พัฒนาการสำคัญในเมียนมามีความเชื่อมโยงต่อความมั่นคงของไทย

สถานการณ์ในประเทศรอบบ้านของไทยทั้งทางฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก นั่นก็คือเมียนมาและกัมพูชา เป็นเรื่องที่ไทยและนานาชาติต่างให้ความสนใจอย่างยิ่งในปัจจุบัน เพราะเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในด้านต่าง ๆ รวมถึงปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติต่าง ๆ ตามแนวชายแดน ซึ่งสร้างความท้าทายให้กับไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับสถานการณ์ในฝั่งเมียนมาในปัจจุบันนั้นจะเป็นอย่างไร และสถานการณ์ดังกล่าวมีความเชื่อมโยงและส่งผลกระทบต่อไทยอย่างไร มาติดตามรับฟังกันได้ใน The Intelligence Podcast ตอน “พัฒนาการสำคัญในเมียนมามีความเชื่อมโยงต่อความมั่นคงของไทย”

จีน-สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงทางเศรษฐกิจและการค้าในการเจรจาที่สหรัฐฯ เมื่อปลาย ก.ย.69

  พณ.จีน แถลงเมื่อ 28 ก.ย.69 ว่า จีน-สหรัฐฯ เจรจาด้านเศรษฐกิจและการค้า รอบที่ 8 ที่นครนิวยอร์กและกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ เมื่อ 20-23 ก.ย.69 และได้บรรลุข้อตกลงเชิงบวก ดังนี้ 1) ลดภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าระหว่างกัน 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตามหลักการต่างตอบแทน โดยสินค้านำเข้าประมาณร้อยละ 90 จะได้รับการปรับลดภาษีลงมาอยู่ในระดับของประเทศที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง (Most-Favored Nation-MFN) และจะมีการเผยแพร่รายการสินค้าที่ได้รับสิทธิลดภาษีศุลกากร โดยสินค้าจีนที่จะได้รับการลดภาษี ได้แก่ ของเล่น เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก ผลิตภัณฑ์ในห้องครัวและห้องน้ำ และของขวัญตามเทศกาล ขณะที่ จีนจะลดภาษีสินค้าสหรัฐฯ อาทิ สินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย (Personal Care) อุปกรณ์การแพทย์ และถ่านหิน 2) จัดตั้งคณะทำงานด้านสินค้าเกษตรภายใต้กลไกคณะกรรมการการค้า (Board of Trade) เพื่อหารือการเข้าถึงตลาดสองทางและกฎระเบียบต่าง ๆ ทั้งยังเห็นพ้องจัดการประชุมครั้งแรกก่อนสินปี 2569 3)…

IRENA ชี้วิกฤตพลังงานโลกได้เปลี่ยนแนวคิดการสำรองน้ำมันและก๊าซไปสู่ระบบพลังงานที่หลากหลาย

ข่าวสารนิเทศองค์การสหประชาชาติ (UN) รายงานเมื่อ 28 ก.ย.69 ว่า นาย Francesco La Camera ผู้อำนวยการองค์กรพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ (International Renewable Energy Agency-IRENA) ระบุ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลกและราคาน้ำมัน โดยทำให้แนวคิดเรื่องความมั่นคงทางพลังงานเปลี่ยนจากการพึ่งพาสำรองน้ำมันและก๊าซ ไปสู่ระบบพลังงานที่มีความหลากหลาย กระจายตัว และสามารถควบคุมได้ในประเทศตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียน ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นราวร้อยละ 90 ของกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ทั่วโลก ขณะที่จีนมีสัดส่วนกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์นำถ่านหินเป็นครั้งแรก ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านพลังงานยังเผชิญความท้าทาย ได้แก่ 1) ด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสายส่ง 2) กฎระเบียบและเงินอุดหนุนเชื้อเพลิงฟอสซิล 3) การพัฒนาทักษะแรงงาน โดย IRENA ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าในพลังงานขั้นสุดท้ายเป็นร้อยละ 35 ภายในปี 2578 และเน้นย้ำว่าการเร่งพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า การเชื่อมโยงระบบ และความยืดหยุ่นของโครงข่าย เป็นประเด็นเร่งด่วนต่อการสร้างระบบพลังงานที่มั่นคงและยั่งยืน

รัสเซียเตือนเนโตเสี่ยงเผชิญหน้าทางทหารกับรัสเซียหากปิดล้อมคาลินินกราด

สอท.รัสเซีย/เบลเยียม ออกแถลงการณ์ต่อเนโตและ กต.เบลเยียม เมื่อ 28 ก.ย.69 เตือนเนโตถึงแนวทางการดำเนินนโยบายที่ขาดความรับผิดชอบและการยับยั้งชั่งใจต่อแคว้นคาลินินกราดของรัสเซีย (ตั้งอยู่ระหว่างโปแลนด์และลิทัวเนียเลียบชายฝั่งทะเลบอลติก) กำลังนำมาซึ่งความเสี่ยงเผชิญหน้าทางการทหารกับรัสเซีย เฉพาะอย่างยิ่งหากเนโตพยายามจะปิดล้อมแคว้นคาลินินกราด โดยรัสเซียยืนยันว่ามีขีดความสามารถเพียงพอที่จะต้านทานการรุกราน และพร้อมใช้สรรพอาวุธทั้งหมดที่มีอยู่ปกป้องดินแดนดังกล่าว อีกทั้งเรียกร้องให้สมาชิกเนโตงดเว้นการใช้ถ้อยคำและการกระทำที่อาจส่งผลให้สถานการณ์ความขัดแย้งตึงเครียด เพื่อป้องกันการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ ก่อนหน้านี้ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียระบุว่า รัสเซียไม่มีแผนโจมตีกลุ่มประเทศบอลติก เว้นแต่ประเทศดังกล่าวจะปฏิบัติการเชิงรุกต่อแคว้นคาลินินกราดของรัสเซีย

บริษัท OpenAI ชะลอการปล่อยโมเดลปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่ หลังพบว่าทำงานเหนือการควบคุม

บริษัทผู้ผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) แสดงความรับผิดชอบและควบคุมการทำงานของ AI ให้ปลอดภัยมากขึ้น โดยเมื่อ 29 กันยายน 2569 บริษัท OpenAI ประกาศชะลอการเปิดใช้งานโมเดล AI รุ่นใหม่ หรือ GPT-6.1 Astra เนื่องจากพบว่า ระบบ AI ดังกล่าวทำงานนอกเหนือคำสั่งการ และการควบคุมโดยมนุษย์ ระหว่างการทดสอบ จึงไม่สอดคล้องกับมาตรฐานด้านความปลอดภัย แม้ว่าโมเดล GPT-6.1 Astra จะมีประสิทธิภาพเหนือกว่าโมเดล AI รุ่นก่อนหน้านี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของบริษัท OpenAI ย้ำว่าจะให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยและการควบคุมที่ทำให้โมเดล AI ทำงานตามความต้องการของมนุษย์ รวมทั้งอยู่ภายใต้ข้อกำหนดจริยธรรมของมนุษย์ด้วย ท่าทีของบริษัท OpenAI มีขึ้นในห้วงที่นานาชาติและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยการใช้เทคโนโลยี AI แสดงความกังวลกรณีมีรายงานว่าโมเดล AI หรือระบบ AI บางชนิดปฏิบัติหน้าที่นอกเหนือคำสั่ง และมีพฤติกรรมลักลอบปฏิบัติงานโดยหลบเลี่ยงมาตรการตรวจสอบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบและเป็นอันตรายต่อมนุษยชาติ จึงปรากฏกระแสเรียกร้องให้บริษัทผู้พัฒนาและให้บริการ AI ทบทวนมาตรฐานและชะลอการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว ควบคู่กับให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากขึ้น คาดว่า บริษัท OpenAI จำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างเร่งด่วน…

