เรือบรรทุกน้ำมันของจีนเกยตื้นที่แคว้น Sakhalin ด้านตะวันออกของรัสเซีย

สนข. Tass ของรัสเซียรายงานเมื่อ 9 ก.พ. 68 ว่า เกิดอุบัติเหตุเรือขนสินค้าสัญชาติจีนชื่อ An Yang 2 ซึ่งบรรทุกน้ำมัน ถ่านหิน และน้ำมันเครื่อง ปริมาณรวมกว่า 1,760 ตัน เกยตื้นบริเวณนอกชายฝั่งแคว้น Sakhalin เนื่องจากคลื่นลมแรง กระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินของรัสเซียระบุว่า ลูกเรือทั้งหมด 20 คนเป็นชาวจีน ปลอดภัย มีน้ำและอาหารเพียงพอระหว่างรอการช่วยเหลือจากรัฐบาลรัสเซีย อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเรือที่เกยตื้นได้ เนื่องจากสภาพอากศยังเลวร้าย ทั้งนี้ กรมเจ้าท่ารัสเซียรายงานว่า ตัวเรือมีความเสียหายสองแห่ง แต่ยังไม่มีการรั่วไหลของน้ำมัน

กห.ไต้หวันห้ามบุคลากรในกองทัพใช้งาน generative AI

สนข.Taipei Times รายงานเมื่อ 10 ก.พ.68 ว่า กห.ไต้หวันมีคำสั่งห้ามบุคลากรของกองทัพนำข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลของกองทัพ และข้อมูลที่จำกัดการเข้าถึง เข้าสู่ ChatGPT, Gemini, DeepSeek, generative AI อื่น ๆ รวมถึง Trustworthy Artificial Intelligence Dialogue Engine (TAIDE) และ ANILA ของไต้หวัน เนื่องจากการใช้งาน AI อย่างขาดความรอบคอบอาจทำให้ข้อมูลทางทหารที่มีชั้นความลับรั่วไหล เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล และเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา ขณะเดียวกันยังมีคำสั่งห้ามใช้ generative AI ในการผลิตเอกสารราชการ กิจกรรมผิดกฎหมาย หรือก่อกวนความสงบในสังคม โดยผู้ที่ทำให้ข้อมูลทางทหารรั่วไหลหรือทำให้ชื่อเสียงของกองทัพเสื่อมเสียจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

การบีบบังคับทางเศรษฐกิจ : เครื่องมือในการกดดันหรือแรงผลักดันเพื่อการพัฒนาและเอาตัวรอด

เมื่อต้องเผชิญปัญหาหรือแรงกดดันไม่ว่าในรูปแบบใด โดยเฉพาะในยามคับขัน ทุกคนต้องพยายามหาทางออกเพื่อเอาตัวรอดและช่วยให้ปัญหาเบาบางลง หลายครั้งยังนำไปสู่การพัฒนาหรือริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ เหมือนคำคมคุ้นหูที่ว่า “พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ จีน ที่ยิ่งเผชิญแรงต่อต้านหรือแรงกดดันจากฝ่ายตรงข้ามมากเท่าไร จีนก็จะได้โอกาสจากการหาทางออกได้บ่อยครั้ง จนภาพลักษณ์ของจีนเริ่มจะเปลี่ยนไปจากการเป็นผู้ตามที่ลอกเลียนคนอื่นเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์แทน

หน่วยข่าวกรองรัสเซียเผยแพร่คลิปวิดีโอตอบโต้ CIA

สำนักข่าว tass รายงานเมื่อ 6 ก.พ.68 ว่า เว็บไซต์หน่วยข่าวกรองของรัสเซีย (SVR)  เผยแพร่คลิปภาษาอังกฤษความยาว 3 นาที แสดงถึงการร่วมกันต่อสู้ของกองทัพโซเวียตและกองทัพอเมริกาเพื่อต่อต้านลัทธินาซีห้วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเนื้อหาเกี่ยวกับการที่สหรัฐฯ มอบความช่วยเหลือมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับรัฐบาลยูเครน   SVR ระบุว่า การเผยแพร่คลิปดังกล่าว เพื่อตอบโต้สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ของสหรัฐฯ ที่ใช้วิดิทัศน์รูปแบบ Hollywood ที่เนื้อหาแฝงการต่อต้านรัสเซีย เพื่อชักชวนคนรัสเซียให้เป็นสายลับ อย่างไรก็ตาม SVR เชื่อว่าความพยายามของ CIA จะไม่ประสบความสำเร็จ ขณะที่ชาวอเมริกันซึ่งรักชาติจำนวนมากจะไม่สนับสนุนรัฐบาลที่ทุจริตของยูเครน

โฆษก. กต.จีนค้านกรณีการกล่าวหาผู้นำกัมพูชาเลือกข้างระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

สำนักข่าว Xinhua รายงานเมื่อ 6 ก.พ.68 อ้างถ้อยแถลงของโฆษก กต. จีนกรณีที่บัญชีแพลตฟอร์ม We-Media ระบุว่า ผู้นำกัมพูชากำลังการตัดสินใจเลือกข้างระหว่างจีนหรือสหรัฐฯ และโครงการความร่วมมือสำคัญระหว่างจีน-กัมพูชาได้ชะลอตัวลง โดยระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวปราศจากข้อเท็จจริง และให้ร้ายต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีน-กัมพูชา ผู้ปล่อยข่าวลือจะต้องได้รับโทษทางกฎหมาย พร้อมย้ำถึงความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างสองประเทศ โดยจีนยังเป็นประเทศผู้ลงทุนและคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของกัมพูชา มูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าในทศวรรษที่ผ่านมา ปัจจุบัน สองฝ่ายมุ่งสู่การพัฒนาที่มีคุณภาพสูงและความไว้วางใจกันในระดับสูง สานต่อกรอบความร่วมมือเพชรหกเหลี่ยม (Diamond Hexagon) การจัดทำแผนความร่วมมือเส้นทางพัฒนาอุตสาหกรรม (Industrial Development Corridor) และเส้นทางสายปลาและข้าว (Fish and Rice Corridor) ที่มีคุณภาพสูง เพื่อส่งเสริมกระบวนการพัฒนาสู่ความทันสมัย และผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ

เยอรมนีคัดค้านแผนการของผู้นำสหรัฐฯ ที่จะยึดครองฉนวนกาซาและขับไล่ชาวปาเลสไตน์

  สื่อต่างประเทศหลายสำนัก อาทิ Anadolu Agency ของทางการตุรกี Channels Television ของไนจีเรีย และ Le Monde ของฝรั่งเศส รายงานเมื่อ 5 ก.พ.68 ว่า นางอันนาเลน่า แบร์บ็อค รมว.กต.เยอรมนีระบุว่า พื้นที่ฉนวนกาซา เวสต์แบงก์และเยรูซาเล็มตะวันออก ควรเป็นส่วนหนึ่งของรัฐปาเลสไตน์ในอนาคต และการขับไล่ชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซาเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ที่จะนำไปสู่ความทุกข์ทรมานและความเกลียดชังมากขึ้น รวมทั้งเน้นย้ำว่าแนวทางสองรัฐเป็นหนทางเดียวที่ชาวอิสราเอลและปาเลสไตน์จะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ ปลอดภัย และมีศักดิ์ศรี องค์กรระหว่างประเทศ เช่น สหประชาชาติ (UN) สหภาพยุโรป (EU) และกลุ่มประเทศ G7 คัดค้านการตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลในดินแดนปาเลสไตน์

มาเลเซียปฏิเสธเป็นต้นตอส่งออกชิป AI ไปให้ Deepseek

สนข.Benarnews รายงานเมื่อ 6 ก.พ.68 ว่า ตามที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ อยู่ระหว่างสืบสวนที่มาของการลักลอบชิป Nvidia H100 ไปจำหน่ายให้ บ.Deepseek ผู้ให้บริการโมเดลปัญญาประดิษฐ์ของจีน โดยเชื่อว่ามาเลเซียเป็นหนึ่งในประเทศคนกลางที่ลักลอบซื้อขาย นั้น ประธานสมาคมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มาเลเซีย ยืนยันถึงมาตรการป้องกันที่เข้มงวดในการจำหน่ายชิปของ Nvidia ในมาเลเซีย โดยจะให้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการอนุมัติจาก Nvidia เท่านั้น และแม้ได้รับอนุมัติแล้ว ยังมีขั้นตอนการตรวจสอบก่อน จึงจะนำไปใช้ประกอบเซิร์ฟเวอร์ AI ได้ โดยสมาคมฯ ยังไม่มีแนวทางดำเนินการต่อไป หากสหรัฐฯ ยังคงเชื่อว่ามีการรั่วไหลมาจากมาเลเซีย

