ญี่ปุ่นเห็นว่าการประจำการขีปนาวุธบนเกาะใกล้ไต้หวันช่วยลดความเสี่ยงที่ญี่ปุ่นจะถูกโจมตี

ถ้อยแถลงของนายโคอิซูมิ ชินจิโร รมว.กห.ญี่ปุ่น เมื่อ 23 พ.ย.68  หลังเสร็จสิ้นการตรวจเยี่ยมค่ายกองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินญี่ปุ่น (Japan Ground Self-Defense Force-JGSDF) เกาะโยนากูนิ จ.โอกินาวะ (ห่างจากไต้หวันประมาณ 110 กม.) ระบุว่า การประจำการขีปนาวุธพิสัยกลางที่เกาะโยนากูนิมีความคืบหน้าตามแผนงานที่วางไว้ โดยการประจำการขีปนาวุธดังกล่าวจะไม่ทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาคเพิ่มขึ้นตามที่บางฝ่ายห่วงกังวล แต่จะช่วยลดความเสี่ยงที่ญี่ปุ่นจะถูกโจมตี

จีนเปิดตัวอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ต่อต้านเรือดำน้ำลำแรกของโลก

บริษัทอุตสาหกรรมการบินแห่งประเทศจีน Aviation Industry Corporation of China (AVIC) เปิดตัวอากาศยานไร้คนขับ หรือ Unmanned Aerial Vehicles (UAV) รุ่น Wing Loong X ในงานนิทรรศการ Dubai Airshow 2025

Waymo เตรียมขยายพื้นที่ให้บริการรถแท็กซี่ไร้คนขับในรัฐแคลิฟอร์เนีย

กรมยานยนต์ของรัฐแคลิฟอร์เนีย อนุญาตให้ Waymo บริษัทในเครือของ Alphabet Inc. ซึ่งมุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ (autonomous vehicles)

การหลอกลวงออนไลน์ที่เชื่อมโยงกับกัมพูชาในญี่ปุ่นถูกขุดคุ้ย

ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งในหลาย ๆ ประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากการหลอกลวงออนไลน์ที่เชื่อมโยงกับกัมพูชา เฉพาะอย่างยิ่งจากบริษัท Prince Holding Group ที่นายเฉิน จื้อ เป็นประธานบริษัท โดยมีสำนักงานใหญ่ที่กัมพูชา และมีฐานธุรกิจ scam ในกัมพูชามากกว่า 10 แห่ง  โดยบริษัทดังกล่าวใช้ญี่ปุ่นเป็นแหล่งฟอกเงินที่ได้มาจากธุรกิจผิดกฎหมาย ส่วนชาวญี่ปุ่นก็ถูกหลอกลวงไปทำธุรกิจผิดกฎหมายที่กัมพูชา เพื่อให้กลับมาหลอกลวงชาวญี่ปุ่นด้วยกันเอง บริษัทที่ Prince Holding Group เข้าไปลงทุนในญี่ปุ่น ตั้งแต่เมื่อปี 2565 ตามที่สื่อญี่ปุ่นรายงานเมื่อ กลางพฤศจิกายน 2568 มีอย่างน้อย 3 บริษัท โดยเข้าไปทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น บริษัทที่ปรึกษา Prince Japan  และบริษัทอสังหาริมทรัพย์ Canopy Sands Development Japan Co. เฉพาะอย่างยิ่งบริษัท Canopy Sands Development Japan Co.นี้ สถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาในญี่ปุ่นเคยได้โพสต์แนะนำบริษัทว่าอยู่ในเครือของ Prince…

Google Gemini เพิ่มฟีเจอร์ตรวจเช็คภาพที่สร้างด้วย AI

Gemini แอปพลิเคชันแชทบอต AI จาก Google เปิดตัวคุณสมบัติ “ตรวจสอบว่ารูปภาพถูกสร้างขึ้นโดย AI หรือไม่” โดยให้ผู้ใช้งานอัปโหลดรูปภาพและตั้งคำถามที่แชทบอตโดยตรง ซึ่งกลไกของการตรวจสอบดังกล่าว

