สหรัฐฯ อาจถือครองหุ้นร้อยละ 10 ของบริษัท Intel

สนข. Bloomberg รายงานเมื่อ 18 ส.ค.68 ว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาการถือครองหุ้นประมาณร้อยละ 10 ของบริษัท Intel ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทผลิตชิปแห่งนี้  โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ผ่านรัฐบัญญัติ Chips and Science ปี ค.ศ.2022 รวมมูลค่า 10,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้ขยายการผลิตเชิงพาณิชย์และการทหาร ให้กลายเป็นตราสารทุนของรัฐบาลสหรัฐฯ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามแนวนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการดึงฐานการผลิตของบริษัทสัญชาติอเมริกันกลับเข้ามาในประเทศ

นรม.อินเดีย หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีรัสเซีย

นรม.นเรนทรา โมดิ ของอินเดีย หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เมื่อ 18 ส.ค.68 และขอบคุณที่ประธานาธิบดีปูตินแลกเปลี่ยนมุมมองในการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ – รัสเซีย ที่รัฐอะแลสกา สหรัฐฯ เมื่อ 15 ส.ค.68 โอกาสนี้ อินเดียย้ำจุดยืนการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ด้วยสันติวิธีผ่านช่องทางการทูตและการเจรจา โดยอินเดียพร้อมสนับสนุนทุกความพยายามผลักดันกระบวนการสันติภาพ นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองได้หารือประเด็นความร่วมมือทวิภาคีเพื่อส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เอกสิทธิ์พิเศษ (Special and Privileged Strategic Partnership) ระหว่างอินเดียกับรัสเซีย ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

จีนเตรียมนำยานใต้น้ำไร้คนขับขนาดใหญ่พิเศษมาแสดงในพิธีสวนสนาม

เว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์ NDTV ของอินเดีย รายงานเมื่อ 20 ส.ค.68 ว่า จีนเตรียมนำยานใต้น้ำไร้คนขับ มาแสดงในพิธีสวนสนามของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) ในโอกาสครบรอบ 80 ปีของความพ่ายแพ้ของญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง ใน 3 ก.ย.68 เพื่อแสดงถึงขีดความสามารถของจีนในการพัฒนายุทโธปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการมีกองเรือที่ทันสมัยและพลังอำนาจของจีนในภูมิภาคแปซิฟิก ตต. โดยภาพถ่ายช่วงการซ้อมสวนสนามบนสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นยานใต้น้ำไร้คนขับขนาดใหญ่พิเศษ อย่างน้อย 2 ชั้น ที่จะนำมาแสดงในงาน ด้านวารสาร Naval News ระบุว่า XLUUVs ปัจจุบันจีนมีโครงการสร้าง XLUUV ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีการทดสอบ XLUUVs อย่างน้อย 5 รุ่นในห้วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่จีนนำมาแสดงต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กำหนดเป้าหมายการพัฒนากองทัพจีนให้ทันสมัยภายในปี 2578

ไมเคิล บี.อัลฟาโร : จุดกระแสย้อนรอยการใช้ล็อบบี้ยิสต์ของกัมพูชา

ธุรกิจล็อบบี้ยิสต์เป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมายของสหรัฐฯ และประเทศต่าง ๆ นิยมใช้บริษัทล็อบบี้ เพื่อเข้าถึง และโน้มน้าวรัฐและฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ เช่น ใช้บริษัทล็อบบี้เพื่อให้รัฐบาลสหรัฐฯ ให้สิทธิทางภาษีแก่ประเทศของตน เช่นเดียวกับบริษัทล็อบบี้ของสหรัฐฯ ก็ต้องหาลูกค้าจากประเทศต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน บริษัทล็อบบี้ส่วนใหญ่อยู่ที่วอชิงตัน ดี.ซี. และเรียกย่านที่ตั้งบริษัทล็อบบี้ว่า K Street และบริษัทล็อบบี้ที่จะได้รับความนิยม ต้องมีทีมงานที่เคยเป็นคนวงในของรัฐบาล หรือในสภาผู้แทนฯ หรือวุฒิสภา เพื่อจะได้รู้เส้นทางการติดต่อกับฝ่ายบริหาร หรือฝ่ายนิติบัญญัติ นายไมเคิล บี.อัลฟาโร ก็เป็นล็อบบี้ยิสต์ ได้ก่อตั้งบริษัทชื่อ Capitol Hill & Friends ไม่ใช่ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตามที่มีการกล่าวอ้าง นายอัลฟาโร เปิดเผยวิดีโอตนเองทางออนไลน์เมื่อ 16 สิงหาคม 2568  สนับสนุนกัมพูชา และกล่าวหาไทยว่าบุกรุกดินแดนกัมพูชา จากกรณีขัดแย้งและปะทะทางทหารระหว่างกันเมื่อช่วงกรกฎาคม 2568 ส่วนการถ่ายรูปกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็เป็นช่วงการระดมทุนหาเสียง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายไมเคิล บี.อัลฟาโร ไม่ใช่ล็อบบี้ยิสต์ที่กัมพูชาใช้บริการเป็นรายแรก กัมพูชาเคยใช้ล็อบบี้ยิสต์เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ที่คว่ำบาตรรัฐบาลกัมพูชาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย รวมทั้งมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพื่อดันตัวเองให้อยู่ในสายตาสหรัฐฯ และมีบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ หลังกัมพูชาเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี…

ความขัดแย้งไทย-กัมพูชากับสงครามเรื่องเล่า (Narrative Warfare)

สงครามดั้งเดิมมีสิ่งชี้ขาดชัยชนะ คือ อาวุธ หรือความสามารถทางการทูต แต่ความเป็นจริงที่เริ่มชัดเจนมากขึ้นทุกวัน ก็คือในยุคสมัยของสงครามลูกผสม (Hybrid Warfare) ที่ทั้งการใช้อาวุธที่เป็นสงครามแบบดั้งเดิม ควบคู่ไปกับสงครามรูปแบบใหม่ เช่น สงครามไซเบอร์ และสงครามข้อมูลข่าวสาร เป็นต้น  นอกจากนี้ มีแนวรบอีกด้านที่กำลังโดดเด่น คือ แนวรบของเรื่องเล่า ซึ่งเป็นแนวรบที่ฝ่ายตรงข้ามมุ่งหมายใช้เป็นอาวุธหลักเพื่อให้ได้เปรียบอีกฝ่ายหนึ่ง โดยไม่ต้องใช้กำลัง ในสงครามไทย-กัมพูชาในปี 2568 ครั้งนี้ แตกต่างเมื่อปี 2554 เพราะครั้งนี้ นอกจากแนวรบดั้งเดิมที่ตัดสินกันด้วยอาวุธ ยังมีอีกแนวรบหนึ่งที่กำลังถูกพูดถึงมาก และเป็นห่วงกันมากว่าไทยดูจะเสียเชิงฝ่ายตรงข้าม และถูกวิจารณ์ว่าเป็นฝ่ายเดินตามหลังคู่ขัดแย้ง นั่นคือ “สงครามเรื่องเล่า” หรือ Narrative Warfare ซึ่งเป็นแนวรบสำคัญที่ไทยยังตั้งรับยังไม่ทัน ได้แต่เพียงตามแก้ในสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามเปิดเกมรุก สงครามเรื่องเล่า เป็นแนวคิดทางการทหารและการทูตที่ได้รับการพูดถึงจริงจังในแวดวงความมั่นคงศึกษาทั่วโลกมานาน แต่ดูจะยังเป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทยที่กำลังรอผลของการนำมาใช้ เฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดชายแดนใต้ แนวรบสงครามเรื่องเล่าคือ การประกอบสร้าง ปรับแต่ง และเผยแพร่เรื่องเล่า (narrative) อย่างมียุทธศาสตร์ เพื่อชี้นำการรับรู้ของผู้คนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีเป้าหมายเพื่อควบคุมความหมายของเหตุการณ์ หรือกำหนดทิศทางการรับรู้ของสาธารณชน พูดอีกอย่างคือ สมรภูมินี้ คือการต่อสู้เพื่อช่วงชิงอำนาจในการให้ความหมาย เป็นการต่อสู้เพื่ออำนาจในการเป็นผู้กำหนดว่าอะไรคือ “ความจริง”…

เมียนมาสั่งปิดด่านชายแดนเมียวดี-แม่สอด บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา

สำนักงานศุลกากร จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ปิดทำการด่านชายแดนเมียวดี-แม่สอด บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สอด จ.ตาก ชั่วคราว เมื่อ 18 ส.ค.68 พร้อมระบุว่า ฝ่ายเมียนมาทำโดยไม่มีการแจ้งฝ่ายไทยล่วงหน้า  แม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นช่องทางการค้าหลักและเส้นทางขนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ผ่านยานพาหนะขนาดใหญ่ ส่งผลให้ภาคธุรกิจตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา เผชิญวิกฤตหนัก จากการไหลเวียนของสินค้าที่หยุดชะงัก และส่งผลกระทบต่อมูลค่าการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ประมาณ 130,000 ล้านบาท ทั้งนี้ สื่อมวลชนระบุว่าคำสั่งดังกล่าวมาจากรัฐบาลกลางเมียนมาโดยตรง และเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย โดยรัฐบาลเมียนมาต้องการจัดระเบียบการนำเข้าสินค้าจาก อ.แม่สอด ไปที่ จ.เมียวดี

