กัมพูชาประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย

  สนข.Fresh News และ สนข.AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 24 ก.ค.68 ว่า รัฐบาลกัมพูชาตัดสินใจระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยเหลือระดับต่ำสุด (อุปทูตรักษาการ) เพื่อตอบโต้กรณีไทยลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชา รวมถึงการเรียกตัว ออท.ไทย/กัมพูชา กลับประเทศ และขับ ออท.กัมพูชา/ไทย  โดยกัมพูชาสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทางการทูตทั้งหมดใน สอท.กัมพูชา/ไทย เดินทางกลับกัมพูชา และให้ สอท.ไทย/กัมพูชา ดำเนินการเช่นเดียวกัน    

รมช.กต.ญี่ปุ่น พบหารือกับ รมว.กต.ไทย

กต.ญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 24 ก.ค.68 ว่า นายมิยาจิ ทากูมะ รมช.กต.ญี่ปุ่น พบหารือกับนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.กต.ไทย ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ โดยนายมิยาจิระบุว่าญี่ปุ่นประสงค์กระชับความร่วมมือกับไทยภายใต้ความสัมพันธ์ระดับหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) เนื่องในโอกาสครบรอบ 140 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศในปี 2570 เฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนในห้วงที่ประชาคมระหว่างประเทศเผชิญวิกฤตรอบด้าน นายมิยาจิแสดงความเสียใจต่อผลกระทบและความเสียหายในไทยจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาเมื่อ มี.ค.68  และพร้อมใช้ประสบการณ์และกรณีศึกษาของประเทศ เพื่อสนับสนุนประชาคมระหว่างประเทศด้านการบรรเทาสาธารณภัย ส่วนนายมาริษระบุว่าไทยประสงค์กระชับความร่วมมือกับญี่ปุ่นเช่นกัน พร้อมขอบคุณญี่ปุ่นที่ช่วยเหลือด้านการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย และย้ำว่าทั้งสองประเทศให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals-SDGs) โดยความเชี่ยวชาญด้านการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยของญี่ปุ่นเป็นปัจจัยส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

จีน-เวียดนามจัดฝึกร่วมทางทหารครั้งแรกที่เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 23 ก.ค.68 ว่า การฝึกร่วมทางทหารระหว่างจีน-เวียดนามครั้งแรกจัดขึ้นที่เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง มุ่งเน้น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การลาดตระเวนร่วม การโจมตีร่วม การกู้ภัยร่วม และการสนับสนุนร่วม ครอบคลุม 8 หลักสูตรย่อย อาทิ การลาดตระเวนแบบพรางตัว การลาดตระเวนด้วยโดรน และการยิงด้วยกระสุนจริง มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ลาดตระเวนชายแดน ตลอดจนกระชับความร่วมมือเชิงปฏิบัติระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการทหารจีนระบุว่า การฝึกร่วมดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างกองทัพจีนกับเวียดนามกำลังขยายตัวต่อเนื่อง

สหรัฐฯ อาจต้องหาบริษัทแทน SpaceX ในการดำเนินการระบบ Golden Dome for America

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 23 ก.ค.68 ว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาบริษัทแทน  SpaceX เพื่อพัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธ Golden Dome for America  เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับนาย Elon Musk  บริษัทที่มีศักยภาพและสหรัฐฯ กำลังพิจารณา ได้แก่ บริษัทอวกาศ Project Kuiper ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท Amazon  รวมถึงบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ที่มีศักยภาพในการวิจัย และปล่อยอุปกรณ์ หรือวัตถุไปยังอวกาศ อาทิ บริษัท Northrop Grumman , Lockheed Martin , L3Harris ,  Palantir และ Anduril ทั้งนี้ บริษัท SpaceX เป็นบริษัทเอกชนด้านอวกาศที่มีอิทธิพลเป็นอย่างมาก เพราะได้สัญญาโครงการของกองทัพ และเครือข่ายการสื่อสารสำคัญของสหรัฐฯ หลายโครงการ อาทิ  โครงการเครือข่ายดาวเทียม Starlink และ Starshield

พ.อ.หม่องชิตตู่แยกตัวจากกองทัพเมียนมาและจัดตั้งกองทัพแห่งชนชาติกะเหรี่ยง (KNA) ใน จ.เมียวดี

สนข. DVB News รายงานเมื่อ 24 ก.ค.68 ว่า พ.อ.หม่องชิตตู่ อดีตผู้นำกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่เคลื่อนไหวหลักใน จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง (ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก) ประกาศในการประชุมกับผู้แทนนักการเมือง ผู้นำชุมชน และเครือข่ายพระสงฆ์ ที่หมู่บ้านมไยง์จีงู เมืองไลง์บเว รัฐกะเหรี่ยง เมื่อ 20 ก.ค.68 ว่า กองกำลัง BGF/KNA ได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการแก่รัฐบาลเมียนมา เกี่ยวกับแผนปฏิรูปกองกำลังและจัดตั้งเป็นกองทัพแห่งชนชาติกะเหรี่ยง (KNA) แทน BGF เดิม พร้อมจะแยกตัวเป็นอิสระจากกองทัพเมียนมา หลังจาก พ.อ.หม่องชิตตู่ เปลี่ยนไปใช้ชื่อ KNA ตั้งแต่เหตุสู้รบรุนแรงใน จ.เมียวดี ช่วง ม.ค.67 แต่ยังคงสนับสนุนกองทัพเมียนมาในการควบคุมความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนติดกับไทย

นรม.มาเลเซียประกาศมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ประกาศเมื่อ 23 ก.ค.68 มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพและแสดงความขอบคุณชาวมาเลเซียที่สนับสนุนรัฐบาลในการฟื้นฟูและปฏิรูปประเทศ โดยมีมาตรการสำคัญ ได้แก่ 1) มาตรการแจกเงินช่วยเหลือครั้งเดียวแก่ชาวมาเลเซียที่อายุ 18 ปีขึ้นไป รายละ 100 ริงกิต (ประมาณ 760 บาท) ระหว่าง 31 ส.ค.-31 ธ.ค.68 ผ่านบัตร MyKad ซึ่งมีประชาชนเข้าเกณฑ์ 22 ล้านราย เป็นเงินรวม 2,000 ล้านริงกิต  2) วันหยุดราชการเพิ่มเติมใน 15 ก.ย.68 เนื่องในวันชาติมาเลเซีย 3) เพิ่มงบประมาณโครงการ Rahmah จาก 300 ล้านริงกิต เป็น 600 ล้านริงกิต 4) เพิ่มงบประมาณสำหรับเงินช่วยเหลือปี 2568 จาก 13,000 ล้านริงกิต เป็น 15,000 ล้านริงกิต และจะเปิดตัวโครงการช่วยเหลือผู้ยากไร้ใน…

เศรษฐกิจอาเซียน+3 จะชะลอตัวจากมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ

เว็บไซต์สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของอาเซียน+3 (ASEAN+3 Macroeconomic Research Office-AMRO) เผยแพร่รายงานประเมินเศรษฐกิจประจำไตรมาส 2/2568 เมื่อ 23 ก.ค.68 ว่า เศรษฐกิจของอาเซียน+3 (จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้) จะขยายตัวร้อยละ 3.8 ในปี 2568 และร้อยละ 3.6 ในปี 2569 ปรับลดจากการคาดการณ์ประจำไตรมาส 1/2567 เมื่อ เม.ย.68 ที่ร้อยละ 4.2 และ 4.1 ตามลำดับ เนื่องจากมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อการค้าโลก อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อในภูมิภาคจะยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำที่ประมาณร้อยละ 1 ในปี 2568 และ 2569 ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกที่ชะลอตัวลงและแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่ลดลง

รัสเซียย้ำข้อจำกัดของยูเครนจากกฎหมายห้ามการเจรจากับประธานาธิบดีปูติน

โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย เมื่อ 22 ก.ค.68 ระบุถึงกฎหมายของยูเครนที่กำหนดไม่ให้มีการเจรจากับประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียซึ่งยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ และอาจทำให้การเจรจารัสเซีย-ยูเครน รอบที่ 3 ซับซ้อนมากขึ้น โดยรัสเซียต้องการหารือเกี่ยวกับเงื่อนไขสันติภาพของรัสเซียต่อยูเครน ที่ยื่นเสนอในการเจรจาโดยตรงรอบที่ 2 เมื่อ 2 มิ.ย.68 ก่อนจะพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดประชุมระดับผู้นำต่อไป ทั้งนี้ ยูเครนเสนอรัสเซียเมื่อ 19 ก.ค.68 ให้จัดเจรจาโดยตรงรัสเซีย-ยูเครนรอบที่ 3 ในระดับผู้นำ อย่างไรก็ดี การเจรจาโดยตรงอาจประสบอุปสรรคจากการที่ยูเครนออกกฤษฎีกาที่กำหนดไม่ให้มีการเจรจาระหว่างผู้นำยูเครนกับประธานาธิบดีปูติน หลังความล้มเหลวในการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครน ที่นครอิสตันบูล ตุรกี เมื่อ 29 มี.ค.65

MSS เตือนเรื่องหน่วยข่าวกรองต่างชาติรวบรวมข้อมูลทางทะเลในน่านน้ำจีนเพิ่มขึ้น

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 23 ก.ค.68 ว่า กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของจีน (Ministry of State Security-MSS) แจ้งเตือนเกี่ยวกับภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ จากกรณีที่หน่วยข่าวกรองต่างประเทศขยายขอบเขตการทำงานมายังอาณาเขตทางทะเลของจีนมากขึ้น โดยใช้วิธีการหลากหลายเพื่อยกระดับการเฝ้าติดตามและการสอดแนมในน่านน้ำจีน รวมถึงเกี่ยวข้องกับการรวบรวมข่าวกรองและการจารกรรมทางเทคโนโลยี โดยใช้กลยุทธ์การติดตั้งอุปกรณ์ทางเทคนิคเพื่อเก็บข้อมูลอุทกวิทยา และใช้วิธีทางลับเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของเรือจีนในพื้นที่ อีกทั้งอาจฝังอุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่าย (gateways) หรือ Backdoors ในเซนเซอร์ตรวจวัดทางทะเลและอุปกรณ์ปฏิบัติการของจีน ซึ่งเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานด้านสารสนเทศทางทะเลของจีน 

ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ เห็นพ้องข้อตกลงการค้าครั้งใหญ่

สนข.Nikkei รายงานเมื่อ 23 ก.ค.68 ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่ข้อความผ่าน Truth Social เมื่อ 22 ก.ค.68 (ตามเวลาสหรัฐฯ) ระบุว่า สหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงการค้าครั้งใหญ่กับญี่ปุ่น โดยสหรัฐฯ จะเก็บภาษีตอบโต้สินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นในอัตราร้อยละ 15 ขณะที่ญี่ปุ่นจะลงทุนในสหรัฐฯ มูลค่า 550,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 17.7 ล้านบาท) ซึ่งสหรัฐฯ จะได้รับผลกำไรร้อยละ 90 และสามารถสร้างงานหลายแสนตำแหน่ง อีกทั้งญี่ปุ่นจะเปิดตลาดให้กับสินค้าของสหรัฐฯ เช่น รถยนต์และรถบรรทุก ข้าวและผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ รวมถึงสินค้าอื่นๆ