UN กังวลต่อสถานการณ์การสู้รบในเมียนมาที่มีแนวโน้มเลวร้ายลง

ข่าวสารนิเทศองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) รายงานเมื่อ 9 ก.ย.67 ว่าในวันเดียวกันนาย Nicholas Koumjian หัวหน้าคณะกลไกการสืบสวนอิสระเพื่อเมียนมาของ UN (Independent Investigative Mechanism for Myanmar-IIMM) แถลงในการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน UN สมัยที่ 57 แสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์การสู้รบในเมียนมาที่มีแนวโน้มเลวร้ายลง ส่งผลให้พลเรือนรวมทั้งเด็กและสตรีมีครรภ์เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของกองทัพเมียนมาบริเวณตอนเหนือของรัฐฉาน เมื่อห้วงต้น ก.ย.67 ขณะที่ชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่เผชิญกับสภาวะไร้ที่อยู่อาศัย จากการสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกองทัพอาระกัน ทั้งนี้ นาย Nicholas Koumjian ระบุด้วยว่า IIMM จะสืบสวนและรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับอาชญากรรมระหว่างประเทศและการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศในเมียนมา เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด

พณ.จีนจะอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนแบบถือหุ้นทั้งหมดได้

China Daily รายงานเมื่อ 9 ก.ย.67 อ้างประกาศกระทรวงพาณิชย์จีน เมื่อ 8 ก.ย.67 ว่า ทางการจีนจะอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติสามารถลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนแบบถือหุ้นทั้งหมดได้ใน 9 พื้นที่ ได้แก่ กรุงปักกิ่ง เมืองเทียนสิน นครเซี่ยงไฮ้ เมืองนานกิงในมณฑลเจียงซู เมืองฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน เมืองกว่างโจวและเมืองเซินเจิ้นในมณฑลกวางตุ้ง และมณฑลไห่หนาน โดยโรงพยาบาลในพื้นที่นำร่องกรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ มณฑลกวางตุ้ง และมณฑลไห่หนาน จะได้รับอนุญาตให้ทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านสเต็มเซลล์ การตรวจพันธุกรรมและการรักษา รวมถึงสิทธิในการจดลิขสิทธิ์ทางการตลาดและการผลิตในจีนหากสินค้าที่ผลิตจากผลงานวิจัยได้รับการอนุมัติ โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเพื่อส่งเสริมการพัฒนาการบริการทางการแพทย์คุณภาพสูงและความต้องการด้านการสาธารณสุขของประชาชน ทั้งนี้ ไม่อนุญาตให้เปิดโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านแพทย์แผนจีน โดยคณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติร่วมกับสำนักงานผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์แห่งชาติจะประกาศข้อกำหนด เงื่อนไขเฉพาะ และขั้นตอนการเปิดธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในจีนสำหรับนักลงทุนต่างชาติในระยะต่อไป

อิหร่านยอมรับว่าจัดหาอาวุธให้รัสเซียแลกกับสินค้าเกษตรและธัญพืช

นาย Ahmad Bakhshayesh Ardestani คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศของรัฐสภาอิหร่าน (สภาที่ปรึกษาอิสลาม) ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอิหร่าน เมื่อ 7 ก.ย.67 ยอมรับว่าอิหร่านให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่รัสเซีย ด้วยการจัดหาขีปนาวุธพิสัยใกล้และโดรนทางทหารให้รัสเซีย แลกกับสินค้าเกษตรและธัญพืช ได้แก่ ถั่วเหลือง ข้าวสาลี และข้าวโพด ของรัสเซีย โดยไม่กังวลว่าจะถูกสหรัฐฯ และชาติตะวันตก เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรมากขึ้นอีก เพราะการคว่ำบาตรที่ผ่านมาไม่มีผลยับยั้งอิหร่านไม่ให้ส่งอาวุธไปสนับสนุนกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน และกองกำลังติดอาวุธพลเรือนชาวชีอะฮ์ในอิรักได้ ถ้อยแถลงดังกล่าวขัดแย้งกับท่าทีของคณะผู้แทนถาวรอิหร่านประจำสหประชาชาติ (UN) ที่ปฏิเสธรายงานของ the Wall Street Journal ซึ่งอ้างข้อมูลของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และยุโรปว่า อิหร่านจัดหาและส่งมอบขีปนาวุธพิสัยใกล้ให้รัสเซียใช้โจมตียูเครน อีกทั้งไม่สอดคล้องกับการแถลงของนาย Nasser Kanaani โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ที่ระบุว่า อิหร่านไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน แต่ความร่วมมือทางทหารระหว่างอิหร่านกับรัสเซีย มีมาก่อนสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนจะเริ่มต้น

กองทัพกัมพูชาและฟิลิปปินส์กระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี

หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 9 ก.ย.67 ว่า พล.อ.วงษ์ ปิเซน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกัมพูชา พบหารือกับ พล.อ.Romeo Brawner Jr. ผู้บัญชาการทหารสูงสุดฟิลิปปินส์ ที่กัมพูชา เมื่อ 8 ก.ย.67 โดยกัมพูชากล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ทวิภาคีที่พัฒนาหลังจากกองทัพทั้งสองประเทศลงนามร่างขอบเขตความร่วมมือระหว่างกันเมื่อ ม.ค.66 พร้อมกับขอบคุณกองทัพฟิลิปปินส์ที่ให้ความช่วยเหลือด้านการฝึกอบรมบุคลากรแก่กองทัพกัมพูชา อาทิ หลักสูตรกระโดดร่ม ศิลปะการต่อสู้ โอกาสนี้กัมพูชาร้องขอให้กองทัพฟิลิปปินส์ยังคงสานต่อความร่วมมือที่เป็นมิตร โดยการแลกเปลี่ยนข่าวสารเพื่อป้องกันอาชญากรรมข้ามแดน อาทิ ค้ามนุษย์ อาวุธ ยาเสพติด อาชญากรรมไซเบอร์ การต่อต้านการก่อการร้าย ความร่วมมือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ รวมถึงการฝึกร่วมทางทหาร ขณะที่ฟิลิปปินส์ให้คำมั่นว่าจะยังคงสนับสนุนความร่วมมือกับกัมพูชาด้านการฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนการเยือนทุกระดับ การต่อต้านอาชญากรรมข้ามแดนและการก่อการร้าย

ว่าที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซียพบปะกับ นรม. และอดีต นรม.ทักษิณ ชินวัตร

นายปราโบโว ซูเบียนโต ว่าที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซียโพสต์ภาพถ่ายในอินสตาแกรมคู่กับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อ 7 ก.ย.67 พร้อมระบุข้อความแสดงความยินดีที่ น.ส.แพทองธารขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเฝ้ารอจะทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ นายปราโบโว ยังเผยแพร่ภาพถ่ายคู่กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เและแสดงความขอบคุณที่นายทักษิณเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำที่บ้านพักในกรุงเทพฯ เพื่อเป็นเกียรติและแสดงถึงมิตรภาพระหว่างครอบครัว และยังรอคอยจะให้การต้อนรับนายทักษิณที่อินโดนีเซีย ทั้งนี้ นายปราโบโวเยือนอาเซียน 4 ประเทศ ได้แก่ บรูไน ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ระหว่าง 5-7 ก.ย.67 ในฐานะรัฐมนตรีกลาโหม เพื่อกระชับความร่วมมือด้านกลาโหมและแนะนำตัวก่อนจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งในห้วง ต.ค.67 ขณะที่การพบหารือกับนายกรัฐมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรีไทยดังกล่าวเป็นการพบหารืออย่างไม่เป็นทางการ เพื่อรับประทานอาหารค่ำร่วมกัน

OPEC+ ชะลอแผนการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันห้วง ต.ค.67

เว็บไซต์ Reuters รายงานเมื่อ 7 ส.ค.67 ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน 23 ประเทศ (OPEC+) พิจารณาชะลอแผนการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันวันละ 180,000 บาร์เรล จากเดิมภายใน ต.ค.67 เป็น ธ.ค.67 ภายหลังราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงสู่ระดับต่ำที่สุดในรอบ 9 เดือน ซึ่งอยู่ต่ำกว่า 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อ ห้วง ก.ย.67 เนื่องจากเศรษฐกิจโลกในภาพรวมมีแนวโน้มชะลอตัว ส่วนปริมาณความต้องการน้ำมันของจีน ซึ่งเป็นประเทศนำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ลดลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในลิเบีย ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิก OPEC+ เริ่มคลี่คลาย โดยคาดว่า ลิเบียจะสามารถกลับมาผลิตและส่งออกน้ำมันได้ตามปกติ อย่างไรก็ดี OPEC+ ยังคงยืนยันแผนลดกำลังการผลิตวันละ 5.86 ล้านบาร์เรล จนถึงสิ้นปี 2568 ตามที่มีมติเมื่อ มิ.ย.67

มาเลเซียเตรียมศึกษากฎหมายเพื่อรองรับรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

สำนักข่าว Malaymail รายงานคำสัมภาษณ์ นายแอนนี โลค รัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย เมื่อ 9 ก.ย.67 ว่า กระทรวงคมนาคมมาเลเซีย เตรียมร่างกฎหมายใหม่เพื่อรองรับการใช้รถยนต์อัตโนมัติ (Autonomous Vehicles-AV) หรือรถยนต์ไร้คนขับในเชิงพาณิชย์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างประเมินความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี วิธีการควบคุม การอนุญาต และมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจว่ารถยนต์อัตโนมัติจะเข้ากับระบบการจราจรที่มีอยู่ได้มีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันมีเพียงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจราจร ได้แก่ พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2530 และแนวปฏิบัติการทดลองใช้ยานยนต์ไร้คนขับบนถนนสาธารณะ ทั้งนี้เชื่อว่าในอนาคตอาจนำระบบขนส่งสาธารณะอัตโนมัติเข้ามาให้บริการเต็มรูปแบบได้