ญี่ปุ่นเฝ้าระวังการก่อการร้ายในห้วงการประชุม TICAD 9

สนข. NHK รายงานเมื่อ 18 ส.ค.68 ว่า ตร. และหน่วยยามฝั่งญี่ปุ่น (Japan Coast Guard-JCG) ยกระดับมาตรการ รปภ. ในพื้นที่ย่าน Minato Mirai ใน อ.โยโกฮามะ จ.คานากาวะ ซึ่งเป็นพื้นที่จัดการประชุม Ninth Tokyo International Conference on African Development (TICAD 9) ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่าง 20-22 ส.ค.68 โดย มีการดำน้ำสำรวจบริเวณรอบสถานที่จัดการประชุม เพื่อตรวจหาวัตถุต้องสงสัย รวมทั้งใช้สุนัขดมกลิ่นตรวจหาวัตถุระเบิด นอกจากนี้ จนท.ตร. ขอความร่วมมือผู้ที่จะเดินทางไปย่าน Minato Mirai ในห้วงการประชุมดังกล่าว ใช้บริการขนส่งสาธารณะ เนื่องจากจะมีการออกข้อจำกัดด้านการจราจร

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หารือกับผู้นำจากยุโรปประเด็นสงครามรัสเซีย – ยูเครน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่าน Truth social เมื่อ 19 ส.ค.68 ว่า ได้หารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน  ก่อนการต้อนรับและหารือร่วมกับกลุ่มผู้นำจากยุโรป ได้แก่ ผู้นำเยอรมนี  ฝรั่งเศส ฟินแลนด์  สหราชอาณาจักร  และอิตาลี รวมทั้งเลขาธิการเนโต และประธานคณะกรรมาธิการยุโรป โดยได้หารือเกี่ยวกับการรับประกันความมั่นคงสำหรับยูเครน ซึ่งจะจัดทำโดยประเทศในยุโรป ร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อสร้างสันติภาพสำหรับรัสเซียและยูเครน ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการหารือ ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้โทรศัพท์หารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย เพื่อเตรียมการจัดประชุมผู้นำไตรภาคีระหว่างสหรัฐฯ  กับรัสเซียและยูเครน

ญี่ปุ่นไม่เห็นด้วยที่รัสเซียได้ประโยชน์ฝ่ายเดียวจากการยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ถ้อยแถลงของนายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น เมื่อ 17 ส.ค.68 ในการประชุมผู้นำประเทศสมาชิกกลุ่ม Coalition of the Willing ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบการประชุมเสมือนจริง (Virtual meeting) โดยมีสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี เป็นประธาน นายอิชิบะระบุว่า ยินดีต่อการที่นายโดนัลด์ ทรัมป์  พยายามผลักดันให้สงครามรัสเซีย-ยูเครนยุติลงผ่านช่องทางทางการทูต แต่ไม่เห็นด้วยต่อการจัดทำข้อตกลงที่จะทำให้รัสเซียได้ประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว พร้อมย้ำว่าญี่ปุ่นจะร่วมมือกับนานาประเทศเพื่อป้องกันไม่ให้ระเบียบระหว่างประเทศทั่วโลก รวมถึงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ถูกบั่นทอน

จีนบริจาคอุปกรณ์แก่วัดและโรงเรียนสอนภาษาจีนใน จ.ท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 17 ส.ค.68 ว่า นางหม่า เจีย ออท.จีนประจำเมียนมา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม จ.ท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน เมื่อ 15 ส.ค.68 และได้บริจาคอุปกรณ์การศึกษาในนาม สอท.จีน ประจำเมียนมา แก่โรงเรียนสอนภาษาจีน ใน จ.ท่าขี้เหล็ก ได้แก่ คอมพิวเตอร์ จำนวน 20 เครื่อง กระเป๋าสะพายหลัง จำนวน 300 ชิ้น กระเป๋าใส่เอกสาร จำนวน 200 ชิ้น พร้อมเลี้ยงอาหารกลางวันแก่คณะจารย์ นักเรียน และผู้นำชุมชน และบริจาคเงินสดแก่วัด Tahua Chinese Temple ซึ่งเป็นวัดจีนใน จ.ท่าขี้เหล็ก ด้วย