ประเทศในเอเชีย ตอ.ต.ใช้  UNGA แสดงจุดยืนของประเทศ

องค์การสหประชาชาติเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการอภิปรายทั่วไปในห้วงการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (UNGA) ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ระหว่าง 22 – 28 กันยายน 2569 โดยมีผู้นำประเทศและผู้แทนระดับสูงจากกว่า 130 ประเทศเข้าร่วม ขณะที่วาระสำคัญจะครอบคลุมหลาย ๆ ด้าน เช่น สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง  การขาดแคลนพลังงาน สงครามรัสเซีย-ยูเครน  การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การแก้ไขปัญหาปาเลสไตน์ตามแนวทางแบบสองรัฐ (two-state solution) และการรับมือจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี AI ในการประชุม UNGA ครั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะอภิปรายต่อที่ประชุมในประเด็น 1) สหรัฐฯ มีบทบาทนำในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทั่วโลก 2) การเรียกร้องให้นานาชาติเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน และ 3) แนวทางแก้ไขปัญหาที่ไม่สามารถขนส่งสินค้าทางทะเลผ่านช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับ-เอลมันเดบ นอกจากนี้ ยังมีผู้นำในหลายประเทศอภิปรายต่อที่ประชุมด้วย สำหรับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกฉียงใต้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสิงคโปร์ก็จะอภิปรายต่อที่ประชุมด้วย โดยคาดว่าจะคงให้ความสำคัญกับกรอบความร่วมมือพหุภาคี และกฎระเบียบระหว่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งในกรอบสหประชาชาติ เป็นแนวทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้โลกเกิดสันติภาพ และความรุ่งเรืองอย่างเป็นธรรม รวมทั้งจะมุ่งผลักดันบทบาทขององค์กรอาเซียน โดยเฉพาะความร่วมมือกับคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ…

สหรัฐฯ เตือนภัยในการเดินทางไปกัมพูชา

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เตือนชาวอเมริกันว่าอาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในกัมพูชา โดยให้ระมัดระวังภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และติดตามคำแนะนำจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เช่น ห้ามเดินทางไปยังชายแดนกัมพูชาที่ติดไทยอย่างเด็ดขาด หรือห้ามการกระทำการผิดกฎหมายเรื่องยาเสพติด เพราะมีบทลงโทษรุนแรงมาก และอาจถูกจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่ได้รับการลดหย่อน ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ประเมินสถานการณ์ด้านความปลอดภัยให้กับชาวอเมริกันเป็นระยะ ๆ เพื่อให้ชาวอเมริกันใช้เป็นข้อมูลประกอบในการตัดสินใจเดินทางไปกัมพูชา หรือปฏิบัติตัวขณะอยู่ในกัมพูชา ล่าสุด เมื่อ 15 กันยายน 2569 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้จัดระดับคำเตือนการแนะนำชาวอเมริกันในการเดินทางไปยังกัมพูชาให้อยู่ในระดับ 2  (Exercise Increased Caution) จากทั้งหมด 4 ระดับ ซึ่งระดับ 4 (Do Not Travel) เป็นระดับรุนแรงที่สุด สาเหตุที่จัดให้อยู่ระดับ 2 เนื่องจากชาวอเมริกันที่เดินทางไปกัมพูชาอาจเผชิญกับทั้งอาชญากรรม การก่อความไม่สงบ และทุ่นระเบิดในพื้นที่ ซึ่งทำให้ชาวอเมริกันต้องเพิ่มความระมัดระวังด้านความปลอดภัย  เฉพาะอย่างยิ่งในราชธานีพนมเปญให้เพิ่มความระมัดระวังด้านอาชญากรรม เช่น การถูกขโมยโทรศัพท์ และถูกกระชากกระเป๋า นอกจากนี้ ในต่างจังหวัดที่ติดชายแดนไทยก็ให้ชาวอเมริกันระมัดระวังทุ่นระเบิดที่อาจเกิดระเบิดได้ เฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดพระตะบอง จังหวัดบันเตียเมียนเจย จังหวัดโพธิสัต จังหวัดเสียมราฐ จังหวัดไพลิน จังหวัดพระวิหาร และจังหวัดกำปงธม…

