ไทยดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนในช่วงวันหยุดตรุษจีน

Nikkei Asia ระบุว่า ไทยกำลังพยายามดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน หลังจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเมื่อปี 2568 ลดลงร้อยละ 30 จากเหตุลักพาตัวนักแสดงจีนไปยังศูนย์หลอกลวงในเมียนมาเมื่อ ม.ค. 68 รวมถึงการปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา   โดยไทยออกแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว เสนอส่วนลดค่าเดินทางและโรงแรม รวมทั้งจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในหลายพื้นที่ ขณะที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะฟื้นตัวในปี 2569 อยู่ที่ 7 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ไทยต้องแข่งขันกับเวียดนาม และด้วยค่าเงินบาทที่แข็งค่าที่สุดในรอบประมาณ 5 ปี จึงยังไม่ชัดเจนว่าไทยจะประสบความสำเร็จในการดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาได้หรือไม่

กัมพูชาเนรเทศชาวต่างชาติ หลังปราบปรามขบวนหลอกลวงออนไลน์

นายซอ ซกคา รอง นรม./รมว.มท.กัมพูชา กล่าวในพิธีเปิดวันอินเทอร์เน็ตปลอดภัย เมื่อ 18 ก.พ.69 ว่า ตั้งแต่รัฐบาลบริหารประเทศเมื่อปี 2566 ได้เนรเทศชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงออนไลน์ มากกว่า 48,000 คน และมีชาวต่างชาติสมัครใจเดินทางกลับประเทศ 210,000 คน ทั้งนี้ กัมพูชาเร่งดำเนินมาตรการเพื่อกู้ชื่อเสียงจากการเป็นศูนย์กลางอาชญากรรมไซเบอร์ พร้อมขอให้ประชาชนช่วยกวาดล้างขบวนการดังกล่าวให้หมดจากประเทศ  โดย มท.อยู่ระหว่างพิจารณาโครงการให้รางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแส นอกจากนี้ รัฐบาลป้องกันชาวกัมพูชาตกเป็นเหยื่อในต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ด้วยการเพิ่มความเข้มงวดข้อกำหนดเดินทางออกนอกประเทศ อาทิ ตรวจสอบหญิงอายุ 18-35 ปีที่เอกสารไม่ชัดเจน ไม่มีคนรับรองหรือเงินไม่เพียงพอ พร้อมเร่งกวาดล้างนายหน้าชาวต่างชาติและคนกัมพูชา

ญี่ปุ่นมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงร้อยละ 60

ข้อมูลขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (Japan National Tourism Organization-JNTO) เมื่อ 18 ก.พ.69 ระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนที่เดินทางไปญี่ปุ่นเมื่อ ม.ค.69 มีจำนวน 385,300 คน ลดลงร้อยละ 60.7 เมื่อเทียบกับห้วงเดียวกันของปี 2568 และเป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากเมื่อ ธ.ค.68 ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากการที่รัฐบาลจีนแจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น หลังจากนางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ไต้หวัน รวมถึงการปรับลดจำนวนความถี่เที่ยวบินระหว่างประเทศ นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวจากฮ่องกงลดลงร้อยละ 17.9 ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางเข้าญี่ปุ่น เมื่อ มค.69 อยู่ที่ 3,597,500 คน ลดลงร้อยละ 4.9

สหรัฐฯ เตรียมถอนทหารทั้งหมดออกจากซีเรีย

สนข.บีบีซี รายงานเมื่อ 19 ก.พ.69 ว่า สหรัฐฯ เตรียมถอนกองกำลังทั้งหมดออกจากซีเรียในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ซึ่งรัฐบาลซีเรียระบุว่าเป็นไปตามเงื่อนไขการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลใหม่ ที่รัฐบาลซีเรียจะปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายในประเทศ โดยไม่ต้องพึ่งกองกำลังของสหรัฐฯ แต่สหรัฐฯ พร้อมตอบโต้ภัยคุกคามในภูมิภาค การถอนกองกำลังของสหรัฐฯ ดังกล่าว มีขึ้นในห้วงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านสูงขึ้น และสหรัฐฯ ส่งกองกำลังไปตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ สหรัฐฯ ส่งกองกำลังไปประจำการที่ซีเรียตั้งแต่ปี 2558  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายจากกลุ่ม IS  โดยสหรัฐฯ ได้ถอนกองกำลังออกจากฐานทัพ al-Tanf และ al-Shaddadi base ในซีเรียแล้วเมื่อต้นปี 2569 ซึ่งยังคงเหลือกองกำลังสหรัฐฯ ในซีเรียอีกประมาณ 1,000 คน

ติมอร์-เลสเตประณามเมียนมากรณีขับไล่นักการทูต

ถ้อยแถลงของรัฐบาลติมอร์-เลสเต ลว.17 ก.พ.69 ประณามเมียนมากรณีขับไล่อุปทูตติมอร์-เลสเต ประจำเมียนมา และแสดงจุดยืนถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับชาวเมียนมาที่สอดคล้องกับอาเซียนและสหประชาชาติที่สนับสนุนทุกความพยายามเพื่อฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตยในเมียนมา รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลทหารเมียนมา เคารพสิทธิมนุษยชนและแสวงหาทางออกจากวิกฤติด้วยสันติวิธี  นอกจากนี้ รัฐบาลติมอร์-เลสเตแสดงความเชื่อมั่นว่า  การเจรจาที่เคารพถึงเจตจำนงของประชาชน เป็นวิธีการเดียวที่จะคลี่คลายวิกฤติอย่างยั่งยืน

