รัฐบาลฝรั่งเศสส่งเสริมให้ใช้แอปแชท “Tchap” เพื่อรักษาความปลอดภัยข้อมูลสำคัญ

              นายกรัฐมนตรีฟรองซัวส์ เบย์รู ของฝรั่งเศสออกมาตรการ เมื่อห้วงกันยายน 2568 บังคับให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐใช้งานแอปพลิเคชันแชท “Tchap” ที่พัฒนาโดยฝรั่งเศส สำหรับการสื่อสารในงานราชการทั้งหมด เพื่อปกป้องและรักษาความปลอดภัยของข้อมูล รวมถึงส่งเสริมความเป็นอิสระทางเทคโนโลยี คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นภายหลังจากที่ทางการฝรั่งเศสสั่งห้ามการใช้แอปพลิเคชันส่งข้อความจากต่างประเทศ อาทิ WhatsApp Signal หรือ Telegram สำหรับการสื่อสารที่เป็นทางการเนื่องจากมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย Tchap (อ่านว่า ‘แช็ป’) แอปพลิเคชันส่งข้อความโต้ตอบแบบทันทีที่มีการเข้ารหัส (Secure Instant Messaging App) ที่รัฐบาลฝรั่งเศสพัฒนาขึ้นเป็นการภายในและเป็นของรัฐ (Home-grown, State-owned) โดย DINUM หรือหน่วยงานกลางของรัฐบาลฝรั่งเศส ที่มีบทบาทเป็นผู้นำด้านดิจิทัลของประเทศ และกำกับดูแลด้วยหน่วยงานแห่งชาติเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศของฝรั่งเศส หรือ ANSSI อย่างไรก็ดี แอปพลิเคชันดังกล่าวยังสงวนไว้เฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐและข้าราชการพลเรือนของฝรั่งเศสเท่านั้น การลงทะเบียนจะต้องใช้อีเมลที่ออกให้หน่วยงานของรัฐบาล (เช่น @gouv.fr) ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน Tchap แล้วประมาณ 300,000 คน ให้แพร่หลายมากขึ้นในหมู่เจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีอยู่ประมาณ 5.7 ล้านคน นอกจากแอปพลิเคชันดังกล่าว ฝรั่งเศสยังมีแอปแชทที่พัฒนาโดยตนเองอีก คือ…

อาวุธจากจีนเป็นจุดเปลี่ยนสงครามไทย-กัมพูชา 

นสพ.The New York Times ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความระบุ อาวุธจากจีนเป็นจุดเปลี่ยนของสงครามระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยอ้างรายงานข่าวกรองทางทหารของไทยว่า เมื่อ มิ.ย. 68 จีนได้ขนส่งจรวด กระสุนปืนใหญ่ และปืนครก ไปยังกัมพูชา จำนวน 42 ตู้คอนเทนเนอร์ โดยจัดเก็บไว้ใกล้กับฐานทัพเรือเรียม และต่อมาอาวุธดังกล่าวถูกลำเลียงไปยังชายแดนทางเหนือของกัมพูชาซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทกับไทย สอดคล้องกับข้อมูลของกลุ่มสิทธิมนุษยชน Fortify Rights ที่ระบุว่า จรวดที่กัมพูชาใช้โจมตีไทยส่วนใหญ่มาจากจีน รายงานการขนส่งอาวุธดังกล่าว ทำให้ความพยายามของจีนที่จะแสดงบทบาทเป็นคนกลางผลักดันสันติภาพในเอเชีย ตอ.ต.ซับซ้อนยิ่งขึ้น ด้านนักวิเคราะห์แสดงความเห็นว่า การส่งมอบอาวุธน่าจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้นำระดับสูงของจีน และด้วยการสนับสนุนจากจีน อาจทำให้นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา มั่นใจว่ากัมพูชาอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งกว่าในอดีต ส่งผลให้ความขัดแย้งครั้งนี้ค่อนข้างรุนแรง เพราะมีการใช้อาวุธหนักแทนการใช้ปืนไรเฟิลและปืนเล็ก โดยในปี 2554 ที่เกิดเหตุการณ์ปะทะครั้งใหญ่ระหว่างกัมพูชากับไทย กัมพูชาเผชิญกับปัญหาขาดแคลนอาวุธ ซึ่งผลักดันให้กัมพูชากระชับความสัมพันธ์ทางทหารกับจีน หลังจากนั้นจีนได้กลายเป็นผู้สนับสนุนทางทหารหลักของกัมพูชา ทั้งสองประเทศได้จัดการฝึกซ้อมรบประจำปีร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ และในปี 2561 จีนยังให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่กัมพูชามากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ปัจจุบันอาวุธส่วนใหญ่ในคลังของกัมพูชามาจากจีน