ญี่ปุ่นจะเปิดทำการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

แหล่งข่าว จนท.ของรัฐใน จ.นีกาตะ ของญี่ปุ่นระบุ ว่า นายฮานาซูมิ ฮิเดโยะ ผวจ.นีกาตะ จะอนุมัติให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ-คาริวะ (Kashiwazaki-Kariwa Nuclear Power Station) ของบริษัท Tokyo Electric Power Company Holdings (TEPCO) เริ่มเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์บางส่วน โดยคาดว่าจะประกาศใน 21 พ.ย.68 ขณะที่บริษัท TEPCO มีแผนเริ่มเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 6-7 ของโรงไฟฟ้าดังกล่าว ซึ่งมีขีดความสามารถในการผลิตกระแสไฟฟ้า 2,710 เมกะวัตต์ และอาจพิจารณาปลดระวางเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 1-5 เป็นบางเครื่อง ทั้งนี้ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Kashiwazaki-Kariwa Nuclear Power Station เป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีขีดความสามารถในการผลิตกระแสไฟฟ้า 8,212 เมกะวัตต์ แต่หยุดเดินเครื่องชั่วคราวหลังเกิดอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะที่ 1 (Fukushima Daiichi Nuclear Power Station-FDNPS) ของบริษัท TEPCO เมื่อปี…

ปานามากล่าวหาว่าจีนแทรกแซงกิจการภายในของประเทศ

แถลงการณ์ กต.ปานามา เมื่อ 19 พ.ย.68 ตำหนิ ออท.จีน ณ กรุงปานามาซิตี ปานามา ว่า แทรกแซงกิจการภายในของปานามา พร้อมย้ำว่าปานามาเป็นรัฐอธิปไตย มีอำนาจอิสระในการตัดสินใจภายในของฝ่ายนิติบัญญัติ และจะไม่ยอมให้บุคคลหรือประเทศใดมากดดันหรือแทรกแซงกระบวนการดังกล่าว แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังสื่อมวลชนในปานามารายงานเมื่อ 18 พ.ย.68 ว่า ออท.จีน ณ กรุงปานามาซิตี ติดต่อและกดดันให้สมาชิกรัฐสภาปานามา จำนวน 10 คน ยกเลิกการเดินทางเยือนไต้หวันในห้วงปลาย พ.ย.68 เพื่อศึกษาดูงานด้านการพัฒนาและหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเห็นว่าละเมิดหลักการจีนเดียวและแทรกแซงกิจการภายในของจีน อย่างไรก็ดี นายโฆเซ ราอูล มูลิโน ประธานาธิบดีปานามา ระบุว่า แผนเดินทางเยือนไต้หวันของสมาชิกรัฐสภาปานามาครั้งนี้ ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหาร พร้อมย้ำว่าภารกิจด้านการเมืองระหว่างประเทศควรอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายบริหาร มิใช่ฝ่ายนิติบัญญัติ

จีนเรียกร้องให้ นรม.ญี่ปุ่นถอนคำพูดที่ผิดพลาดเกี่ยวกับไต้หวัน

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 19 พ.ย.68 ว่า โฆษก กต.จีน แสดงความเห็นกรณีเลขาธิการ ครม.ญี่ปุ่น กล่าวอ้างว่าคำพูดของนางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น เกี่ยวกับไต้หวัน สอดคล้องกับจุดยืนดั้งเดิมของญี่ปุ่น โดยโฆษก กต.จีน ระบุว่า คำพูดที่ผิดพลาดของ นรม.ญี่ปุ่น ทำลายรากฐานทางการเมืองของความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่น จึงเรียกร้องอย่างจริงจังให้ญี่ปุ่นถอนคำพูดดังกล่าว หยุดปลุกปั่นปัญหาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับจีน และดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อยอมรับและแก้ไขความผิดพลาด เพื่อปกป้องรากฐานทางการเมืองในความสัมพันธ์ทวิภาคี หากญี่ปุ่นปฏิเสธที่จะถอนคำพูด จีนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการใช้มาตรการตอบโต้ต่อญี่ปุ่นรุนแรงขึ้น

