จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการแทรกแซงกิจการภายในของฮ่องกง

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 1 เม.ย.68 อ้างแถลงการณ์ของสำนักงานกิจการต่างประเทศของจีนในฮ่องกง และ สอท.จีน/สหรัฐฯ แสดงความไม่พอใจและประณามกรณี กต.สหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เมื่อ 31 มี.ค.68 อ้าง Hong Kong Policy Act ด้วยการคว่ำบาตร จนท.รัฐ ของจีนและฮ่องกง รวม 6 ราย ในความผิดฐานบ่อนทำลายสิทธิและอำนาจปกครองตนเองของฮ่องกง  สอท.จีน/สหรัฐฯ เรียกร้องให้สหรัฐฯ เคารพข้อเท็จจริงว่าฮ่องกงกำลังเข้าสู่ขั้นตอนของการพัฒนาแล้วจากการคุ้มครองทางกฎหมายที่เข้มงวด เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการลงทุนและพัฒนาของจีน รวมทั้งเรียกร้องให้ยุติการแทรกแซงกิจการภายในของฮ่องกง และจีนจะกำหนดมาตรการเพื่อตอบโต้มาตรการของสหรัฐฯ

ปากีสถานขยายเวลาส่งตัวผู้อพยพชาวอัฟกันกลับประเทศถึงช่วงเทศกาล Eid al-Fitr

เว็บไซต์ สนข.The Khamaa Press ของอัฟกานิสถาน รายงานเมื่อ 1 เม.ย.68 ว่า ปากีสถานขยายกำหนดการส่งตัวผู้อพยพชาวอัฟกันกลับประเทศ จากเดิม 31 มี.ค.68 เป็นภายใน 10 เม.ย.68 เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาล Eid al-Fitr ซึ่งเป็นวันหยุดสำคัญทางศาสนา  เพื่อให้สามารถดำเนินการส่งตัวกลับได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ดี สถานการณ์โดยรวมของผู้อพยพชาวอัฟกันในปากีสถานยังคงตึงเครียดและไม่แน่นอน หลังจากตำรวจปากีสถานควบคุมตัวผู้ลี้ภัยและนักเคลื่อนไหวชาวอัฟกัน เมื่อ 30 มี.ค.68 ทั้งนี้ ปากีสถานยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการจัดการผู้อพยพชาวอัฟกันในช่วงขยายเวลาดังกล่าว ส่งผลให้เกิดข้อกังวลด้านความปลอดภัย

อิสราเอลยื่นข้อเสนอขยายเวลาหยุดยิงในกาซาเพื่อแลกกับการปล่อยตัวประกัน

สนข. Reuters และ นสพ. Jerusalem Post รายงานเมื่อ 31 มี.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของ จนท.อิสราเอลว่า อิสราเอลได้ยื่นข้อเสนอไปยังกลุ่มฮะมาสผ่านประเทศผู้ไกล่เกลี่ย (ข้อเสนอของอียิปต์ที่กำหนดให้กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันจำนวน 5 คน รวมถึงนาย Edan Alexander ตัวประกันที่ถือสัญชาติอิสราเอลและสหรัฐฯ เพื่อแลกกับการหยุดยิงในฉนวนกาซา) โดยอิสราเอลแก้ไขข้อเสนอดังกล่าวเป็นการขยายเวลาการหยุดยิงประมาณ 40-50 วัน เพื่อแลกกับการปล่อยตัวประกันที่ยังมีชีวิตอยู่ประมาณ 10 คน รวมถึงนาย Alexander ซึ่งเป็นจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของตัวประกันที่คาดว่ายังมีชีวิตอยู่ทั้งหมด 24 คน และการส่งคืนร่างตัวประกันจำนวนครึ่งหนึ่งของจำนวนตัวประกันที่คาดว่าเสียชีวิตแล้วทั้งหมด 35 คน นอกจากนี้ อิสราเอลยังเรียกร้องให้กลุ่มฮะมาสรายงานข้อมูลและสถานะของตัวประกันที่เหลืออยู่ รวมถึงจะมีการเจรจาเกี่ยวกับสถานการณ์หลังข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุดและเงื่อนไขในการยุติสงครามในห้วงการหยุดยิงครั้งใหม่นี้