MOU การนำเข้าแรงงานจากศรีลังกาครอบคลุมหลายด้าน

  ปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวในไทย ทำให้ไทยต้องพยายามหาหลาย ๆ แนวทาง เพื่อไม่ให้ระบบเศรษฐกิจหยุดชะงัก และส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการทั้งรายย่อย และรายใหญ่ เช่น เมื่อกลาง กรกฎาคม 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้แก่คนต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนามจนถึง ธันวาคม 2570 จากที่ไม่สามารถดำเนินการตามระเบียบการอยู่ในราชอาณาจักรได้ทัน ทั้งนี้ ตัวเลขเมื่อ กรกฎาคม 2569 คนต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมายได้รับอนุญาตทำงานเป็นกรณีพิเศษมีประมาณ 720,000 คน ส่วนใหญ่เป็นเมียนมา รองลงไปคือ เวียดนาม และลาว อย่างไรก็ดี การที่ไทยยังต้องการแรงงานต่างด้าวเพิ่ม บางส่วนเพื่อชดเชยจากที่รัฐบาลไม่อนุญาตรับแรงงานกัมพูชา  แรงงานศรีลังกายังเป็นทางเลือก ซึ่งไทยและศรีลังกาได้มีการหารือกันเป็นระยะ จนมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 8 กันยายน 2569  เห็นชอบบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา (MOU) และบันทึกข้อตกลงระหว่างประเทศทั้ง 2  ด้านการจ้างแรงงานชาวศรีลังกาในประเทศไทย (Agreement) MOU นำเข้าแรงงานจากศรีลังกาดังกล่าวครอบคลุมหลายด้าน และจะทำให้มีการนำเข้าแรงงานจากศรีลังกาถูกต้องตามกฎหมายเบื้องต้น ประมาณ 10,000 คน เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงาน เช่น ภาคขนส่ง  ขณะเดียวกันก็ป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ การลักลอบเข้าเมือง…

มาเลเซียและปากีสถานกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมาย

ดาตุ๊ก ซรี ไซฟุดดิน นาซุตียน อิสมาอิล รมว.กระทรวงความมั่นคงภายในมาเลเซียเผยแพร่ข้อความ หลังเสร็จสิ้นการหารือกับนาย Mohsin Naqvi รมว.มท.ปากีสถาน ระหว่างเยือนปากีสถานห้วง 21-22 ส.ค.69 ว่า ได้หารือในหลายประเด็น อาทิ ความร่วมมือระหว่าง ตร. การแบ่งปันข้อมูลด้านข่าวกรอง การต่อต้านการก่อการร้าย การปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมข้ามพรมแดน ความมั่นคงทางไซเบอร์ การตรวจคนเข้าเมือง ปัญหาการค้ามนุษย์ และการบังคับใช้กฎหมายทางทะเล พร้อมกับขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมาย  จึงเห็นพ้องในหลักการจัดตั้งคณะทำงานระดับกระทรวง เพื่อประสานงานและติดตามผลอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ดาตุ๊ก ซรี ไซฟุดดิน ยังกล่าวชื่นชมปากีสถานในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกการเจรจาเพื่อแก้ไขข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา

กัมพูชาและสหรัฐฯ เพิ่มความเกี่ยวพันด้านความมั่นคงทางทะเล

กัมพูชาและสหรัฐฯ ใกล้ชิดด้านการทหารกันมากขึ้นในห้วง 2 ปีที่ผ่านมา และเห็นได้ชัดจากที่เรือรบของสหรัฐฯ ที่ชื่อยูเอสเอส ซินซินเนติ (USS Cincinnati) เข้าเทียบท่าที่ฐานทัพเรือเรียม จังหวัดพระสีหนุ เมื่อ 24 มกราคม 2569 และเมื่อปี 2567 ที่เรือรบยูเอสเอส ซาวันนาห์ (USS Savannah) เทียบท่าที่เมืองสีหนุวิลล์ ซึ่งเป็นการเข้าเทียบท่าครั้งแรกของสหรัฐฯ ในรอบ 8 ปี  กัมพูชาและสหรัฐฯ ยังจะกลับมาฝึกซ้อมร่วมทางทหารระหว่างกัน ภายใต้รหัสอังกอร์เซนติเนล (Angkor Sentinel) ในปี 2570 นอกจากนี้ เมื่อ 7 สิงหาคม 2569 การหารือระหว่างผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกัมพูชากับผู้บัญชาการกองเรือภาคพื้นแปซิฟิกสหรัฐฯ ที่ราชธานีพนมเปญ ทั้งสองฝ่ายตกลงจะเพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล การแลกเปลี่ยนการเยือน การแวะเทียบท่าเรือ การฝึกอบรมบุคลากร การต่อต้านการก่อการร้าย ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการค้นหาร่างทหารสหรัฐฯ ที่สูญหาย และความร่วมมือด้านการบรรเทาภัยพิบัติ ที่สำคัญคือจะรื้อฟื้นการฝึกร่วมทางทะเลระดับพหุภาคี ภายใต้ รหัส CARAT (Cooperation Afloat Readiness and Training) ในปี 2570…

