พายุโซนร้อน “วิภา” ส่งผลกระทบต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮ่องกง และจีน

  ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งฮ่องกงและพื้นที่ตอนใต้ของจีน จะได้รับผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศจากพายุ WIPHA หรือ “วิภา” ซึ่งมีแนวโน้มยกระดับจากพายุโซนร้อนและไต้ฝุ่น ปัจจุบันศูนย์กลางพายุพัดอยู่บริเวณทะเลจีนใต้และเวียดนาม ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 93 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีรายงานเมื่อ 19 กรกฎาคม 2568 ว่าเรือท่องเทียวในอ่าวฮาลองเบย์ ทางตอเหนือของเวียดนามประสบอุบัติเหตุ เนื่องจากสภาพอากาศย่ำแย่จากพายุดังกล่าว ทำให้เรือท่องเที่ยวพลิกคว่ำและมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 37 ราย สูญหายอีกจำนวนมาก ปัจจุบันทางการเวียดนามเร่งให้ความช่วยเหลือและตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุดังกล่าว รวมทั้งออกคำเตือนภัยสภาพภูมิอากาศแปรปรวนจากพายุดังกล่าวทั่วประเทศ เนื่องจากจะทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ตลอดช่วงสัปดาห์หน้า อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย รวมทั้งพื้นที่เกษตรกรรมทั่วประเทศ พายุดังกล่าวจะส่งผลต่อสภาพอากาศของไทย โดยกรมอุตุนิยมวิทยาเมื่อ 20 กรกฎาคม 2568 เตือนว่าไทยจะได้รับผลกระทบจากพายุดังกล่าวที่จะขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบนระหว่าง 20-24 กรกฎาคม 2568 โดยอาจมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก นอกจากนี้ หน่วยงานเฝ้าระวังอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางได้ออกคำเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบจากพายุดังกล่าว เนื่องจากอาจเกิดน้ำท่วมเฉียบพลัน น้ำท่วมขังในเขตชุมชนที่มีน้ำท่วมขังเป็นประจำและระบายไม่ทัน และน้ำป่าไหลหลาก ด้านหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเตรียมความพร้อมตั้งศูนย์บัญชาการเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเตรียมความพร้อมและตรวจสอบอุปกรณ์และเครื่องมือให้ความช่วยเหลือให้พร้อมใช้งาน ตลอดจนประชาสัมพันธ์ประชาชนให้ทราบเกี่ยวกับความเสี่ยงต่าง ๆ ผ่านทุกช่องทาง ในช่วงเวลาเดียวกัน ฟิลิปปินส์แจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบจากภายุดังกล่าว…

ผู้นำยูเครนพร้อมเจรจาสันติภาพกับผู้นำรัสเซีย

  ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครนระบุเมื่อ 19 กรกฎาคม 2568 ว่า พร้อมจะเจรจาสันติภาพกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย โดยมอบหมายให้นาย Rustem Umerov ผู้แทนสภาความมั่นคงของยูเครนเสนอการพบปะกันระหว่างผู้นำทั้ง 2 เพื่อเจรจากันในห้วงสัปดาห์หน้า พร้อมกันนี้ประธานาธิบดี เซเลนสกี ย้ำว่าการเจรจาครั้งนี้ต้องบรรลุผลที่สำคัญ เฉพาะอย่างยิ่งการทำข้อตกลงหยุดยิง อย่างไรก็ตาม ผู้นำยูเครนย้ำว่าต้องเป็นการเจรจาระหว่างผู้นำประเทศเท่านั้น จึงจะนำไปสู่สันติภาพระยะยาวได้ ซึ่งรัสเซียต้องเป็นฝ่ายตัดสินใจ แต่ปัจจุบันยังไม่มีท่าทีตอบรับจากฝ่ายรัสเซีย ท่าทีดังกล่าวมีความสำคัญต่อทิศทางสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน เนื่องจากการเจรจาสันติภาพระหว่างทั้ง 2 ประเทศหยุดชะงักและไม่มีความคืบหน้ามาตั้งแต่มิถุนายน 2568 นอกจากนี้ ยังสะท้อนว่ายูเครนพยายามส่งสัญญาณให้นานาชาติเห็นว่าเป็นฝ่ายต้องการสันติภาพ และมีการเตรียมพร้อมเพื่อการเจรจาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น คาดว่าเป็นโอกาสที่ผู้นำยูเครนจะทำให้นานาชาติให้การสนับสนุน ก่อนหน้านี้ ผู้นำยูเครนแต่งตั้งนาย Rustem Umerov อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้อำนวยการสภาความมั่นคงและการป้องกันประเทศ เพื่อให้เป็นผู้แทนประสานงานการเจรจาสันติภาพกับรัสเซีย เนื่องจากเป็นผู้มีประสบการณ์สูง แนวโน้มและทิศทางการเจรจาสันติภาพระหว่างยูเครนกับรัสเซียยังไม่แน่นอน เพราะต้องรอการตอบรับจากรัสเซีย ซึ่งที่ผ่านมา รัสเซียเสนอเงื่อนไขที่ยูเครนไม่สามารถยอมรับได้ ทั้งเรื่องการปลดปล่อยดินแดน 4 แคว้นในยูเครนให้อยู่ภายใต้อธิปไตยของรัสเซีย หรือการห้ามไม่ให้ยูเครนรับความช่วยเหลือด้านการทหารจากประเทศตะวันตก อย่างไรก็ตาม ทั่วโลกอาจได้เห็นความพยายามในการเจรจากันระหว่างยูเครนและรัสเซียอีกครั้ง พิจารณาจากการที่ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียเปิดเผยเมื่อ 18 กรกฎาคม 2568 ว่าเห็นด้วยกับยูเครนว่าทั้ง 2…

การชุมนุมประท้วงทั่วสหราชอาณาจักรเพื่อคัดค้านการคว่ำบาตรกลุ่ม Palestine Action

  หน่วยความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ตำรวจสหราชอาณาจักรเมื่อ 19-20 กรกฎาคม 2568 เผชิญความท้าทายในการควบคุมและจัดการการชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ เนื่องจากประชาชนจำนวนมากไม่เห็นด้วยที่ศาลสูงสุดของสหราชอาณาจักร (High Court) จะพิจารณาคว่ำบาตรกลุ่ม Palestine Action ตามกฎหมายต่อต้านก่อการร้าย เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยของสหราชอาณาจักรเชื่อว่ากลุ่ม Palestine Action มีพฤติกรรมก่อเหตุรุนแรงก่อความไม่สงบ ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ และทำลายทรัพย์สินสาธารณะ เฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา มีรายงานการก่อเหตุก่อกวนหลายครั้ง ซึ่งกลุ่ม Palestine Action ประกาศว่ามีอุดมการณ์สนับสนุนสิทธิชาวปาเลสไตน์ และขัดขวางการกระทำที่เป็นการสนับสนุนรัฐบาลอิสราเอลให้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ประชาชนในสหราชอาณาจักรคัดค้านการคว่ำบาตรกลุ่ม Palestine Action เนื่องจากมีมุมมองว่าการคว่ำบาตรและปราบปรามกลุ่ม Palestine Action  สะท้อนว่ารัฐบาลสหราชอาณาจักรสนับสนุนอิสราเอลให้ทำสงครามในฉนวนกาซา รวมทั้งยังมีความเห็นว่าการใช้กฎหมายต่อต้านก่อการร้ายต่อกลุ่ม Palestine Action รุนแรงเกินกว่าเหตุ เพราะจะส่งผลให้ผู้ที่เคยสนับสนุนกลุ่ม Palestine Action ได้รับโทษอาญาในระดับเดียวกันกับผู้ที่สนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายสากล นอกจากนี้ ยังวิตกว่า รัฐบาลจะเริ่มใช้กฎหมายต่อต้านก่อการร้ายเป็นข้ออ้างในการควบคุมความเคลื่อนไหวของกลุ่มภาคประชาสังคมหรือองค์กรอิสระที่รวมกลุ่มกันประท้วงคัดค้านการดำเนินนโยบายของรัฐบาล หน่วยความมั่นคงของสหราชอาณาจักรจับตาและติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่ม Palestine Action ตั้งแต่กลุ่มเริ่มก่อตั้งและเคลื่อนไหวเมื่อปี 2565 เนื่องจากมีศักยภาพในการรวมกลุ่มผู้สนับสนุนให้ออกไปประท้วงในพื้นที่สาธารณะเพื่อคัดค้านความร่วมมือระหว่างสหราชอาณาจักรกับอิสราเอล โดยเฉพาะความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ นอกจากนี้ กลุ่ม Palestine…

กต.จีนเตือนชาวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศไม่ให้ถ่ายภาพสถานที่หวงห้าม

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 19 ก.ค.68 ว่า กรมการกงสุล กต.จีน ออกประกาศผ่านบัญชี WeChat เมื่อ 18 ก.ค.68 เตือนชาวจีนที่เดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศให้ปฏิบัติตามกฎหมายและคำแนะนำของ จนท.บังคับใช้กฎหมายท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด ไม่ถ่ายภาพสถานที่หวงห้าม และเรียนรู้กฎข้อบังคับต่าง ๆ เกี่ยวกับการถ่ายภาพหรือการใช้โดรน อาทิ ให้ความสนใจป้ายแจ้งเตือนห้ามถ่ายภาพ ไม่เข้าไปในสถานที่หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากในห้วงที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวชาวจีนถูกควบคุมตัว สอบสวน หรือถูกดำเนินคดีในต่างประเทศเพราะถ่ายภาพสถานที่ที่มีความอ่อนไหวด้วยความสนใจหรืออยากรู้

อินเดียยินดีที่สหรัฐฯ จัดให้กลุ่มTRF ในปากีสถานอยู่ในองค์กรก่อการร้ายต่างประเทศ

กต.อินเดีย เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 18 ก.ค.68 ยินดีต่อการตัดสินใจของ กต.สหรัฐฯ และชื่นชมนายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ ที่ประกาศให้กลุ่ม The Resistance Front (TRF) จัดเป็นองค์กรก่อการร้ายต่างประเทศ (Foreign Terrorist Organization-FTO) และอยู่ในบัญชีก Specially Designated Global Terrorist-SDGT  ที่สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างอินเดียและสหรัฐฯ ในการต่อต้านการก่อการร้าย อินเดียมุ่งผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อต้านการก่อการร้ายและการรื้อถอนโครงสร้างพื้นฐานด้านการก่อการร้าย   ทั้งนี้ TRF เป็นกลุ่มก่อการร้ายสาขาย่อยของกลุ่ม Lashkar-e-Taiba (LeT) ซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ในปากีสถาน และเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุหลายครั้งในอินเดียที่สำคัญ ได้แก่ เหตุการณ์ก่อการร้ายที่เมือง Pahalgam ในดินแดนสหภาพจัมมูและแคชเมียร์ อินเดีย เมื่อ 22 เม.ย.68 ซึ่งเป็นการโจมตีพลเรือนที่่รุนแรงที่สุดในอินเดีย นับตั้งแต่เหตุการณ์ก่อการร้ายในนครมุมไบเมื่อ พ.ย.2551 ซึ่งกลุ่ม LeT เป็นผู้ก่อเหตุและยังเป็นผู้วางแผนการโจมตีอินเดียและตะวันตก    

hacker

แฮ็กเกอร์ที่อิสราเอลสนับสนุนทำลายการแลกเปลี่ยนคริปโตในอิหร่าน

Nobitex เว็บไซต์แลกเปลี่ยนเงินคริปโตที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่านถูกโจมตีโดยกลุ่มแฮ็กเกอร์ Predatory Sparrow ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิสราเอล จนสูญเงินไปมากกว่า 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ซีเรียและอิสราเอลบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว

นาย Tom Barrack เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำตุรกี เปิดเผยเมื่อ 19 กรกฎาคม 2568 ว่า ซีเรียและอิสราเอลบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว หลังจากทั้ง 2 ประเทศปะทะกันอย่างต่อเนื่องและมีการโจมตีทางอากาศอย่างรุนแรงในพื้นที่ภูมิภาค Suwayda ทางตอนใต้ของซีเรีย สำหรับข้อตกลงดังกล่าว เป็นผลจากการประสานงานของสหรัฐฯ โดยได้รับการสนับสนุนจากตุรกีและจอร์แดน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีท่าทีอย่างเป็นทางการจากซีเรียและอิสราเอล แต่มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ของอิสราเอลให้ความเห็นว่า อิสราเอลเห็นด้วยที่จะเปิดพื้นที่ภูมิภาค Suwayda ให้ชาวซีเรียเดินทางเข้า-ออกได้เป็นระยะเวลา 48 ชั่วโมง หลังจากอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในภูมิภาคดังกล่าว รวมทั้งกระทรวงกกลาโหมของซีเรียในกรุงดามัสกัส เมืองเหลวงของซีเรีย โดยอ้างว่าอิสราเอลโจมตีเพื่อปกป้องชนกลุ่มน้อยชาว Druze ในภูมิภาค Suwayda ที่มีความขัดแย้งกับชนกลุ่มน้อยชาว Bedouin และกองกำลังทหารของรัฐบาลซีเรีย ซึ่งสำหรับอิสราเอล ชาว Druze ในซีเรียที่มีจำนวนประมาณ 700,000 คนในซีเรียถือว่าเป็นพี่น้องของชาวอิสราเอล ก่อนหน้านี้เมื่อ 16 กรกฎาคม 2568 สหรัฐฯ ตุรกี และประเทศอาหรับประสบความสำเร็จในการผลักดันให้กองกำลังชาว Druze และรัฐบาลซีเรียบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัน อย่างไรก็ตาม อิสราเอลยังโจมตีซีเรียอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลซีเรียที่นำโดยรักษาการประธานาธิบดี…

เวียดนามเตรียมใช้ระบบกล้องวงจรปิดที่ควบคุมด้วย AI บนท้องถนน

สนข.Vietnam Plus รายงานเมื่อ 17 ก.ค.68 ว่า เวียดนามเตรียมใช้ระบบกล้องวงจรปิดที่ควบคุมและปฏิบัติการด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อตรวจจับการละเมิดกฎหมายจราจร อุบัติเหตุ และพฤติการณ์ที่เป็นภัยบนท้องถนน แทนการให้ จนท.ตร.ประจำการ โดยจะส่งสัญญาณเตือนไปยังศูนย์ควบคุมของตำรวจจราจรภายใน 2 ชม.หลังเกิดเหตุการณ์ เพื่อให้ จนท.ตร.ตรวจสอบ ก่อนส่งหนังสือเตือนหรือใบสั่งปรับไปยังเจ้าของผ่านแอปพลิเคชัน VNeTraffic 

ประธานาธิบดีซีเรียยืนยันปกป้องชาวดรูซ หลังจากอิสราเอลโจมตีทางอากาศในกรุงดามัสกัส

ประธานาธิบดีอะห์มัด อัชชะระอ์ ของซีเรีย แถลงเมื่อ 17 ก.ค.68 ว่า ซีเรียให้ความสำคัญกับการปกป้องชาวดรูซเป็นอันดับแรกและปฏิเสธทุกความพยายามที่จะชักจูงให้ชาวดรูซตกไปอยู่ใต้อิทธิพลของต่างชาติ (มีนัยหมายถึงอิสราเอล) อีกทั้งย้ำว่ารัฐบาลซีเรียยึดถือผลประโยชน์ของชาวซีเรียว่ามีความสำคัญกว่าการทำสงคราม แต่พร้อมจะต่อสู้ หากมีการคุกคามศักดิ์ศรีของชาวชีเรีย โดยแถลงการณ์นี้เป็นการแสดงท่าทีอย่างเป็นทางการครั้งแรกของประธานาธิบดีอัชชะระอ์ หลังจาก กกล.ป้องกันอิสราเอล (IDF) โจมตีทางอากาศในกรุงดามัสกัส ซีเรีย เมื่อ 16 ก.ค.68 บริเวณ สนญ.กห.ซีเรียและเป้าหมายทางทหารใกล้ทำเนียบประธานาธิบดี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บ 34 คน และเป็นการโจมตีซีเรียระลอกที่ 3 นับตั้งแต่ IDF เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเมื่อ 14 ก.ค.68 โดยอ้างเหตุผลเพื่อปกป้องชุมชนชาวดรูซ และทำให้พื้นที่ชายแดนอิสราเอลที่ติดกับซีเรียเป็นเขตปลอดทหาร เนื่องจาก กกล.ซีเรียเคลื่อนกำลังเข้าไปควบคุมเหตุปะทะระหว่าง กกล.ติดอาวุธชาวดรูซกับนักรบชนเผ่าเบดูอิน ใน จ.Sweida ทาง ตต.ต.ของซีเรีย ซึ่งติดกับตอนเหนือของอิสราเอล แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเข้าข้างชนเผ่าเบดูอิน จนนำไปสู่การปะทะระหว่าง กกล.ซีเรียกับชาวดรูซ 

ญี่ปุ่นประท้วงการซ้อมรบของเกาหลีใต้ใกล้เกาะพิพาท

สนข.Mainichi รายงานเมื่อ 18 ก.ค.68 อ้างการเปิดเผยของรัฐบาลญี่ปุ่น เมื่อ 17 ก.ค.68 ว่า ญี่ปุ่นได้ยื่นประท้วงอย่างรุนแรงต่อเกาหลีใต้ ผ่าน สอท.เกาหลีใต้/ญี่ปุ่น กรณีการซ้อมรบทางทหารที่จัดขึ้นเมื่อวันเดียวกัน ในน่านน้ำใกล้เกาะทาเคชิมะ ซึ่งเกาหลีใต้เรียกว่าเกาะด็อก (Dokdo) ในทะเลญี่ปุ่น โดยระบุว่า การซ้อมรบดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้และน่าเสียใจอย่างยิ่ง ทั้งนี้ กต.ญี่ปุ่น ระบุว่า เกาะทาเคชิมะ เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนญี่ปุ่น ทั้งในแง่ของข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และกฎหมายระหว่างประเทศ