ชายแดนเมียนมา-ไทยต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น

สนข. Irrawaddy รายงานเมื่อ 6 ก.พ.68 ว่า ความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงในเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง เมืองพญาตองซู รัฐมอญ และเมืองท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน พุ่งสูงขึ้น หลังไทยตัดกระแสไฟฟ้า และหยุดขายน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปยังพื้นที่เหล่านี้ เมื่อ 5 ก.พ.68 เพื่อจัดการกับแหล่งอาชญากรรมเทคโนโลยี การค้ามนุษย์ และการค้ายาเสพติดภายในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อพื้นที่พักอาศัยของประชาชน สถานที่ราชการ โรงแรม และศาสนสถาน ขณะที่ราคาน้ำมันในเมืองเมียวดีพุ่งสูงขึ้นจากลิตรละ 48 บาท เป็น 54 บาท   ในเมืองท่าขี้เหล็กจากลิตรละ 30 บาท เป็น 80 บาท เมืองพญาตองซูจากลิตรละ 32 บาท เป็น 60 บาทต่อลิตร ทำให้ประชาชนและภาคธุรกิจบางส่วนหันมาพึ่งพาพลังงานแสงอาทิตย์และเครื่องปั่นไฟในการผลิตกระแสไฟฟ้า

อินเดียและ UN ส่งเสริมความร่วมมือตามกรอบพหุภาคีร่วมกัน

นายสุพรหมณยัม ชัยศังกระ รมว.กต.อินเดีย พบหารือกับนาย Philemon Yang ประธานสมัชชาสหประชาชาติ (United Nation General Assembly-UNGA) สมัยที่ 79 ซึ่งเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการระหว่าง  4-7 ก.พ.68 ในประเด็นการส่งเสริมความร่วมมือพหุภาคีกรอบ UN ร่วมกัน อาทิ การปฏิรูประบบพหุภาคี รวมทั้งยังแลกเปลี่ยนมุมมองสถานการณ์ในระดับภูมิภาคและระดับโลก   นาย Yang ยังจะพบประธานาธิบดี Droupadi Murmu ของอินเดีย   เยือนบริษัท Infosys ซึ่งผู้ประกอบกิจการด้านเทคโนโลยี และสถาบันวิทยาศาสตร์ของอินเดีย  ที่เมืองเบงคลูรู รัฐกรณาฏกะ เพื่อพบปะผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมของอินเดียในสาขาต่าง ๆ เช่น การพัฒนาอย่างยั่งยืน และโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัล

นโยบายใหม่ของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ที่มีผลต่อแรงงานข้ามชาติ

        ในช่วงที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐฯ อีกครั้ง นโยบายด้านแรงงานข้ามชาติและการอพยพของเขาได้รับการปรับเปลี่ยนไปในทิศทางที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผู้ที่เดินทางเข้ามาทำงานในประเทศสหรัฐฯ นโยบายเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีผลกระทบต่อแรงงานที่ไม่มีเอกสารเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อแรงงานที่มีวีซ่าทำงานอย่างถูกต้อง รวมไปถึงภาคธุรกิจที่ต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาติในหลายอุตสาหกรรม หนึ่งในนโยบายที่โดดเด่นและเป็นที่ถกเถียงกันมากที่สุดคือ การเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ รัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ได้เพิ่มงบประมาณและทรัพยากรให้กับหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง (ICE) เพื่อเร่งดำเนินการจับกุมและส่งตัวผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารกลับประเทศเดิม ซึ่งทำให้แรงงานข้ามชาติที่ไม่มีเอกสารต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัว และส่งผลให้แรงงานในภาคเกษตรกรรม รวมถึงอุตสาหกรรมบริการ เช่น ร้านอาหาร โรงแรม และการก่อสร้าง ต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก การที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการเข้มงวดต่อแรงงานข้ามชาติและผู้อพยพเป็นผลมาจากนโยบายและแนวคิดที่เขายึดถือมาตลอด นั่นก็คือนโยบาย “America First” หรือ “อเมริกาต้องมาก่อน” ซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่เขาใช้หาเสียงและดำเนินนโยบายตั้งแต่การดำรงตำแหน่งครั้งแรกในปี 2017 นโยบายเหล่านี้มีเป้าหมายหลักอยู่ที่การปกป้องผลประโยชน์ของชาวอเมริกัน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และโครงสร้างสังคมแม้ว่านโยบายเหล่านี้จะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มที่ต้องการลดการอพยพ แต่ก็ก่อให้เกิดข้อถกเถียงถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจและมนุษยธรรม โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาติและแรงงานไร้ฝีมือ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเดินหน้าสร้างกำแพงชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโกต่อไป เพื่อสกัดกั้นการลักลอบข้ามแดนของผู้อพยพผิดกฎหมาย นโยบายนี้สะท้อนถึงแนวคิด “America First” ของเขา ที่ต้องการให้โอกาสในการทำงานตกเป็นของชาวอเมริกันก่อน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการปิดกั้นโอกาสของผู้อพยพอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาว เนื่องจากแรงงานข้ามชาติเป็นฟันเฟืองสำคัญในภาคการผลิตและบริการ ในด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้ดำเนินนโยบายลดภาษีเพื่อกระตุ้นการเติบโตของธุรกิจ แต่ขณะเดียวกันก็ได้เพิ่มภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ…