ผู้ประกอบการสวนทุเรียนมาเลเซียขอให้รัฐบาลตั้งทุเรียนเป็นผลไม้ประจำชาติ

นสพ.New Straits Times รายงานเมื่อ 10 พ.ย.68 ว่า นายอีริค ชาน ประธานสมาคมผู้ประกอบการสวนทุเรียน (Durian Manufacturer Association-DMA) ของมาเลเซีย เรียกร้องให้กระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของมาเลเซีย กำหนดทุเรียนเป็นผลไม้ประจำชาติ รวมทั้งเรียกร้องให้ 7 ก.ค. ของทุกปี เป็นวันทุเรียนแห่งชาติ เนื่องจากเป็นห้วงที่ทุเรียนมีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดของฤดูกาล   ขณะที่อธิบดีกรมการเกษตร ยืนยันว่า กรมได้รับคำร้องจาก DMA เมื่อ 8 ก.ย.68 และอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับทุเรียนสายพันธุ์คุณภาพสูงของมาเลเซียมีหลายสายพันธุ์ เช่น สายพันธุ์หนามดำ (D200) สายพันธุ์ D24 และเฉพาะอย่างยิ่งสายพันธุ์มูซังคิง (D197) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications-GI) และได้รับการขยายสถานะ GI เพิ่มเติมจนถึง มี.ค.77

จีนส่งเรือวิจัย Da Yang Hao ศึกษาทรัพยากรในน่านน้ำแปซิฟิกใต้

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของจีนส่งเรือ Da Yang Hao หรือเรือวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และทะเลลึกไปปฏิบัติการในน่านน้ำแปซิฟิกใต้ ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวถูกสื่อต่างประเทศวิจารณ์ว่าเป็นความพยายามของรัฐบาลจีนที่จะลาดตระเวนและเก็บรวบรวมข้อมูลด้านความมั่นคงในภูมิภาค เนื่องจากปัจจุบัน จีนกำลังเร่งขยาย อิทธิพลในภูมิภาคดังกล่าว แข่งกับออสเตรเลีย ซึ่งเป็นพันธมตริของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี  เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568 สื่อมวลชนจีนเผยแพร่ข้อมูลตอบโต้การวิจารณ์ของสื่อต่างประเทศ ด้วยการยืนยันว่า ปฏิบัติการสำรวจของเรื่อง Da Yang Hao เป็นไปเพื่อศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล เฉพาะอย่างยิ่งการวิจัยทะเลลึก (deep sea) โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากรัฐบาลหมู่เกาะคุก ซึ่งเป็นประเทศที่ปกครองตนเอง ภายใต้ความร่วมมือกับนิวซีแลนด์ จีนอธิบายและเน้นย้ำความสำคัญของภารกิจวิจัยทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลดังกล่าว โดยระบุว่าการที่เรือ Da Yang Hao เทียบท่าเรืออาวาติอู ในหมู่เกาะคุก ตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2568 เป็นไปตามโครงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างจีนกับหมู่เกาะคุก เนื่องจากมีรายงานว่าพื้นที่ดังกล่าวมีแร่ธาตุสำคัญปริมาณมาก อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนต่างประเทศรายงานถึงภารกิจของเรือ Da Yang Hao ในเชิงลบว่าน่าสงสัย และแฝงไปด้วยปฏิบัติการทางทหารและการสอดแนมประเทศอื่น ๆ ดังนั้น จีนจึงประท้วงการรายงานข้อมูลในลักษณะดังกล่าว พร้อมตอบโต้ว่าข้อมูลของสื่อมวลชนต่างประเทศสะท้อนว่าประเทศตะวันตกมีมุมมองว่าจีนเป็นภัยคุกคาม ประเทศตะวันตกยังยึดติดกับกรอบความคิดการขยายอิทธิพลของมหาอำนาจมากจนหวาดระแวงความร่วมมือระหว่างจีนกับประเทศอื่น…

รัสเซีย-ยูเครนโจมตีความมั่นคงพลังงาน : ไม่มีสัญญาณสันติภาพ

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังตึงเครียดและมีแนวโน้มที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะปฏิบัติการทางทหารโจมตีกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในสมรภูมิช่วงฤดูหนาว โดยไม่มีสัญญาณการเจรจาสันติภาพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเปิดเผย เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568 ว่า ยูเครนยิงขีปนาวุธโจมตีโรงงานควบคุมพลังงานในเมือง Belgorod บริเวณพรมแดนทางภาคตะวันตกของรัสเซีย ทำให้ได้รับความเสียหายอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อการกระจายพลังงานในพื้นที่เมือง Belgorod และเมืองใกล้เคียง ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 20,000 ครัวเรือน รัสเซียยังตรวจจับได้ว่ายูเครนพยายามใช้โดรนจำนวนมาก เพื่อก่อเหตุวินาศกรรมต่อโรงงานควบคุมพลังงานในพื้นที่เมือง Voronezh ทางตะวันตกของรัสเซียเช่นกัน ปฏิบัติการดังกล่าวสะท้อนว่า ยุทธวิธีของยูเครนในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการทำลายเป้าหมายด้านพลังงานในรัสเซีย เพื่อตอบโต้และกดดันรัสเซียให้เข้าสู่การเจรจา รัสเซียใช้ยุทธวิธีเดียวกันในการกดดันยูเครน โดยมีรายงานว่ารัสเซียใช้โดรนและขีปนาวุธมุ่งโจมตีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในยูเครน แม้ว่าจะยังไม่สามารถทำลายโรงงานดังกล่าวได้ แต่มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีอย่างน้อย 7 ราย ก่อนหน้านี้ เมื่อ 9 พฤศจิกายน 2568 มีรายงานว่ายูเครนเผชิญปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าและพลังงานในพื้นที่เมือง  Kharkiv ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เป็นผลจากการโจมตีของรัสเซีย ทำให้ประชาชนมากกว่า 100,000 คนไม่มีไฟฟ้าและพลังงานใช้ ด้านบริษัทพลังงาน Tsentrenergo ของยูเครนเปิดเผยว่ารัสเซียโจมตีรุนแรงที่สุดในครั้งนี้ ตั้งแต่มีความขัดแย้งกันมาเมื่อ กุมภาพันธ์ 2565 รวมทั้งประเมินว่ารัสเซียจะยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนในปี 2568 เพื่อกดดันยูเครนให้ยอมรับเงื่อนไขของรัสเซียสู่การยุติสงคราม…

ผู้นำสหรัฐฯ ต้อนรับผู้นำซีเรียเยือนทำเนียบประธานาธิบดี

การพบหารือกันระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำซีเรีย ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568 อาจเป็นจุดพลิกผันสำคัญที่ปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ ให้มีความร่วมมือมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งการต่อต้านการก่อการร้ายและรักษาบรรยากาศความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต้อนรับการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีอะห์มัด อัชชะระอ์ ของซีเรีย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสหรัฐฯ ต้อนรับผู้นำซีเรียตั้งแต่ปี 2489 หรือปีที่ซีเรียได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส นอกจากนี้ ยังเป็นการต้อนรับผู้นำซีเรียที่ไปเยือนสหรัฐฯ ครั้งแรกหลังจากโค่นล้มรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีบะชาร อัลอะซัด ซึ่งสืบทอดตำแหน่งทางการเมืองเป็นระยะเวลานาน  ก่อนหน้านี้ เมื่อกันยายน 2568 ประธานาธิบดีอัชชะระอ์  เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly – UNGA) ครั้งที่ 80 ที่นครนิวยอร์ก ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์เคยพบหารือกับประธานาธิบดีอัชชะระอ์ เมื่อ พฤษภาคม 2568 ที่ซาอุดีอาระเบีย โดยประธานาธิบดีทรัมป์มีมุมมองเชิงบวกต่อผู้นำซีเรีย แม้ว่าจะเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับกลุ่มอัลกออิดะห์ กลุ่มก่อการร้ายสากลที่มีเป้าหมายโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ มาก่อน ด้านโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ย้ำว่า การที่ประธานาธิบดีทรัมป์พร้อมต้อนรับผู้นำซีเรียนั้นเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์การทำงานด้านการทูตของประธานาธิบดีทรัมป์ที่มุ่งผลสำเร็จ คือ…

 รัสเซียรุกเรื่องแร่หายากโดยเร่งการจัดทำ Road Map

รัสเซียรุกเรื่องแร่หายาก (rare earth) โดยเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2568 ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียให้เวลาหน่วยงานงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ถึงเดือนที่จะจัดทำร่างการสกัด กระบวนการผลิต และการส่งออกแร่หายากที่สมบูรณ์แบบ โดยต้องจัดทำแนวทาง (road map) ระยะยาวดังกล่าว ให้เสร็จ ภายใน 1 ธันวาคม 2568  ซึ่งมีหลักการสำคัญ 5 ส่วน ได้แก่ ประเมินแหล่งทรัพยากรที่จะสามารถสกัดแร่หายาก  พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จะเชื่อมพื้นที่เหมืองสกัดแร่กับศูนย์กลางการส่งออก  บูรณาการเทคโนโลยีระหว่างในประเทศกับต่างประเทศให้เป็นเนื้อเดียวกันในการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตแร่หายาก ปฏิบัติการตามกฎระเบียบในด้านสิ่งแวดล้อมและการค้า และกำหนดยุทธศาสตร์การเข้าถึงตลาดในต่างประเทศ นายกรัฐมนตรี Mikhail Mishustin ของรัสเซียจะเป็นผู้กำกับดูแลตามข้อสั่งการของประธานาธิบดีปูติน ซึ่งได้ผลักดันภายหลังการประชุมเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออก (Eastern Economic Forum-EEF) เมื่อ กันยายน 2568 เพื่อให้ road map เกี่ยวกับการผลิตแร่หายากของรัสเซียระยะยาว สอดรับกับผลประโยชน์จากความต้องการของแร่หายากที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก อีกทั้งแร่หายากจะเป็นทรัพยากรธรรมชาติเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่อการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของรัสเซีย รวมทั้งลดการพึ่งพาแร่หายากจากจีน รัสเซียพยายามครอบครอง และจัดหาแร่หายากมาต่อเนื่อง เมื่อมีนาคม 2568 ผู้แทนรัสเซียกับสหรัฐฯ ได้หารือกันว่า บริษัทสหรัฐฯ…

กัมพูชาจะมีการขยายเส้นทางการบินในปี 2569 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว

การเปิดเส้นทางการบินใหม่ ๆ ของกัมพูชา สะท้อนการดำเนินการเชิงรุกของกัมพูชา เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ หลังจากภาพลักษณ์ของกัมพูชาขณะนี้ปกคลุมไปด้วยความไม่ปลอดภัย จากการที่เป็นแหล่งของแก็งหลอกลวงทางออนไลน์ระดับภูมิภาค และโลก ขณะที่ Mekong Strategic Capital (MSC) ประเมินเมื่อสิงหาคม 2568 ว่า ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ลังเลจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่กัมพูชา การท่องเที่ยวของกัมพูชาเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจกัมพูชา เพราะสามารถสร้างงานจากการบริการ การค้า และการลงทุนได้เกือบทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ ซึ่งในปี 2568 กัมพูชาใช้ธีม “Tourism and Sustainable Transformation” ที่เน้นการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน  ส่วนเมื่อปี 2567 รายได้จากการท่องเที่ยว มีมูลค่า 3,637 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 9.4 ของ ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 6.7 ล้านคน ส่วนช่วง 8 เดือนแรก (มกราคม-สิงหาคม 2568) มีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 4 ล้านคน เพื่อกระตุ้นให้การท่องเที่ยวของกัมพูชาดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มากขึ้น…

ปากีสถานยกระดับขีดความสามารถทางทะเลตั้งเป้าประจำการเรือดำน้ำจีนลำแรกในปี 2569

กองทัพเรือปากีสถาน (Pakistan Navy) ประกาศเมื่อต้น พฤศจิกายน 2568 ถึงความคืบหน้าสำคัญของโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถกำลังรบใต้น้ำ โดยระบุเตรียมประจำการเรือดำน้ำโจมตีพลังงานดีเซล-ไฟฟ้าชั้น Hangor (Hangor-class Submarine) ที่สร้างโดยจีนลำแรกอย่างเป็นทางการภายในปี 2569 โดยเป็นเรือดำน้ำภายใต้โครงการจัดหาเรือดำน้ำมูลค่ากว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.6 แสนล้านบาท) ที่ลงนามตั้งแต่ปี 2558 โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเลของปากีสถาน และปัจจุบันการจัดหาดำเนินการไปอย่างราบรื่น ตามแผนโครงการจัดหารือดำน้ำ ปากีสถานจะรับมอบเรือดำน้ำทั้งสิ้น 8 ลำ โดย 4 ลำแรกจะสร้างและประกอบในจีน ส่วนอีก 4 ลำที่เหลือจะถูกประกอบที่ต่อเรือ Karachi Shipyard & Engineering Works (KSEW) ในปากีสถาน ปัจจุบันมีการทดสอบปล่อยเรือดำน้ำลงน้ำแล้ว 3 ลำ ทั้งนี้ เรือดำน้ำที่รับมอบจากจีนจะปฏิบัติการลาดตระเวนในพื้นที่ทะเลอาหรับตอนเหนือและมหาสมุทรอินเดีย โดยจะเพิ่มอำนาจการป้องปรามให้กับกองทัพเรือปากีสถาน ท่ามกลางการแข่งขันทางทะเลในภูมิภาคกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเรือดำน้ำชั้น Hangor มีขีดความสามารถด้าน A2/AD (Anti-Access/Area Denial) หรือการปฏิเสธการเข้าถึงพื้นที่ทางทะเลของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งจะทำให้เรือลำดังกล่าวกลายเป็นเครื่องมือหลักในการต่อต้านเรือผิวน้ำหรือเรือดำน้ำในอนาคต…

Joby Aviation ได้ทดสอบการบินของเครื่องบินป้องกันแบบไฮบริด VTOL สำเร็จ

บริษัท โจบี้ เอวิเอชั่น (Joby Aviation) ได้ทดสอบการบินของเครื่องบินป้องกันแบบไฮบริด VTOL (Turbine-Electric, Autonomous VTOL Demonstrator Aircraft) ที่สร้างขึ้นจากฐานของรุ่น Joby S4 สำเร็จ

จีนเสนอ 4 เสาหลักด้านการพัฒนาสังคมโลกให้ยั่งยืน

ผู้แทนรัฐบาลจีนใช้ประโยชน์จากการเข้าร่วมการประชุมระดับนานาชาติให้คุ้มค่า โดยไปเพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายของจีน ที่พร้อมเป็น “โมเดล” ในการพัฒนาให้ประเทศอื่น ๆ ทำตาม รวมทั้งร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อสร้างสังคมโลกที่น่าอยู่ มั่งคั่งและปลอดภัย เพราะรัฐบาลจีนตระหนักว่า การจะบรรลุเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์การฟื้นฟูชาติจีนครั้งยิ่งใหญ่ หรือ Great Rejuvenation of the Chinese Nation ได้ภายในปี 2592 นั้น จีนจำเป็นต้องได้รับการยอมรับจากนานาชาติ และต้องพร้อมก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำโลกในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การทหาร และการพัฒนาสังคม… ดังนั้น จีนจึงให้ความสำคัญกับการไปเข้าร่วมการประชุมระดับพหุภาคีต่าง ๆ เพื่อโน้มน้าวให้ประเทศที่มีเป้าหมายและผลประโยชน์ร่วมกันด้านการพัฒนา เห็นว่าจีนสามารถเป็น “ตัวอย่างที่ดี” ในเวทีโลกได้ เฉพาะอย่างยิ่งด้านการ “พัฒนาสังคม” ซึ่งเป็นกรอบที่น่าจะดึงดูดความสนใจจากนานาชาติได้ การประชุม World Social Summit ที่กาตาร์ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดยการประชุมครั้งแรกมีขึ้นที่กรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์กเมื่อปี 2538 มีผู้แทนจากรัฐบาลประเทศต่าง ๆ เข้าร่วม 117 ประเทศ ซึ่งประเทศที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนั้นเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการพัฒนาสังคมให้ยั่งยืนตามเป้าหมายในปี 2573 สาเหตุที่นานาชาติให้ความสนใจเรื่องการพัฒนา…

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนระหว่าง 13-17 พ.ย.68

โฆษก กต.จีน แถลงเมื่อ 6 พ.ย.68 ว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 13-17 พ.ย.68 ตามคำทูลเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยเป็นการเสด็จฯ เยือนจีนครั้งแรกของพระมหากษัตริย์ไทยนับตั้งแต่ทั้งสองประเทศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และ นรม.หลี่ เฉียง จะเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้ กต.จีน ระบุว่า ไทยและจีนเป็นเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรและใกล้ชิด ความสัมพันธ์พัฒนาไปอย่างสูงภายใต้การชี้นำทางยุทธศาสตร์ระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