3 ประเด็นสำคัญจากการประชุมความมั่นคงมิวนิกปี 2569 และข้อเสนอแนะต่อไทย

การประชุมระดับนานาชาติในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ยังคงเป็นเวทีที่ประเทศมหาอำนาจใช้ประโยชน์เพื่อประกาศนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง ตลอดจนต่อรองแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างกัน ในการประชุมความมั่นคงมิวนิก (Munich Security Conference ) ครั้งที่ 62 เมื่อ กลางกุมภาพันธ์ 2569  ที่เยอรมนี ก็เช่นกัน เป็นโอกาสให้อย่างน้อย 3 มหาอำนาจของโลก ได้แก่ ยุโรป จีน และสหรัฐฯ ได้แสดงมุมมองต่อ “ระเบียบโลก” ที่กำลังเปลี่ยนแปลงและเป็นประเด็นถกเถียงในกลุ่มนักรัฐศาสตร์ปัจจุบัน บทความนี้จะสรุป 3 ประเด็นสำคัญจากการประชุมดังกล่าว และวิเคราะห์ว่ามหาอำนาจของโลกกำลังจะทำอะไรเพื่อรักษาระเบียบโลกแบบที่เป็นผลดีต่อประโยชน์ของตนเอง รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะยุทธศาสตร์ความมั่นคงของไทยควรจะมีลักษณะอย่างไรในระเบียบโลกที่กำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบอยู่ด้วย ประเด็นแรก ความมั่นคงยุโรปในสภาพแวดล้อมที่กำลังล่มสลาย…… เยอรมนีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความมั่นคงระดับโลกที่เมืองมิวนิก เมื่อ 13-15 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเป็นการประชุมสำคัญสำหรับกลุ่มประเทศยุโรป และอาจมีความสำคัญมากกว่าการประชุมปีอื่น ๆ เนื่องจากยุโรปกำลังเผชิญความท้าทายจากนโยบายของสหรัฐฯ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากการบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ทำให้ระดับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงของกลุ่มพันธมิตรโลกตะวันตกสั่นคลอนและอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะนอกจากจะใช้มาตรการภาษีเป็นเครื่องมือกดดันประเทศคู่ค้าในยุโรปแล้ว สหรัฐฯ ยังระบุในเอกสารยุทธศาสตร์ความมั่นคงฉบับใหม่ว่าจะให้ยุโรปรับผิดชอบความมั่นคงของตนเอง ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ที่เน้นนโยบาย America First ทำให้ยุโรป…

กองทัพเรือของ IRGC ยังคงฝึกซ้อมในช่องแคบฮอร์มุซ

  ทร.กกล.พิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) จัดการฝึกซ้อมทางทะเล เมื่อ 17 ก.พ.69 ภายใต้รหัส Smart Control of the Strait of Hormuz ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 บริเวณช่องแคบฮอร์มุซและหมู่เกาะในอ่าวเปอร์เซีย โดยมีการทดสอบระบบขีปนาวุธ รวมถึงการใช้ฝูงบินโดรนโจมตีและลาดตระเวนในสภาวะที่มีสัญญาณรบกวน  ขณะที่  ผบ.ทร. IRGC ยืนยันความพร้อมต่อการปิดช่องแคบดังกล่าว หากได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง เพื่อตอบโต้แรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่ส่งเรือรบเข้าไปในภูมิภาค  การฝึกซ้อมและท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นในวันเดียวกับการเจรจาทางอ้อมระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เพื่อแก้ไขปัญหาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ อนึ่ง ปรากฏรายงานเพิ่มเติมว่า อิหร่านเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกซ้อมร่วมทางทะเลบริเวญช่องแคบฮอร์มุซ โดยจะมีรัสเซียและจีนเข้าร่วมในห้วง ก.พ.69 (ยังไม่ระบุวัน)

ลาวร่วมมือเกาหลีใต้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในแขวงอุดมไซ

สนข. Laotian Times รายงานเมื่อ 17 ก.พ.69 ว่า รัฐบาลลาวลงนามข้อตกลงกับเอกชนเกาหลีใต้เพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ขนาด 100 เมกะวัตต์ ในแขวงอุดมไซ (ตอนเหนือของประเทศ) เพื่อขยายการผลิตพลังงานหมุนเวียนและเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของลาว โครงการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 940 ไร่ คาดจะเริ่มก่อสร้างในปี 2570 เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 160 กิกะวัตต์/ชั่วโมงต่อปี กระแสไฟฟ้าส่วนใหญ่จะส่งออกไปยังเวียดนามตามข้อตกลงการส่งไฟฟ้าข้ามแดน รวมถึงลดการนำเข้าไฟฟ้าในห้วงฤดูแล้ง และรักษาราคาพลังงานภายในลาว

ญี่ปุ่นมอบความช่วยเหลือไทย ด้านสาธารณสุขของผู้พลัดถิ่นจากเมียนมา

เว็บไซต์ กต.ญี่ปุ่น รายงานเมื่อ 17 ก.พ.69 ว่า นายโอตากะ มาซาโตะ ออท.ญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และ ดร. Ailan Li ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ลงนามบันทึกโครงการเสริมสร้างบริการด้านสาธารณสุขสำหรับผู้พลัดถิ่นจากเมียนมาใน จ.ตาก (Project for Strengthening Health Care Services for Displaced Persons from Myanmar in Tak Province) เมื่อวันเดียวกัน ที่กรุงเทพฯ โดยญี่ปุ่นจะมอบความช่วยเหลือวงเงินงบประมาณ 453 ล้านเยน (ประมาณ 95 ล้านบาท) เพื่อซ่อมแซมสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกของศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ และสถานพยาบาลสำหรับผู้พลัดถิ่นใน จ.ตาก พร้อมทั้งจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์และดำเนินการเสริมสร้างศักยภาพแก่บุคลากรด้านสาธารณสุข