รมว.มท.เมียนมา เยือนจีนเพื่อเข้าร่วมการประชุม Global Public Security Cooperation Forum 2024

The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 9 ก.ย.67 ว่า พล.ท.ยาเป สมาชิกสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) และรัฐมนตรีมหาดไทยเมียนมา นำคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงและนายอูโซเต็น มุขมนตรีภาคย่างกุ้ง เยือนจีน เมื่อ 8 ก.ย.67 เพื่อเข้าร่วมการประชุมความร่วมมือด้านความมั่นคงสาธารณะประจำปี 2567 หรือ Global Public Security Cooperation Forum 2024 ระหว่าง 8-10 ก.ย.67 ที่เกาะเหลียนหยุนกัง มณฑลเจียงซู ตามคำเชิญของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีน ซึ่งนับเป็นการเยือนจีนครั้งที่ 2 ในปี 2567 ของ พล.ท.ยาเป หลังจากการเยือนกรุงปักกิ่ง ระหว่าง 24-29 เม.ย.67 เพื่อเข้าร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีสองฝ่ายกับนายหวัง เสี่ยวหง มนตรีแห่งรัฐ และ รัฐมนตรีความมั่นคงสาธารณะจีน

หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรร่วมกันต่อต้านภัยคุกคามจากรัสเซียและจีน

นายวิลเลียม เบิร์นส ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (Central Intelligence Agency-CIA) และเซอร์ ริชาร์ด มัวร์ ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองต่างประเทศ (Secret Intelligence Service-SIS) ของสหราชอาณาจักร ให้สัมภาษณ์และออกบทความร่วมกันใน Financial Times เมื่อ 7 ก.ย.67 ถึงความสัมพันธ์กว่า 77 ปี ระหว่าง CIA กับ SIS พร้อมระบุว่า จะยังคงร่วมมือกันต่อต้านภัยคุกคามจากรัสเซียที่ก่อสงครามรุกรานยูเครน กับใช้ปฏิบัติการลับและการบ่อนทำลายทั่วยุโรป ซึ่งจำเป็นที่สหรัฐฯ และพันธมิตรยังต้องให้ความช่วยเหลือยูเครนรับมือกับรัสเซีย ขณะที่การเติบโตของจีนเป็นความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์และงานข่าวกรองในศตวรรษที่ 21 ซึ่ง CIA และ SIS ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง รวมทั้งการต่อต้านการก่อการร้ายและปัญหาในตะวันออกกลาง โดย CIA และ SIS จะกระชับความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข่าวกรอง รวมทั้งใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เฉพาะอย่างยิ่งปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) และเครือข่ายพันธมิตร ซึ่งรวมถึงภาคเอกชนเพื่อปรับปรุงการทำงานข่าวกรองให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

อิรักกับสหรัฐฯ บรรลุแผนการถอนกำลังทหารสหรัฐฯ และนานาชาติออกจากอิรัก ภายในสิ้นปี 2569

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 6 ก.ย.67 ว่า อิรักและสหรัฐฯ บรรลุแผนการถอนกองกำลังนานาชาติในอิรักที่มีสหรัฐฯ เป็นแกนนำ ซึ่งปัจจุบันมีทหารสหรัฐฯ จำนวน 2,500 นาย และพันธมิตรตะวันตกประเทศอื่น ๆ รวมถึงเยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน และอิตาลี จำนวนรวมกันหลายร้อยนาย ประจำการในฐานทัพหลายแห่งของอิรัก โดยทหารสหรัฐฯ และนานาชาติ จะถอนกำลังออกจากฐานทัพอากาศ Ain Al-Asad ใน จ.อัลอันบาร์ ทางตะวันตกของอิรัก และลดจำนวนกำลังพลประจำการในกรุงแบกแดด ภายใน ก.ย.68 แต่จะคงกำลังบางส่วนไว้ที่เมืองเออร์บิล ของรัฐบาลเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถาน (Kurdistan Regional Government-KRG) ทางภาคเหนือของอิรัก จนถึงช่วงปลายปี 2569 เพื่อสนับสนุนภารกิจต่อต้านกลุ่ม Islamic State (IS) ในซีเรีย ทั้งนี้ การถอนกองกำลังสหรัฐฯ และนานาชาติออกจากอิรักแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงท่าทีทางการทหารของสหรัฐฯ ต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากสหรัฐฯ มุ่งให้ความสำคัญกับการปราบปรามกลุ่ม IS ที่ขยายตัวในอิรักและซีเรีย ตั้งแต่ปี 2557…