จีนเริ่มไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าพีแคนจากเม็กซิโกและสหรัฐฯ

โฆษก พณ.จีน แถลงเมื่อ 25 ก.ย.68 ประกาศเริ่มไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าพีแคน (pecan หรือ carya illinoensis) จากเม็กซิโกและสหรัฐฯ เนื่องจากมีหลักฐานบ่งชี้ว่าสินค้าดังกล่าวจากทั้งสองประเทศมีการทุ่มตลาดและสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในจีน โดยทางการจีนจะดำเนินการไต่สวนตามกฎหมาย และจะพิจารณาผลการไต่สวนอย่างเป็นกลาง เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งคาดว่าการไต่สวนจะเสร็จสิ้นภายใน 25 ก.ย.69 และอาจขยายเวลาการไต่สวนได้อีก 6 เดือน ในกรณีมีเหตุพิเศษ

WHO ยืนยันไม่มีหลักฐานการใช้ยาพาราเซตามอลระหว่างตั้งครรภ์จะเกิดภาวะออทิสติก

องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานเมื่อ 24 ก.ย.68 ไม่มีหลักฐานชัดเจนทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันการใช้ยา acetaminophen (พาราเซตามอล) ระหว่างตั้งครรภ์เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะออทิสติก แม้มีการศึกษาเชิงลึกและครอบคลุมจำนวนมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่สาเหตุที่แท้จริงของภาวะออทิสติกยังไม่ทราบแน่ชัด และมีหลายตัวแปรที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี WHO ระบุว่ามีหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าวัคซีนสำหรับเด็กไม่ก่อให้เกิดภาวะออทิสติก หรือความผิดปกติด้านพัฒนาการ ทั้งนี้ WHO แนะนำให้สตรีตั้งครรภ์ใช้ยาทุกชนิดด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงสามเดือนแรก และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักวิชาการด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด

สหรัฐฯ จะไม่ยินยอมให้อิสราเอลผนวกรวมเขตเวสต์แบงก์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุเมื่อ 25 ก.ย.68 ว่า จะไม่ยอมให้อิสราเอลผนวกดินแดนเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งเป็นผลหลังจากการเจรจากับผู้นำชาติอาหรับ เกี่ยวกับแผนสันติภาพ 21 ข้อ เพื่อยุติสงครามในฉนวนกาซา และอยู่ระหว่างพิจารณาแผนในขั้นตอนสุดท้ายร่วมกัน คาดว่าประเทศอาหรับเรียกร้องให้ระบุถึงการฟื้นฟูฉนวนกาซา ซึ่งรวมถึงการคัดค้านกรณีอิสราเอลผนวกเขตเวสต์แบงก์ เพิ่มเติมจากกรอบข้อเสนออื่น ๆ ของสหรัฐฯ อาทิ การปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมด การหยุดยิง แนวทางการปกครองฉนวนกาซา โดยปราศจากกลุ่มฮะมาส และข้อเสนอให้อิสราเอลถอนกองกำลังออกจากฉนวนกาซา โดยเจ้าชายฟัยศ็อล บิน ฟัรฮาน รมว.กต.ซาอุดีอาระเบีย ยืนยันกับประธานาธิบดีทรัมป์ว่า การผนวกรวมเขตเวสต์แบงก์จะบั่นทอนสันติภาพของฉนวนกาซา ตลอดจนสันติภาพโลก ส่วนประธานาธิบดีฝรั่งเศส ระบุว่า สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป จะคัดค้านการผนวกเขตเวสต์แบงก์ของอิสราเอล เพื่อส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาคตามข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords)

ผู้นำสูงสุดเวียดนามมีแผนจะเยือนเกาหลีเหนือ

นสพ.The Straits Time รายงานเมื่อ 25 ก.ย.68 ว่า พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ ผู้นำสูงสุดเวียดนาม จะเยือนเกาหลีเหนือใน ต.ค.68 ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี นับตั้งแต่ผู้นำสูงสุดเวียดนามเยือนเกาหลีเหนือเมื่อปี 2550 ปัจจุบันทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด แต่ไม่มีกิจกรรมการค้าระหว่างกัน