รมว.กห.กัมพูชาตรวจเยี่ยมการฝึกลาดตระเวนของ ทร.กัมพูชา

พล.อ.เตีย เซยฮา รอง นรม. และ รมว.กห.กัมพูชา กับ สมเด็จฯ เตีย บัน องคมนตรีและอดีต รมว.กห.กัมพูชา ตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมบนเรือฟริเกต ชื่อ “เกาะกง แสนชัย (Koh Kong Senchey)” ระหว่างลาดตระเวนในน่านน้ำกัมพูชาเมื่อ 8 ส.ค.69 หลังจากจีนส่งมอบเรือลำดังกล่าวให้แก่ ทร.กัมพูชา เมื่อ เม.ย.69  ด้านโฆษก กห.จีน ชี้แจงว่า การจัดหาเรือรบให้แก่กัมพูชาไม่ได้มุ่งเป้าต่อฝ่ายที่สามหรือเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในภูมิภาค โอกาสนี้ กห.กัมพูชาปฏิเสธกรณีสื่อมวลชนไทยอ้างการหารือระหว่าง ผชท.ทหารจีน/กรุงเทพฯ กับ เจ้ากรมข่าวทหารบกของไทย ที่ระบุว่าจีนได้แจ้งต่อกองทัพกัมพูชาไม่ให้นำอาวุธจีนมาใช้บริเวณแนวพรมแดนไทย-กัมพูชานั้น ไม่เป็นความจริง ฝ่ายจีนเพียงย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมสันติภาพ การเจรจา และความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน

กัมพูชา-สหรัฐฯ จะฝึกร่วมทางทะเล CARAT ในปี 2570

การหารือระหว่าง พล.อ.วงษ์ ปิเซน ผบ.ทสส.กัมพูชากับ พล.ร.อ. Stephen T. Koehler ผบ.กองเรือภาคพื้นแปซิฟิกสหรัฐฯ ณ ราชธานีพนมเปญ เมื่อ 7 ส.ค.69 ทั้งสองฝ่ายชื่นชมความสัมพันธ์ของกองทัพที่ก้าวหน้า เฉพาะอย่างยิ่ง ทร.ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกัน การฝึกอบรมเพิ่มทักษะบุคลากร รวมถึงเตรียมการฝึกร่วมทางทะเล รหัส CARAT (Cooperation Afloat Readiness and Training)  ในปี 2570 โดย ผบ.ทสส.กัมพูชายินดีกับความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ การต่อต้านการก่อการร้าย ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการค้นหาร่างทหารสหรัฐฯ ที่สูญหาย โอกาสนี้ กัมพูชาย้ำความมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาเขตแดนอย่างสันติ สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเขตแดนโดยการใช้กำลัง ด้านสหรัฐฯ ชื่นชมความมุ่งมั่นของกัมพูชาที่ต้องการแก้ปัญหาอย่างสันติ และย้ำว่าสหรัฐฯ มีแผนส่งเสริมความร่วมมือทางทหารกับกัมพูชา ซึ่งรวมถึงการฝึกร่วม รหัส CARAT ความร่วมมือด้านการบรรเทาภัยพิบัติ และเชิญกัมพูชาเข้าร่วมการฝึกผสม SEACAT (Southeast Asia Cooperation and Training)

นักวิชาการกัมพูชาใช้ ISEAS ของสิงคโปร์เผยแพร่ข้อมูลที่เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายกัมพูชา

นาย Vannarith Chheang  นักวิชาการกัมพูชาใช้สถาบันเอเชียอาคเนย์ศึกษายูซุฟ อิสฮัค (ISEAS–Yusof Ishak Institute) ซึ่งเป็นสถาบันทางวิชาการชั้นนำของสิงคโปร์เผยแพร่ข้อมูลที่เอื้อประโยชน์ต่อกัมพูชา และขณะเดียวกันก็กล่าวโทษฝ่ายไทย ซึ่งการใช้ช่องทางวิชาการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว เป็นกลยุทธ์สำคัญของกัมพูชาอีกช่องทางหนึ่งที่ใช้นักวิชาการสร้างความน่าเชื่อถือของกัมพูชาต่อประชาคมระหว่างประเทศ ควบคู่ไปกับบั่นทอนไทยว่าไม่ร่วมมือในการแก้ไขปัญหา นาย Vannarith Chheang นักวิชาการอาวุโสชาวกัมพูชา ได้เขียนบทความเรื่อง Cambodia’s Three-Track Strategy for Peace with Thailand ลง ISEAS เมื่อ 29 กรกฎาคม 2569 เกี่ยวกับ ยุทธศาสตร์ที่กัมพูชานำไปใช้ในการจัดการกับปัญหาข้อพิพาทด้านพรมแดนกับไทย ซึ่งมีรากฐานมาจากสนธิสัญญายุคอาณานิคม ปัญหาการปักปันเขตแดน ข้อพิพาทเรื่องปราสาท และกระแสชาตินิยม จนนำไปสู่การปะทะกันด้วยอาวุธในปี 2568 ซึ่งส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างหนักต่อทั้งสองฝ่าย ยุทธศาสตร์ 3 แนวทาง (Three-Track Strategy) ที่นาย Vannarith Chheang ระบุว่ากัมพูชาใช้ในการจัดการกับปัญหาข้อพิพาทด้านพรมแดนที่ซับซ้อนกับไทย เป็นการดำเนินการที่พยายามสะท้อนภาพเชิงบวกของกัมพูชา ขณะเดียวกันก็กล่าวโทษฝ่ายไทย ได้แก่ 1) กลไกทวิภาคี (Bilateral…

มาเลเซียกระชับความสัมพันธ์กับกัมพูชา

มาเลเซียเป็นเจ้าภาพต้อนรับการเยือนของนายปร๊ะ สุคน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ระหว่าง 3-4 สิงหาคม 2569  ซึ่งมีการประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยความร่วมมือมาเลเซีย-กัมพูชา (Cambodia-Malaysia Joint Commission for Bilateral Cooperation -JCBC) ครั้งที่ 3 ทั้งนี้ ในปี 2570 ทั้งสองประเทศจะครบรอบ 70 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันด้วย มาเลเซียและกัมพูชามีความใกล้ชิดกันอย่างมาก และเมื่อปี 2568 ในโอกาสที่มาเลเซียเป็นประธานอาเซียนก็ได้ผลักดันบทบาทของตนเองในการเป็นตัวกลางให้ไทย-กัมพูชามีการลงนามร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การทำข้อตกลงหยุดยิง โดยในครั้งนั้นมีประธานาธิบดีนัลด์ ทรัมป์ร่วมอยู่ด้วย สำหรับการประชุม  JCBC ครั้งที่ 3 เป็นการตอกย้ำความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ของทั้งมาเลเซียและกัมพูชา เช่น การค้า การลงทุน เศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)   ความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการต่อต้านอาชญากรรมชาติ ขณะที่ในฐานะสมาชิกอาเซียน ทั้งสองประเทศยังให้คำมั่นในการรักษาสันติภาพ ความเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียน เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนในปี  2583 ทั้งนี้ มาเลเซียและกัมพูชายังเพิ่มความใกล้ชิดกันหลาย ๆ ด้าน  เช่น…

EP : 2/2 กลไก UNCLOS เกมการประนอม (ภาคบังคับ) ทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา (ต่อ)

  หลังจาก EP : 1/2  ได้นำเสนอเกี่ยวกับ UNCLOS คืออะไร และ กระบวนการ”ประนอมภาคบังคับ” เป็นอย่างไร แตกต่างจากการขึ้นศาลอย่างไรแล้ว EP : 2/2 จะเกี่ยวกับสิ่งที่เข้าใกล้ตัวคนไทยอย่างมาก คือ 1) ทำไมไทยและกัมพูชาถึงเข้าสู่กระบวนการนี้ และ 2) สถานะล่าสุดของกระบวนการประนอมภาคบังคับตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว ทำไมไทยและกัมพูชาถึงเข้าสู่กระบวนการนี้…… ? ก่อนหน้านี้ ไทยกับกัมพูชากลไกที่เรียกว่า MOU 44 เป็นกรอบสำหรับเจรจาเรื่องพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนในไหล่ทวีปในพื้นที่อ่าวไทยกว่ายี่สิบห้าปี แต่ความคืบหน้ามีน้อยมาก ทำให้เมื่อต้น พฤษภาคม 2569 คณะรัฐมนตรีของไทยจึงมีมติยกเลิก MOU44 ฉบับนี้ โดยให้เหตุผลว่าต้องการ “รีเซ็ต” กรอบการเจรจาใหม่ ต่อมา นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา เห็นว่าเมื่อไทยยกเลิก MOU44 ไปฝ่ายเดียว ก็เท่ากับการเจรจาทวิภาคีมาถึงทางตันแล้ว ! ดังนั้น เมื่อ 2 มิถุนายน 2569 กัมพูชาจึงประกาศแจ้งเริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS…