Dark Tourism โอกาสสำหรับประเทศที่เผชิญโศกนาฏกรรม

  การเผชิญกับโศกนาฏกรรมไม่ใช่เรื่องดีและไม่มีใครอยากเจอ แต่เมื่อต้องเจอและผ่านพ้นช่วงเวลาแย่ ๆ ไปแล้ว ก็เป็นเวลาที่ต้องหาเรื่องดี ๆ จากเรื่องแย่ ๆ ที่จบสิ้นไป หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมคือ การสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมไม่ว่าจากสงคราม ภัยธรรมชาติ หรือการใช้ความรุนแรงกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งจุดหมายปลายทางสายดาร์ก (Dark Destination) ดังกล่าวได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยวไม่น้อยและสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้หลายประเทศที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์เลวร้ายดังกล่าว Dark Tourism เป็นคำที่ J.John Lennon และ Malcom Foley นักวิชาการเจ้าของหนังสือ “Dark Tourism : The Attraction to Death and Disaster” ใช้เรียกการเดินทางเยี่ยมชมสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับความตาย โศกนาฏกรรม สงคราม และความทุกข์ทรมานหรือภัยพิบัติ การเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่เรียกได้ว่าเป็นสายดาร์ก ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อย ทั้งจุดท่องเที่ยวที่เป็นพื้นที่ประสบเหตุและมีเรื่องเล่ามากมายตั้งแต่อดีตที่เกิดขึ้น ตามธรรมชาติและที่เป็นฝีมือของมนุษย์ด้วยกันเอง เช่น ค่ายกักกัน Auschwitz ในโปแลนด์ ที่เป็นปลายทางลำดับต้น ๆ ของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ โดยมีรายงานว่าเมื่อปี 2567 มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปมากถึง 1.8…

ตุรกียับยั้งแผนก่อเหตุของ IS เตรียมโจมตีในช่วงเทศปีใหม่

จนท.สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม IS ได้อย่างน้อย 115 ราย จากปฏิบัติการบุกค้นพร้อมกันหลายจุดในกรุงอิสตันบูล เมื่อ 25 ธ.ค.68  หลังได้รับข่าวกรองว่ากลุ่มดังกล่าวมีแผนก่อเหตุโจมตีในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ขณะที่กำลังเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัยที่เหลืออีก 22 ราย  การจับกุมเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่อเป้าหมายของกลุ่ม IS ในซีเรีย เพื่อตอบโต้เหตุซุ่มโจมตีที่สังหารชีวิตทหารสหรัฐฯ และพลเรือน ขณะที่กองกำลังความมั่นคงของซีเรียก็ได้เร่งปฏิบัติการปราบปราม IS ในพื้นที่รอบกรุงดามัสกัส และผู้นำระดับสูงของตุรกีได้เดินทางไปหารือกับฝ่ายซีเรียในประเด็นความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้าย

ศาลสูงมาเลเซียพิพากษาอดีต นรม. มีความผิด กรณีทุจริตฟอกเงินกองทุน 1MDB

สนข.Malay Mail รายงานเมื่อ 26 ธ.ค.68 ว่า ศาลสูงมาเลเซียพิพากษาให้นายนาจิบ ราซัก (อายุ 72 ปี/ปี 68) อดีต นรม.มาเลเซีย ที่ต้องโทษคดีทุจริตกองทุน 1MDB มีความผิดจริงใน 4 ข้อหาเกี่ยวกับการใช้อำนาจโดยมิชอบระหว่างดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้แก่ นรม. รมว.กค. และประธานคณะที่ปรึกษากองทุน 1MDB เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางการเงินกว่า 2,300 ล้านริงกิต (ประมาณ 17,600 ล้านบาท) โดยมีนาย Jho Low นักธุรกิจชาวมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการหลบหนี ทำหน้าที่เป็นตัวแทน (proxy) หรือนายหน้าดำเนินธุรกรรมแทน รวมทั้งมีความผิดจริงใน 21 ข้อหาเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินผ่านบัญชีส่วนตัวของธนาคาร AmIslamic Bank โดยนายนาจิบอาจต้องโทษจำคุกสูงสุดข้อหาละ 15-20 ปี และถูกปรับเป็นเงินสูงสุด 5 เท่าของมูลค่าความเสียหาย ทั้งนี้ นายนาจิบรับโทษจำคุกในเรือนจำตั้งแต่ 23 ส.ค.65 หลังศาลสูงพิพากษาให้มีความผิดฐานยักยอกเงินจากบริษัท SRC…