สหรัฐฯ เปลี่ยนท่าทีต่อสงครามรัสเซีย – ยูเครน

สนข.นิวยอร์กโพสต์ รายงานเมื่อ 23 ก.ย.68 ว่าสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะเปลี่ยนท่าทีต่อการยุติความรุนแรงและความขัดแย้งในสงครามรัสเซีย – ยูเครน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวระหว่างการหารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนว่า พันธมิตรเนโตควรโจมตีเครื่องบินรบของรัสเซียได้ หากมีการรุกล้ำน่านฟ้าของประเทศสมาชิก และระบุผ่าน Truth​ Social ว่า ได้รับทราบสถานการณ์ที่แท้จริงด้านการทหารและเศรษฐกิจของยูเครนกับรัสเซีย และเห็นว่าเศรษฐกิจรัสเซียกำลังอ่อนแอ่ลง ตลอดจนมองว่ายูเครนสามารถยึดดินแดนคืนจากรัสเซียได้ ด้วยการสนับสนุนทางการเงินจากยุโรป เฉพาะอย่างยิ่งจากเนโต

EU ผลักดันโครงการกำแพงโดรนเพื่อรับมือรัสเซีย

สนข.Euronews รายงานเมื่อ 24 ก.ย.68 ว่า สหภาพยุโรป (EU) จะเร่งเดินหน้าโครงการกำแพงโดรนตามแนวชายแดนด้านตะวันออกของประเทศสมาชิกเพื่อป้องกันการรุกล้ำน่านฟ้า หลังรัสเซียถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โดรนปรากฏเหนือสนามบินโคเปนเฮเกน ในเดนมาร์ก จนทำให้ต้องปิดทำการเกือบ 4 ชั่วโมง และก่อนหน้านี้ยังมีการละเมิดน่านฟ้าในโปแลนด์ โรมาเนีย และเอสโตเนีย โดยคณะกรรมาธิการยุโรปย้ำว่า กำแพงโดรนจะมุ่งเน้นทั้งการตรวจจับและการตอบโต้ และอาจใช้งบประมาณจากกองทุนกู้ยืมด้านกลาโหมมูลค่า 150,000 ล้านยูโร ทั้งนี้ ปัจจุบันมี 7 ประเทศยุโรปตะวันออก ได้แก่ เอสโตเนีย ลัตเวีย ฟินแลนด์ ลิทัวเนีย โปแลนด์ โรมาเนีย บัลแกเรีย รวมถึงยูเครน และล่าสุดเดนมาร์ก เข้าร่วมโครงการดังกล่าว

กระทรวงสงครามของสหรัฐฯ เข้มงวดกับการเผยแพร่ข่าวสารของสื่อประจำกระทรวง

กระทรวงสงคราม หรือกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ชี้แจงให้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องเข้มงวดในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร หลังจากได้ออกบันทึกข้อตกลง (memorandum) เกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับต่อผู้สื่อข่าวที่มีใบอนุญาตประจำกระทรวงสงครามของสหรัฐฯ เมื่อ 19 กันยายน 2568  ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลรั่วไหล และมีความถูกต้อง แม้ไม่ใช่ข้อมูลที่มีชั้นความลับ อย่างไรก็ดี สมาคมผู้สื่อข่าว และสื่อมวลชนทั่วไปเห็นว่าการออกระเบียบดังกล่าวเป็นการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก บันทึกข้อตกลงดังกล่าวมีความยาวถึง 17 หน้า โดยกระทรวงสงครามกำหนดให้ผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงต้องทำข้อตกลงกับกระทรวงฯ ว่าจะเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เฉพาะที่ได้รับการอนุมัติให้เปิดเผยต่อสาธารณะโดยเจ้าหน้าที่แล้วเท่านั้น  หากฝ่าฝืนจะถูกยึดใบอนุญาต นอกจากนี้ ยังมีการจำกัดพื้นที่การเข้าถึงของผู้สื่อข่าวกระทรวงสงครามอีกด้วย โดยนายปีเตอร์ เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามยังแจ้งผ่านทางโซเชียลมีเดีย X ว่า ผู้สื่อข่าวต้องแขวนป้าย และปฏิบัติตัวตามกฎ หากต้องเข้าถึงบริเวณทางเดินไปยังห้องโถงของกระทรวง ความเข้มงวดต่อสื่อมวลชน ซึ่งรวมทั้งผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงฯ ยังจะนำไปใช้ในฐานทัพต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล และปกป้องมาตรการรักษาความปลอดภัยของประเทศอีกด้วย ซึ่งความเข้มงวดดังกล่าว ได้เริ่มมาเป็นระยะ ๆ แล้ว เพื่อมิให้กระทรวงฯ ถูกแอบอ้าง หรือมีการรั่วไหลของข้อมูลผ่านสื่อมวลชน เช่น เมื่อมีนาคม 2568 มีข้อมูลที่อ่อนไหวรั่วไหลกรณีการโจมตีกบฏฮูตีในเยเมน รวมทั้งข้อมูลข่าวกรองรั่วกรณีความเสียหายของโรงงานพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านที่ถูกสหรัฐฯ โจมตีเมื่อมิถุนายน…

3 ประเด็นสำคัญจากการประชุม UNGA วันแรก

ผู้นำต่างประเทศใช้การประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญครั้งที่ 80 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ เป็นเวทีแสดงจุดยืนทางการเมืองระหว่างประเทศและกระตุ้นให้สมาชิกสหประชาชาติ 192 ประเทศร่วมมือกันรักษาสันติภาพในระยะยาว โดยเมื่อ 23 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นวันแรกที่ผู้นำประเทศต่าง ๆ จะได้กล่าวถ้อยแถลง หรือ high-level General Debate มีประเด็นที่น่าสนใจจำนวนมาก เฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ที่ทั่วโลกจัดตามอง และกรณีประเทศยุโรปประกาศรับรองรัฐปาเลสไตน์ ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนการเมืองระหว่างประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประเด็นแรกที่ทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมาก คือ ท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เนื่องจากจะเป็นสัญญาณแนวทางการดำเนินนโยบายต่างประเทศของมหาอำนาจ ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ กล่าวถ้อยแถลงเป็นระยะเวลา 55 นาที เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการเน้นย้ำนโยบาย Make America Great Again ที่ให้ความสำคัญกับการปกป้องผลประโยชน์ของชาวอเมริกันและเสริมสร้างอุดมการณ์ชาตินิยม ผลงานด้านการยุติความขัดแย้ง พร้อมทั้งวิจารณ์นโยบายของประเทศอื่น ๆ เช่น วิจารณ์นโยบายรับผู้อพยพของประเทศยุโรปเชิงลบ ให้ความเห็นว่าองค์กรสหประชาชาติ (UN) ล้มเหลวในการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างประเทศ และโจมตีนโยบายพลังงานสะอาดว่าเป็นปัจจัยทำลายโลกเสรีและเป็นการหลอกลวง (green energy scam) ประธานาธิบดีทรัมป์ยังใช้เวลากว่า 10 นาทีย้ำว่าไม่เห็นด้วยกับปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งตอกย้ำมุมมองของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ไม่เชื่อเรื่องสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด…

ผู้นำเมียนมาจะเข้าร่วมงาน World Atomic Week Forum 2025 ที่รัสเซีย

นสพ. The Global New Light of Myanmar และ Mizzima รายงานเมื่อ 24 ก.ย.68 ว่า พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ รักษาการประธานาธิบดี ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงและสันติภาพแห่งรัฐ (SSPC) และ ผบ.ทสส.เมียนมา จะเดินทางเยือนรัสเซีย ระหว่าง 25-28 ก.ย.68 ตามคำเชิญของนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เพื่อเข้าร่วมงาน World Atomic Week Forum 2025 หารือกับประธานาธิบดีปูติน ในประเด็นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง การทหาร พลังงาน และเทคโนโลยี

นรม.แคนาดาระบุว่าเตรียมพบหารือกับประธานาธิบดีจีนในเวลาที่เหมาะสม

นรม.มาร์ค คาร์นีย์ของแคนาดากล่าวให้สัมภาษณ์เมื่อ  23  ก.ย. 68  หลังการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ   ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ  ว่าแคนาดามีโอกาสจะขยายความร่วมมือด้านการค้า พลังงานและเกษตรกรรมกับจีน  โดยจะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในเวลาที่เหมาะสมภายในปี 2568 เพื่อหารือถึงการเพิ่มความร่วมมือในประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติม หลังจากที่ตนสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีจีนเกี่ยวกับมาตรการขึ้นภาษีเหล็กของสหรัฐฯ  และการเตรียมเยือนจีนของนางอานิตา อานัน รมว.กต.แคนาดาในเร็ว ๆ นี้