ผู้นำบราซิลเผชิญความท้าทายในการประชุม COP30

ประธานาธิบดี Luiz Inacio Lula da Silva ของบราซิลเผชิญความท้าทายในการโน้มน้าวประเทศที่เข้าร่วมการประชุม COP30 หรือการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 ให้ร่วมกันรับรองแผนการเปลี่ยนรูปแบบพลังงาน จากพลังงานฟอสซิลไปเป็นพลังงานสะอาด และการตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ แก้ไขปัญหาโลกร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สาเหตุสำคัญเนื่องจากหลายประเทศที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ ไม่เห็นด้วยกับการให้คำมั่นว่าจะต้องปฏิบัติตามแผนงานหรือ roadmap ที่ไม่ยุติธรรม เพราะสหรัฐฯ ไม่ได้รับรองด้วย เนื่องจากจะไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ หรือแม้กระทั่งอินเดีย ซึ่งมีผู้แทนเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ก็คัดค้านว่าแผนงานทั้ง 2 ประเด็นยังไม่สร้างแรงกดดันมากพอให้ประเทศที่พัฒนาแล้วร่วมมือหรือช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนา ดังนั้น อินเดียจึงเสนอให้แต่ละประเทศมีแผนงานเป็นของตัวเอง มากกว่าต้องดำเนินการตามแผนงานของนานาชาติ การที่ประเทศทั่วโลกมีความพร้อมแตกต่างกัน ทั้งด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ทำให้บราซิลและองค์กรระหว่างประเทศเผชิญความท้าทายในการหาแนวปฏิบัติร่วมที่จะให้นานาชาติร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโลกที่เกิดจากสภาพอากาศแปรปรวนและอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นอย่างน่ากังวล แม้ว่าจะมีรายงานของนักวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันแล้วว่าปัญหาโลกร้อนกำลังทวีความรุนแรงอย่างมาก แต่ประเทศต่าง ๆ ก็ยังหาข้อตกลงร่วมกันไม่ได้ เพราะมีมุมมองต่างกันเรื่องการพัฒนา ความยุติธรรม ความรับผิดชอบ และความเท่าเทียม การประชุม COP30 ที่บราซิลจะสิ้นสุดลงใน 21 พฤศจิกายน 2568 นี้มีแนวโน้มว่าอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใหม่ ๆ ที่มีพลังอำนาจมากพอจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้พลังงานฟอสซิล หรือการกำหนดให้ประเทศที่พัฒนาแล้วเพิ่มงบประมาณช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนา แต่อย่างน้อย…การประชุม COP30 ก็ทำให้มีการเปิดเผยข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์จำนวนมากที่สะท้อนว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติ…

การเปิดแฟ้มคดีเจฟฟรีย์ เอปสไตน์ ผลกระทบต่อการเมืองสหรัฐฯ

ประเด็นการเปิดแฟ้มคดีนายเจฟฟรีย์ เอปสไตน์ นักการเงินชาวอเมริกันที่เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณีและล่วงละเมิดทางเพศเด็ก เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่เหยื่อ กำลังได้รับความสนใจจากชาวอเมริกันและสื่อมวลชนต่างประเทศ เพราะคาดว่านักการเมืองและผู้ทรงอิทธิพลของสหรัฐฯ อาจเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว รวมทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งก่อนหน้านี้คัดค้านการเปิดเผยข้อมูลคดีนี้ และกล่าวโทษว่าพรรคเดโมแครตพยายามใช้ประเด็นนี้ทำลายภาพลักษณ์ทางการเมืองของตน อย่างไรก็ตาม เมื่อ 19 พฤศจิกายน 2568 ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามในคำสั่งอนุมัติให้เปิดเผยแฟ้มคดีดังกล่าวแล้ว ซึ่งจะเปิดทางให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ รวมทั้งสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) เผยแพร่เอกสารที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมของนายเอปสไตน์ต่อสาธารณชนภายใน 30 วัน ทำให้มีโอกาสสูงที่เอกสารดังกล่าวจะพาดพิงไปถึงนักการเมือง ผู้ทรงอิทธิพล รวมทั้งประธานาธิบดีทรัมป์ ที่เคยเป็นเพื่อนสนิทกับนายเอปสไตน์ แม้ว่านายเอปสไตน์ จะเสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี 2562 แต่การเปิดเผยข้อมูลคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวกับเด็กและเรื่องอื้อฉาวเป็นเรื่องที่ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันเห็นพ้องกันว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อความโปร่งใสในการสอบสวนและให้ความเป็นธรรมต่อเหยื่อ จึงมีการผลักดันรัฐบัญญัติ The Epstein Files Transparency Act ที่จะกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลที่อาจเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมของนายเอปสไตน์ได้ สาเหตุที่ชาวอเมริกันให้ความสนใจประเด็นนี้อย่างมาก เพราะปัจจุบันมีเพียงนายกิสเลน แม็กซ์เวลล์ ผู้สมรู้ร่วมคิดของนายเอปสไตน์ที่ถูกดำเนินคดี นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์เคยใช้ประเด็นนี้หาเสียงในช่วงการเลือกตั้งว่าจะเปิดเผยแฟ้มคดีดังกล่าว เพื่อต่อต้านการค้าประเวณีและการล่วงละเมิดเด็ก ที่เป็นอาชญากรรมร้ายแรงในประเทศ “การเปิดแฟ้มคดีเอปสไตน์” อาจเป็นการเปิดเผยรายชื่อผู้ทรงอิทธิพล นักการเมือง และบุคคลสำคัญระดับโลกที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมดังกล่าว ไม่ว่าจะมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ แต่กรณีนี้อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ ก่อนหน้านี้…