รมว.กต.สหรัฐฯ หารือกับ นรม.กัมพูชา กรณีสถานการณ์การสู้รบไทย-กัมพูชา

  กต.สหรัฐฯ เผยแพร่ข้อความเมื่อ 25 ธ.ค.68 ว่า นายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ หารือทางโทรศัพท์กับสมเด็จฯ ฮุน มาแนต นรม.กัมพูชา เกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยย้ำว่า สหรัฐฯ กังวลกับความรุนแรงจากการสู้รบ และอ้างถึงข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้ไทยกับกัมพูชากลับสู่สันติภาพตามข้อตกลงกัวลาลัมเปอร์ โดยสหรัฐฯ พร้อมจะอำนวยความสะดวกการจัดการหารือระหว่างไทยกับกัมพูชา เพื่อยุติการสู้รบ

“72 ปี วรรณกรรม “ถกเขมร” (พ.ศ.2496 – 2568)”

เหตุการณ์ความขัดแย้งไทยกับกัมพูชา จนทำให้เราต้องสูญเสียจำนวนมาก ทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และความรู้สึกความเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเรา  ทั้ง ๆ ที่ทั้งสองประเทศนี้ก็ไม่สามารถยกประเทศหนีกันไปไหนได้ ตามที่มีการพูด ๆ กัน  บทความเรื่อง “72 ปี วรรณกรรม “ถกเขมร” (พ.ศ.2496 – 2568)” ขอจุดประกายให้ท่านกลับไปหยิบขึ้นมาอ่านอีกครั้ง หรือไปหาอ่าน หากท่านยังไม่เคยได้สัมผัสเรื่องนี้  โดยเรื่อง“ถกเขมร” ซึ่งมี พล.ต.หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นผู้ประพันธ์ ช่วยให้รู้เรื่องราว ประวัติศาสตร์ ความสนุกสนาน และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของเพื่อนบ้านของเราที่กำลังขัดแย้งอยู่ในขณะนี้ที่น่าสนใจเลยทีเดียว ในแวดวงวรรณกรรม บทประพันธ์รวมถึงภาพยนตร์ที่เล่าขานถึงสถานการณ์ภายในของเขมร หรือกัมพูชาในช่วงสงครามกลางเมืองระหว่างเขมรฝ่ายต่าง ๆ คงจะไม่พลาดที่จะต้องกล่าวถึงหนังสือเรื่อง 4 ปี นรกในเขมร โดยผู้เขียนคือ ยาสึโกะ นะอิโต สตรีชาวญี่ปุ่นที่สมรสกับนักการทูตชาวกัมพูชา ที่ต่อมาได้กลายเป็นเหยื่อของความรุนแรงของความแตกแยกและสงครามกลางเมืองในกัมพูชา แปลเป็นภาษาไทยโดยผุสดี นาวาวิจิตร และจำนวนพิมพ์หลายครั้งเลยทีเดียว หากย้อนไปถึงภาพยนตร์ ก็จะพบเรื่อง The Killing Fields ในปี 1984…