เมียนมาปราบปรามกลุ่มติดอาวุธในรัฐยะไข่ เพิ่มจำนวนผู้พลัดถิ่นในประเทศ

กองทัพเมียนมาเมื่อ 28 กันยายน 2569 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศปราบปรามกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่ติดอาวุธในเมือง Kyauktaw ตอนเหนือของรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของเมียนมา ทำให้มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 33 ราย ได้รับบาดเจ็บอีก 36 ราย ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รวมกลุ่มของกองกำลังต่อต้านรัฐบาลและสนับสนุนประชาธิปไตย รวมทั้งกองกำลังชนกลุ่มน้อยกองทัพอาระกัน (Arakan Army-AA) ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในเมียนมาให้ความเห็นต่อสื่อมวลชนว่า กองทัพเมียนมาเลือกโจมตีทางอากาศ โดยทิ้งระเบิดใส่บริเวณตลาดและร้านค้าของพลเรือน ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เหตุการณ์นี้อาจทำให้จำนวนผู้พลัดถิ่นจากสถานการณ์สู้รบในเมียนมาเพิ่มขึ้นมากกว่า 500,000 คน เพราะไม่สามารถอยู่ในพื้นที่ที่มีกองกำลังติดอาวุธชนกลุ่มน้อยและกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเคลื่อนไหวได้ เฉพาะอย่างยิ่งในรัฐยะไข่ ที่มีการปะทะอย่างต่อเนื่อง และเคยมีรายงานว่ากองทัพเมียนมาโจมตีอาคารและสถานที่ที่ใช้ดำเนินกิจการของพลเรือน เช่น กรณีเมื่อ ธันวาคม 2568 ที่กองทัพเมียนมาโจมตีทางอากาศใส่โรงพยาบาลในเมือง Mrauk U รัฐยะไข่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 33 ราย รัฐบาลเมียนมายังไม่แสดงความเห็นหรือชี้แจงประเด็นที่นานาชาติห่วงกังวลเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลและกองทัพเมียนมาระบุว่ากองกำลังต่อต้านรัฐบาลเป็นกลุ่มก่อการร้าย ดังนั้น กองทัพจึงมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปปราบปรามเพื่อรักษาความมั่นคง ด้านกองทัพอาระกัน หรือกลุ่ม AA เป็นชนกลุ่มน้อยที่มีความแข็งแกร่งและครองพื้นที่รัฐยะไข่ตั้งแต่หลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเมียนมา ทำให้การปะทะและการสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกลุ่ม AA ค่อนข้างตึงเครียด ปัจจุบัน…

พัฒนาการสำคัญในตะวันออกกลาง : อิสราเอลปิดเส้นทางเข้า-ออกเขตเวสต์แบงก์ อิหร่านโจมตีเรือสหรัฐฯ

ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางเมื่อ 29 กันยายน 2569 ยังคงตึงเครียดต่อเนื่อง จากความเคลื่อนไหวของ 3 ประเทศสำคัญ ได้แก่ อิสราเอล อิหร่าน และสหรัฐฯ ประเด็นแรก อิสราเอลปิดเส้นทางเข้า-ออกเขตเวสต์แบงก์ตั้งแต่ 27 กันยายน – 3 ตุลาคม 2569 เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้ชาวอิสราเอลในช่วงเทศกาลซุกกอต (Sukkot) ที่เป็นวันสำคัญทางศาสนาเพื่อระลึกถึงพระเจ้า อย่างไรก็ตาม มาตรการของอิสราเอลเป็นอุปสรรคต่อชาวปาเลสไตน์ที่ต้องการเดินทางภายในเขตเวสต์แบงก์ รวมทั้งการเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่วิหาร Al-Aqsa และมัสยิด Ibrahimi ในพื้นที่ ส่วนความเคลื่อนไหวของอิหร่าน เมื่อ 28 กันยายน 2569 ประกาศว่าประสบความสำเร็จในการโจมตีเรือรบของสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ เป้าหมายเพื่อผลักดันให้กองทัพสหรัฐฯ ถอนกำลังออกจากเส้นทางเดินเรือ แม้ว่ากองบัญชาการของสหรัฐฯ (CENTCOM) จะยังไม่ยืนยันเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเชื่อมั่นว่ากองเรือสหรัฐฯ กำลังทยอยถอนตัวจากพื้นที่ ด้านผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันไม่ยกเลิกหรือชะลอมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ขณะเดียวกันก็เดินหน้าการเจรจาผ่านกลไกการทูตที่นครนิวยอร์ก โดยมีกาตาร์เป็นประเทศผู้ประสานงาน แต่ยังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม ทั้ง 3 เหตุการณ์ในห้วงที่ผ่านมา ประกอบกับราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนว่าความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางมีแนวโน้มจะยืดเยื้อและกระทบต่อความมั่นคงระหว่างประเทศในช่วงปลายปี 2569…

บังกลาเทศกังวลเครือข่ายสแกมเมอร์ขยายฐานปฏิบัติการในประเทศ

เว็บไซต์ นสพ.The Daily Star ของบังกลาเทศ รายงานเมื่อ 26 ก.ย.69 ว่า เจ้าหน้าที่บังกลาเทศแสดงความกังวลถึงการขยายฐานปฏิบัติการของเครือข่ายสแกมเมอร์มายังบังกลาเทศ หลังทางการกัมพูชา ลาว และเวียดนามเพิ่มมาตรการปราบปรามเครือข่ายดังกล่าว โดยชาวต่างชาติหลายสิบคนต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงทางออนไลน์จากการตรวจค้นในเมืองจิตตะกองและค็อกซ์บาซาร์ ทั้งนี้ ตำรวจจิตตะกองจับกุมชาวต่างชาติ 63 คน เมื่อ 10 ก.ย.69 ประกอบด้วย ชาวลาว 34 คน ปากีสถาน 21 คน จีน 5 คน รวมทั้งชาวเนปาลและเวียดนามประเทศละ 1 คน พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่การตรวจค้นในเมืองค็อกซ์บาซาร์เมื่อ 3 ก.ย.69 นำไปสู่การจับกุมชาวจีน 5 คน และชาวไต้หวัน 1 คน พร้อมยึดโทรศัพท์ และคอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ รายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs…

อาเซียน-เกาหลีใต้ เริ่มการเจรจายกระดับ FTA รอบที่ 2

อาเซียนและเกาหลีใต้ จะเริ่มการเจรจาเพื่อยกระดับความตกลงการค้าเสรี (ASEAN-Korea Free Trade Agreement-AKFTA) รอบที่ 2 ณ สิงคโปร์ ระหว่าง 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 หลังเสร็จสิ้นการเจรจารอบแรกเมื่อ มิ.ย.69 โดยจะมุ่งยกระดับกฎเกณฑ์ใน 13 ประเด็น อาทิ แร่ธาตุสำคัญและห่วงโซ่อุปทาน การค้าดิจิทัล ทรัพย์สินทางปัญญา และกระบวนการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้า เป้าหมายคือการกำหนดกฎระเบียบทางการค้าที่มีมาตรฐานสูงกว่ากรอบความร่วมมือเดิมที่ทั้งสองฝ่ายเป็นสมาชิกอยู่แล้ว เช่น ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ทั้งนี้ ฝ่ายเกาหลีใต้ระบุว่าการเจรจาจะมุ่งรองรับกฎเกณฑ์ใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางการค้าที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการค้าดิจิทัล ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทานในสาขาแร่ธาตุสำคัญ เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจเกาหลีใต้ขยายการดำเนินธุรกิจในตลาดอาเซียน