ไทยเป็นประเทศที่ชาวออสเตรเลียขอความช่วยเหลือด้านกงสุลมากที่สุด

The Sydney Morning Herald อ้างข้อมูลจากรายงานการให้ความช่วยเหลือด้านกงสุลแก่ชาวออสเตรเลียในต่างประเทศ ประจำปี 2567-2568 ของกระทรวงการค้าและการท่องเที่ยวออสเตรเลีย พบว่า ไทยเป็นประเทศที่ชาวออสเตรเลียขอความช่วยเหลือด้านกงสุลมากที่สุดถึง 1,017 กรณี ส่วนใหญ่เป็นการเจ็บป่วยหรือเข้าโรงพยาบาล การขอความช่วยเหลือด้านสวัสดิภาพ และการถูกควบคุมตัวโดย ตม. ไทยยังเป็นประเทศที่มีการจับกุมชาวออสเตรเลียสูงเป็นอันดับ 2 รองจากจีน และมีผู้ตกเป็นเหยื่อการทำร้ายร่างกายสูงเป็นอันดับ 2 รองจากอินโดนีเซีย นอกจากนี้ ยังเป็นประเทศที่มีชาวออสเตรเลียสูญหายและเสียชีวิตมากที่สุด แต่ก็เป็นปลายทางยอดนิยมอันดับที่ 6 ของนักท่องเที่ยวออสเตรเลีย

ญี่ปุ่นจะจัดทำยุทธศาสตร์ข่าวกรองแห่งชาติให้แล้วเสร็จภายในปี 2569

รัฐบาลญี่ปุ่นมีแผนจัดทำยุทธศาสตร์ข่าวกรองแห่งชาติฉบับแรกของประเทศให้แล้วเสร็จภายในปี 2569 เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติด้านการรวบรวมและการวิเคราะห์ข่าวกรอง อีกทั้งมีแผนจัดตั้งสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการข่าวของประเทศ โดยตั้งเป้าหมายจัดตั้งให้สำเร็จในห้วง มิ.ย.-ส.ค.69 ปัจจุบัน ญี่ปุ่นมีหน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารด้านความมั่นคงหลายหน่วยงาน เช่น สำนักข่าวกรองและวิจัยคณะรัฐมนตรี (Cabinet Intelligence and Research Office-CIRO) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (National Police Agency-NPA) แต่ถูกวิจารณ์ว่าขาดการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ

คณะกรรมการสันติภาพสนับสนุนเงินทุนและกองกำลังฟื้นฟูฉนวนกาซา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยแพร่ข้อความทาง Truth Social เมื่อ 15 ก.พ.69 ว่า สมาชิกคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ให้คำมั่นสนับสนุนเงินทุนจำนวน 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อฟื้นฟูฉนวนกาซา รวมทั้งจัดส่ง จนท.หลายพันนายร่วมปฏิบัติการรักษาความมั่นคงในพื้นที่ โดยคาดว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะประกาศรายละเอียดความร่วมมือดังกล่าวอย่างเป็นทางการในการประชุมสมาชิก Board of Peace ครั้งแรก ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ใน 19 ก.พ.69  ทั้งนี้ ประเทศที่ตอบรับเข้าร่วม Board of Peace มีจำนวน 27 ประเทศ ส่วนประเทศที่ปฏิเสธเข้าร่วม ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ อิตาลี นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ สโลวีเนีย สวีเดน สหราชอาณาจักร และยูเครน

นรม.กัมพูชา เยือนสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมการประชุม Board of Peace

สมเด็จฯ ฮุน มาแนต พร้อมคณะ เดินทางเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการเพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ครั้งที่ 1 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ใน 19 ก.พ.69 รวมทั้งมีกำหนดพบหารือกับบุคคลสำคัญของสหรัฐฯ และผู้นำประเทศอื่น ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์ และขยายความร่วมมือระหว่างกัน นอกจากนี้ จะเยือนยุโรปเพื่อปฏิบัติภารกิจส่งเสริมความร่วมมือกับชาติพันธมิตร และจะเดินทางกลับถึงกัมพูชาใน 27 ก.พ.69

กัมพูชาจะได้อะไรจากสหรัฐฯ มากขึ้น : จีนจะทำอย่างไร

หลังจากเรือรบ USS Cincinnati ของสหรัฐฯ แวะเทียบท่าที่ฐานทัพเรือเรียม จังหวัดพระสีหนุ กลับไปแล้วเมื่อ ปลายมกราคม 2569 ก็เกิดคำถามจากนักวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศมากขึ้นว่า กัมพูชาจะได้อะไรจากสหรัฐฯ ต่อไปอีก ? ซึ่งประเด็นนี้น่าจับตามองอย่างมาก เพราะจีนก็ต้องกังวลเช่นกันในฐานะเป็นประเทศที่มีอิทธิพลต่อกัมพูชาในทุกมิติ ยิ่งกว่านั้น ความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นจากความเชื่อมโยงที่สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรี จบการศึกษาจากสถาบันด้านการทหาร หรือเวสต์พอยต์จากสหรัฐฯ ทำให้ไม่สามารถมองข้ามได้เลยว่า ความสัมพันธ์ด้านการทหารระหว่างกัมพูชากับสหรัฐฯ จะยิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้น มาถึงตอนนี้ ความสัมพันธ์ด้านการทหารที่สหรัฐฯ ยกเลิกการคว่ำบาตรด้านอาวุธต่อกัมพูชา และกำลังจะกลับมาซ้อมรบร่วมระหว่างกันอีก ตอกย้ำการเป็นหุ้นส่วนที่มีความคืบหน้า และความร่วมมือด้านการทหารที่จะเพิ่มขึ้น ตามคำมั่นของพลเรือเอก แซมมวล พาพาโร ผู้บัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ ที่ได้กล่าวไว้กับนายทหารระดับสูงของกัมพูชาขณะที่เปิด USS Cincinnati ให้เยี่ยมชม และได้พบกับสมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรี ที่กรุงพนมเปญ  ในห้วงที่ USS Cincinnati ของสหรัฐฯ แวะเทียบท่าที่ฐานทัพเรือเรียม จังหวัดพระสีหนุในห้วงเวลาข้างต้น กัมพูชายังได้รับการผ่อนปรนด้านการส่งออกอาวุธจากสหรัฐฯ จากที่ความสัมพันธ์ด้านการทหารตึงเครียดจากกรณีกัมพูชาส่งชาวอุยกูร์ให้จีน จำนวน 20…