สินค้าจีนมีแนวโน้มทะลักเข้าไทยมากขึ้นจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน

ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดระบุว่า สินค้าจากจีนมีแนวโน้มไหลทะลักเข้าสู่ไทย และภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต.  ซึ่งมีปัจจัยมาจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจีน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาวิกฤตของภาคอสังหาริมทรัพย์และการฟื้นฟูการบริโภคภายในประเทศ ผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การปรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ค้างอยู่ให้กลายเป็นพื้นที่ค้าปลีก การเพิ่มเงินอุดหนุนแก่ผู้ประกอบการและประชาชน โดยมาตรการดังกล่าวส่งผลให้เกิดการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยกำลังซื้อในประเทศยังไม่เพียงพอ ประกอบกับการส่งออกไปยังตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ เผชิญกับการปรับขึ้นภาษี ทำให้ผู้ประกอบการจีนต้องหาตลาดรองเพื่อระบายสินค้าส่วนเกิน โดยเฉพาะอาเซียนและไทย ซึ่งยังกลายเป็นพื้นที่ประกอบชิ้นส่วนและขนส่งต่อเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีของสหรัฐฯ อีกด้วย นอกจากนี้ จีนยังลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการกระจายสินค้าในพื้นที่ชนบท ซึ่งช่วยให้ผู้ค้าออนไลน์ในชนบทกว่า 20 ล้านราย สามารถส่งออกสินค้าได้ในราคาถูก ขณะที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของจีนยังใช้ระบบอัลกอริทึม และเครือข่ายในการกระจายสินค้าเพื่อผลักดันสินค้าจีนให้เข้าถึงผู้บริโภคในต่างประเทศได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้สินค้าไทยเสียเปรียบในการแข่งขันด้านราคา ซึ่งสร้างความเสียหายต่อผู้ค้ารายย่อยไทยอย่างมาก

ภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกไทยอาจได้รับผลกระทบจากชัตดาวน์สหรัฐฯ

หลายภาคส่วนเศรษฐกิจให้ความสนใจต่อกรณีรัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ในภาวะปิดทำการ (ชัตดาวน์) โดยประเด็นที่หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะส่งผลกระทบต่อไทย คือ ปัญหาเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจนำไปสู่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้เงินบาทอยู่ในทิศทางแข็งค่าต่อไป ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวไทยที่จะชะลอตัวมากขึ้น เพราะมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น และส่งผลต่อภาคการส่งออกไทยเพราะสินค้าจะสามารถแข่งขันในตลาดได้ยากขึ้นจากราคาที่แพงขึ้น กับทั้งอาจได้รับคำสั่งซื้อจากสหรัฐฯ ลดลงตามกำลังซื้อของผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่ชะลอตัว นอกจากนี้ การส่งออกสินค้าไทยไปยังสหรัฐฯ อาจล่าช้าจากการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบเอกสารสินค้านำเข้า ซึ่งทั้งหมดทำให้ไทยมีความเสี่ยงสูญเสียมูลค่าการส่งออกไปยังสหรัฐฯ สูงถึง ๑๐,๖๘๐ ล้านบาทต่อเดือน

ไทยเสี่ยงถูกขึ้นบัญชีประเทศแทรกแซงค่าเงินจากสหรัฐฯ

  ภาคส่วนเศรษฐกิจ ได้แก่ กกร. และศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ SCB EIC ยังคงให้ความสนใจกับสถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งค่า โดยเตือนว่าการแข็งค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจเพิ่ม  (Shock Amplifier) ที่จะซ้ำเติมความสามารถในการแข่งขันของภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวที่อยู่ในภาวะอ่อนแออยู่แล้ว ขณะเดียวกันยังเตือนว่า การแทรกแซงค่าเงินของ ธปท. อาจทำได้อย่างจำกัด เนื่องจากไทยเสี่ยงที่จะถูกสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีเป็นประเทศที่แทรกแซงค่าเงิน (FX Manipulator) โดยไทยเข้าข่ายเกณฑ์ แล้วในประเด็นการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเกินร้อยละ 3 ของ GDP และการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ   ส่วนเกณฑ์ที่เหลือที่ไทยต้องเฝ้าระวังคือ การแทรกแซงค่าเงิน ส่งผลให้การเข้าดูแลค่าเงินบาทจำเป็นต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้ถูกขึ้นบัญชีเป็นประเทศแทรกแซงค่าเงิน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนกับสหรัฐฯ ในอนาคต

กัมพูชารับมอบเรือฟริเกตจากการสนับสนุนด้านการทหารของจีน

สนข.Fresh News รายงานเมื่อ 4 ต.ค.68 อ้างโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวของ พล.อ.เตีย บัญ อดีตรอง นรม.และ รมว.กห.กัมพูชา เมื่อ 3 ต.ค.68 ว่า ตนได้ตรวจเยี่ยมกระบวนการติดตั้งและรับมอบเรือฟริเกต ภายใต้โครงการสนับสนุนด้านการทหารจากจีน เมื่อ 20 ก.ย.68 โดยการติดตั้งและการทดสอบทางเทคนิคลุล่วงไปด้วยดี ทั้งนี้ เรือลำดังกล่าวเป็นลำแรกในโครงการฯ ที่กัมพูชาได้รับความช่วยเหลือจากจีน ส่วนเรือลำที่ 2 อยู่ระหว่างการติดตั้ง ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าประมาณร้อยละ 50

พรรครัฐบาลญี่ปุ่นมีหัวหน้าพรรคเป็นสตรีคนแรก

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ (อายุ 64 ปี/2568) สมาชิกและ ส.ส. พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party-LDP) ที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยม ได้รับเลือกจากสมาชิกพรรคให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่เมื่อ 4 ต.ค.68 หลังนายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น และหัวหน้าพรรค LDP คนเก่า ประกาศเมื่อ ก.ย.68 ว่าจะลาออกจากตำแหน่ง นรม.ญี่ปุ่น และต่อมาได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค LDP ทำให้นางทาคาอิจิเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค LDP และคาดว่าจะเป็นสตรีคนแรกที่ดำรงตำแหน่ง นรม.ญี่ปุ่น โดยคาดว่าจะมีการเรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อลงมติเลือก นรม.คนใหม่ใน 15 ต.ค.68

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้อิสราเอลหยุดยิงทันทีหลังกลุ่มฮะมาสตอบรับแผนสันติภาพ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุผ่านบัญชี Truth Social เมื่อ 4 ต.ค.68 เรียกร้องให้อิสราเอลยุติการโจมตีทิ้งระเบิดในกาซาโดยทันที เพื่อนำตัวประกันออกมาอย่างปลอดภัยและรวดเร็ว  สหรัฐฯกำลังหารือกับทุกฝ่ายถึงรายละเอียด  เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อสรุปที่จะนำไปสู่สันติภาพในตะวันออกกลาง ไม่ใช่เฉพาะกาซา ท่าทีดังกล่าวมีขึ้น หลังจากกลุ่มฮะมาสออกแถลงการณ์ในวันเดียวกัน ยอมรับข้อเสนอบางประการตามแผน 20 ประการของประธานาธิบดีทรัมป์เพื่อยุติสงคราม

จีนกำหนดข้อเรียกร้อง กสญ.สหรัฐฯ /ฮ่องกง ในการดำเนินกิจการในฮ่องกง

สนข.AP รายงานเมื่อ 3 ต.ค.68 ว่า นาย Cui Jianchun ข้าหลวงใหญ่ กต.จีน ประจำฮ่องกง พบกับนาง Julie Eadeh กสญ.สหรัฐฯ ประจำฮ่องกงคนใหม่ ที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อ ส.ค.68 เพื่อแสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมของนาง Eaden ที่เชิญผู้สนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกงเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองการเข้ารับตำแหน่งใหม่ โดยนาย Cui กำหนดข้อเรียกร้อง 4 ประการที่ไม่ควรกระทำ (Four Nos) ได้แก่ ไม่พบปะบุคคลที่ไม่ควรพบ ไม่สมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มต่อต้านจีน ไม่ให้ความช่วยเหลือหรือทุนสนับสนุนกิจกรรมที่อาจบ่อนทำลายเสถียรภาพของฮ่องกง และไม่แทรกแซงคดีความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง   ด้าน กต.สหรัฐฯ ระบุว่า นักการทูตสหรัฐฯ เป็นผู้แทนประเทศและมีหน้าที่ส่งเสริมผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ทั่วโลก ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานสำหรับนักการทูตทั่วโลก รวมถึงฮ่องกง

ญี่ปุ่นเตรียมต้อนรับการเดินทางเยือนของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

สนข.Japan News รายงานเมื่อ 3 ต.ค.68 อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวรัฐบาลญี่ปุ่น ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นอยู่ระหว่างประสานงานกับรัฐบาลสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเดินทางเยือนญี่ปุ่นของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นในห้วง 27-29 ต.ค.68 โดยคาดว่าการประชุมสุดยอดระหว่าง นรม.ญี่ปุ่น คนใหม่ กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะย้ำถึงความสำคัญของความเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดระหว่างสองประเทศ รวมถึงการหารือประเด็นความมั่นคงและเศรษฐกิจ