไทย หลังจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผย อัตราการขยายตัวของ GDP ในไตรมาส 3/2568 อยู่ที่ร้อยละ 1.2 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ร้อยละ 1.6 และหดตัวลงร้อยละ 0.6 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2568 ถือเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส และเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เห็นว่าสาเหตุหลักมาจากการบริโภคภายในประเทศและการลงทุนภาครัฐที่หดตัวลง การผลิตภาคอุตสาหกรรมไม่สอดคล้องกับการขยายตัวของการส่งออก   อีกทั้งรัฐบาลยังให้ความสำคัญกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นมากกว่าการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง  ไทยยังมีปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะ  ขณะที่ปัจจัยภายนอก อาทิ มาตรการภาษีของสหรัฐฯ สินค้าจีนล้นตลาด  อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ปรับเพิ่มประมาณการอัตราการขยายตัวของ GDP ของปี 2568 เป็นร้อยละ 2.0 จากเดิมร้อยละ 1.8  นอกจากนี้ กรณีรัฐบาลจีนเตือนพลเมืองให้งดเดินทางไปญี่ปุ่น อาจทำให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยเพิ่มขึ้น

สหรัฐฯ เตรียมยกระดับปฏิบัติการทางทหารต่อเวเนซุเอลา

กองทัพสหรัฐฯ อยู่ระหว่างรอคำสั่งจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี ให้ปฏิบัติการทางทหารต่อเวเนซุเอลาในเร็ววัน โดยอาจให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษปฏิบัติการลับเพื่อโค่นล้มรัฐบาลของนายนิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซูเอลา ขณะที่ สายการบินหลายแห่งยกเลิกเที่ยวบินที่มีเส้นทางบินผ่านน่านฟ้าเวเนซุเอลา หลังสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ ออกประกาศผู้ทําการในอากาศ (Notice to Airmen-NOTAM) แจ้งเตือนว่าพื้นที่ทะเลแคริบเบียนตะวันออกเป็นพื้นที่ที่มีปฏิบัติการทางทหารตั้งแต่ 21 พ.ย.68 ก่อนหน้านี้ เมื่อ 23 พ.ย.68 สื่อรายงานว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาการทำสงครามจิตวิทยา ยกระดับปฏิบัติการด้วยการโปรยใบปลิวทั่วกรุงการากัสของเวเนซุเอลา ขณะที่ สนข. New York Times รายงานว่า พล.อ.อ. แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมกองทัพสหรัฐฯ มีกำหนดการเดินทางไปพื้นที่ทะเลแคริเบียนก่อน 27 พ.ย.68 เพื่อให้ขวัญกำลังใจแก่กำลังพลกองทัพสหรัฐฯ

MRC จะจัดการประชุมที่ จ.เชียงรายในปลาย พ.ย.68

สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Committee Secretariat – MRCS) จะจัดการประชุมที่ จ.เชียงราย ใน 25-26 พ.ย.68 ประกอบด้วย การประชุมคณะกรรมการร่วมคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง สำหรับเตรียมการประชุมคณะมนตรีคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ครั้งที่ 32 ใน 25 พ.ย.68 การประชุมคณะมนตรีคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงครั้งที่ 32 และการประชุมระหว่างคณะมนตรีคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงกับหุ้นส่วนการพัฒนา ครั้งที่ 30  ใน 26 พ.ย.68 ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าว จะมีการให้ความเห็นชอบต่อร่างปฏิญญากรุงเทพฯ (Bangkok Declaration) ซึ่งจะเป็นผลลัพธ์การประชุมสุดยอด MRC ครั้งที่้ 5 ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในปี 2569 และให้ความเห็นชอบต่อแผนยุทธศาสตร์ MRC (MRC Strategic Plan) ปี 2569-2573