นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือย้ำความสำคัญของการครอบครองและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อค้ำประกันความมั่นคงของประเทศ โดยเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือกล่าวในระหว่างเข้าร่วมการประชุมของพรรคแรงงานเกาหลี (Workers’ Party of Korea-WPK) ครั้งที่ 9 และชมการแสดงพาเหรดของกองทัพเกาหลีเหนือที่กรุงเปียงยางว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือจะให้ความสำคัญกับการพัฒนากองทัพนิวเคลียร์ และระบบขีปนาวุธต่อไป เฉพาะอย่างยิ่งขีปนาวุธที่สามารถปล่อยจากเรือดำน้ำได้ และอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี ซึ่งจะมีขนาดเล็กแต่มีประสิทธิภาพสูง สามารถโจมตีเป้าหมายได้แบบเฉพาะจุด ทั้งนี้ นายคิม จองอึนประกาศให้ชาวเกาหลีเหนือเชื่อมั่นว่า สถานะการเป็นประเทศที่ครอบครองและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์นั้นมีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ ทำให้สามารถป้องปรามศัตรูและภัยคุกคามได้อย่างดี พร้อมทั้งเชิดชูบทบาทของกองทัพเกาหลีเหนือที่เป็นแกนกลางความมั่นคงของประเทศ ในการแสดงพาเหรดกองทัพเกาหลีเหนือครั้งนี้มีทหารเข้าร่วมมากกว่า 14,000 คน แต่สื่อต่างประเทศให้ความสนใจกรณีไม่มีการเปิดเผยอาวุธนิวเคลียร์หรือยุทโธปกรณ์รุ่นใหม่ ซึ่งแตกต่างจากการแสดงพาเหรดกองทัพเกาหลีเหนือที่ผ่านมา ท่าทีดังกล่าวของนายคิม จองอึน เป็นสัญญาณให้นานาชาติตระหนักถึงความมุ่งมั่นของเกาหลีเหนือที่จะครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมอาวุธ และคาดว่าจะพัฒนาความร่วมมือกับประเทศที่สนับสนุนเกาหลีเหนือต่อไป โดยเฉพาะรัสเซียและจีน นอกจากนี้ ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือยังแสดงท่าทีต่อนโยบายต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ เกาหลีเหนือจะไม่เจรจากับเกาหลีใต้เพื่อรวมชาติ ส่วนการเจรจากับผู้นำสหรัฐฯ อาจเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อสหรัฐฯ ยุติการดำเนินนโยบายที่เป็นภัยคุกคามหรือข่มขู่เกาหลีเหนือ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน นายคิม จองอึนยังไม่มีเหตุผลที่จะต้องเจรจากับสหรัฐฯ ด้านโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ให้ความเห็นต่อท่าทีของเกาหลีเหนือว่าเกาหลีใต้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายที่จะหาแนวทางอยู่ร่วมกันอย่างสันติ จึงเห็นว่าการสร้าวความเชื่อใจและเคารพระหว่างกันจะเป็นปัจจัยสู่สันติภาพในคาบสมุทรเกาหลีได้ รัฐบาลจีนแสดงท่าทีที่น่าสนใจต่อการสร้างสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี โดยเมื่อ 26…