ท่าเรือสิงคโปร์เตรียมรับปริมาณเรือเพิ่มขึ้น หากเส้นทางทะเลแดงเปิดปกติ

  นสพ.Straits Times รายงานเมื่อ 25 ธ.ค.68 ท่าเรือสิงคโปร์ประกาศความพร้อม ในการรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าทางเรือที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หากสถานการณ์ความขัดแย้งในทะเลแดงคลี่คลายและเส้นทางเดินเรือหลักกลับมาเปิดให้บริการตามปกติในปี 2569 โดยคาดการณ์ว่าการเปลี่ยนเส้นทางกลับจากการอ้อมแหลมกู๊ดโฮปมาใช้เส้นทางคลองสุเอซจะทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือกระจุกตัว ที่เรือจำนวนมากเดินทางมาถึงด่านพร้อมกันในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งจะสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อระบบจัดการท่าเรือ ทั้งนี้ การท่าเรือแห่งสิงคโปร์ (MPA) ได้เตรียมแผนรับมือเชิงรุกด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการตู้คอนเทนเนอร์ การเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานที่ท่าเรือทูอัส (Tuas Port) และการนำระบบดิจิทัลที่ทันสมัยมาใช้

ขบวนการค้ามนุษย์ชายแดนไทย-มาเลเซีย เปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนไหว

ดาโต๊ะ โมฮาหมัด ยูซฟ มามัต ผบ.ตร.รัฐกลันตัน มาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 25 ธ.ค.68 ว่า ขบวนการค้ามนุษย์บริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย ด้านรัฐกลันตัน ปรับรูปแบบ  จากที่ลักลอบผ่านช่องทางธรรมชาติทางบกและเส้นทางทางทะเลในตอนกลางคืน เป็นการใช้เกาะร้างในพื้นที่ อ.ตุมปัต เป็นจุดขึ้นฝั่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ  ได้แก่ เกาะเติงโกรัก (Pulau Tengkorak) เกาะซูรี (Pulau Suri) และเกาะอูลาร์ (Pulau Ular) ซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล  บางเกาะมีพุ่มไม้หนาทึบ จึงยากต่อการตรวจพบ กลุ่มขบวนการยังพึ่งพาชาวบ้านในพื้นที่ทำหน้าที่ขับเรือและขนย้ายคน ควบคู่กับการจ้างสายข่าวดูต้นทาง   โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นผลจากกรณีกรมตำรวจรัฐกลันตันรื้อถอนท่าข้ามผิดกฎหมายตามแนวแม่น้ำโก-ลก เพิ่มการลาดตระเวนและปฏิบัติการร่วมระหว่างหน่วยงานความมั่นคง

สหรัฐฯ เพิ่มกำลังทางทหารในพื้นที่ใกล้กับเวเนซุเอลา

สื่อรายงานเมื่อ 23 ธ.ค.68 ว่า สหรัฐฯ เพิ่มกำลังทางทหารและยุทโธปกรณ์ในพื้นที่ใกล้กับเวเนซุเอลาอย่างต่อเนื่อง  โดยล่าสุดส่งอากาศยานลูกผสมระหว่างเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ (Tiltrotor Aircraft) ชนิด CV – 22 Osprey ซึ่งใช้ประจำการในหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพสหรัฐฯ อย่างน้อย 10 ลำ และเครื่องบินลำเลียงชนิด C – 17 บรรทุกกำลังพลและยุทโธปกรณ์จากสหรัฐฯ ไปยังเปอร์โตริโก   ขณะที่ หน่วยกองบัญชาการภาคใต้สหรัฐฯ (U.S. Southern Command – SOUTHCOM) ชี้แจงว่าเป็นการเคลื่อนกำลังพลและเปลี่ยนถ่ายอุปกรณ์ยุทโธปกรณ์ตามปกติ

อินเดีย : แหล่งนำเข้าอาวุธที่อาเซียนไม่เคยมองข้าม

ถ้าพูดถึงประเทศผู้ส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ ประเทศหนึ่งที่จะลืมไปไม่ได้คือ อินเดีย ที่เป็นทั้งผู้นำเข้าอาวุธยุทโธปกรณ์รายใหญ่ พร้อม ๆ กับเป็นผู้ส่งออกที่น่าจับตามองในห้วงที่การนำเข้าอาวุธจากสหรัฐฯ หรือจีน สุ่มเสี่ยงจะถูกตีความเป็นการเลือกข้าง รวมถึงรัสเซียที่ต้องลดการจำหน่ายอาวุธ เนื่องจากสงครามที่ยืดเยื้อกับยูเครน อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่มีศักยภาพ ภายใต้แบรนด์ “Made in India” มีจุดขายที่ราคาจับต้องได้ มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับ และมีนโยบายเป็นกลางทางการเมืองที่ชัดเจนท่ามกลางระบบโลกสองขั้ว นอกจากนั้น การมีกลยุทธ์สำคัญคือ การผลิตและพัฒนาร่วมกับประเทศผู้ส่งออก ทำให้สินค้าทางทหารที่อินเดียผลิตขึ้นได้รับความไว้วางใจในแง่คุณภาพจากประเทศผู้นำเข้า ที่มีทั้งประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา สินค้ายุทโธปกรณ์ของอินเดียมีทั้งระบบเรดาร์ โดรน ยานยนต์หุ้มเกราะ ปืนประเภทต่าง ๆ และที่น่าสนใจคือ ขีปนาวุธ BrahMos ที่เป็นการพัฒนาร่วมระหว่างอินเดียกับรัสเซีย นอกจากนั้น อินเดียยังพัฒนาระบบอาวุธใหม่ ๆ และนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) มาประยุกต์ใช้ทางทหาร โดยมีปัจจัยบวกจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของอินเดีย การพัฒนาขีปนาวุธ BrahMos เป็นความสำเร็จสำคัญของอินเดียอย่างมาก จนสามารถส่งออกไปต่างประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ ที่มีความตกลงซื้อขายกันเมื่อปี 2565 มูลค่า 375 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เวียดนามและอินโดนีเซียสนใจจะนำเข้าเช่นกัน…

ความสัมพันธ์กัมพูชา-รัสเซีย และท่าทีรัสเซียต่อความขัดแย้งไทย-กัมพูชา

  การแถลงข่าวของนาย Anatoly Borovik เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำพนมเปญเมื่อ 16 ธันวาคม 2568 ต่อผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ สื่อมวลชน และสถาบันทางวิชาการ ส่วนหนึ่งของการแถลงข่าวดังกล่าวกล่าวถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันอย่างมากระหว่างกัมพูชา-รัสเซีย และจะมีมากขึ้นในโอกาสสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 70 ปี ในปี 2569  ทั้งนี้ ทั้งสองประเทศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อ 13 พฤษภาคม 2499 นาย Borovik เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำพนมเปญย้ำการเป็นหุ้นส่วนระยะยาว และขยายความร่วมมือในทุก ๆ ด้าน ทั้งการทูต การค้า การศึกษา การทหาร และระดับประชาชน กับกัมพูชา นอกจากนี้ ยังไล่เลียงความสัมพันธ์ในระดับการทูตที่ได้มีการพบปะระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งสองฝ่าย เช่น ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียกับรองนายกรัฐฒนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา นอกรอบการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนที่มาเลเซียเมื่อกรกฎาคม 2568 ซึ่งในโอกาสดังกล่าวทั้งสองฝ่ายได้มีการลงนามแผนการหารือร่วมกันระหว่างกันระหว่างปี 2568-2570 ด้วย ส่วนนอกรอบการกระชุมสุดยอดอาเซียน ที่มาเลเซียในตุลาคม 2568 นายกรัฐมนตรีกัมพูชาก็พบกับรองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ซึ่งก็มีการให้คำมั่นในความร่วมมือ และเพิ่มการค้าระหว่างกัน ขณะที่รัสเซียก็เพิ่มความมั่นใจให้กับกัมพูชาว่าจะให้ความช่วยเหลือให้กัมพูชามีความมั่นคงด้านอาหารและความมั่นคงทางพลังงาน รวมทั้งจะส่งออกปุ๋ยไปให้กัมพูชามากขึ้นด้วย สำหรับในเวทีการประชุมสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก ก็ได้มีการพบหารือระหว่างผู้แทนรัสเซียกับกัมพูชาบ่อยครั้ง…