มาตรการภาษีตอบโต้ที่สหรัฐฯ จะประกาศใช้ใน 2 เม.ย.68 จะครอบคลุมทุกประเทศ

สนข.รอยเตอร์ส รายงานอ้างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 30 มี.ค.68 ว่า มาตรการภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) ที่สหรัฐฯ จะประกาศบังคับใช้ใน 2 เม.ย.68 จะมีผลกับทุกประเทศ ไม่เฉพาะแค่ 10 -15 ประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐฯ  โดยเห็นว่ามาตรการภาษีเป็นวิธีปกป้องเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในตลาดการค้าโลก และเป็นการต่อรองเพื่อให้ได้เงื่อนไขที่ดีกว่า อย่างไรก็ดี สงครามการค้าที่เป็นผลจากการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ สร้างความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพการค้าโลกและสภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ

ยุโรปไม่ยกเลิกนโยบาย DEI ตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ

สนข.Politico EU รายงานเมื่อ 30 มี.ค.68 ว่า ภาครัฐและภาคเอกชนในยุโรปวิจารณ์ข้อเรียกร้องของ กต.สหรัฐฯ ที่ให้บริษัทต่าง ๆ ในฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และเบลเยียม ยกเลิกนโยบายความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (Diversity, Equity and Inclusion – DEI) พร้อมขู่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยฝรั่งเศสประณามการกระทำดังกล่าวว่า เป็นการแทรกแซงกิจการภายใน ขณะที่นาง Aurore Bergé รมว.กระทรวงความเท่าเทียมทางเพศของฝรั่งเศสยืนยันว่า ธุรกิจต่าง ๆ จะยังคงส่งเสริมความก้าวหน้าทางสังคมต่อไป เช่นเดียวกับนายแจน จัมบอน รอง นรม.เบลเยียมที่เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการไม่เลือกปฏิบัติของยุโรป ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องจากสหรัฐฯ รวมถึงนโยบายภาษีที่จะประกาศใน 2 เม.ย.68 ยังอาจทำให้ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกทวีความรุนแรงขึ้น

นรม.ญี่ปุ่น ให้การต้อนรับ รมว.กห.สหรัฐฯ

เว็บไซต์ สนง.นรม.ญี่ปุ่น รายงานเมื่อ 30 มี.ค.68 ว่า นายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น ให้การต้อนรับ นายปีเตอร์ เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ เมื่อวันเดียวกัน ที่กรุงโตเกียว ในโอกาสเยือนญี่ปุ่น  นรม.ญี่ปุ่นยินดีต่อการเยือนในครั้งนี้ และพร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อสร้างภูมิภาคอินโดแปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่รุนแรงขึ้น นอกจากนี้  ได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศระหว่างกัน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการยับยั้งและตอบโต้ อาทิ การยกระดับการบังคับบัญชาและการควบคุมของกองกำลังญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ การเสริมสร้างกองกำลังญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ในหมู่เกาะทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น การส่งเสริมความร่วมมือด้านอุปกรณ์และเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ และการเสริมสร้างเครือข่ายของประเทศที่มีแนวคิดเดียวกัน  

จีนสำรวจพบแหล่งน้ำมันสำรองและก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ในทะเลจีนใต้

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 31 มี.ค.68 อ้างประกาศของบริษัท China National Offshore Oil Corporation-CNOOC ในวันเดียวกันว่า สำรวจพบแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำรองขนาดใหญ่ที่แหล่งฮุ่ยโจว (Huizhou 19-6) ทาง ตอ.ของทะเลจีนใต้ ห่างจากมณฑลกวางตุ้งประมาณ 170 กม. ที่ระดับความลึกประมาณ 100 เมตร ซึ่งต้องใช้แท่นขุดเจาะน้ำมันแบบลึกพิเศษ ทั้งนี้ จากการสำรวจเบื้องต้นคาดว่ามีปริมาณน้ำมันดิบสำรองที่ยืนยันได้ในแหล่งดังกล่าวมากกว่า 100 ล้านตัน สามารถผลิตน้ำมันดิบได้ประมาณ 413 บาร์เรล และก๊าซธรรมชาติประมาณ 68,000 ลบ.ม.ต่อวัน

ไต้หวันเสนอความช่วยเหลือให้แก่ไทยและเมียนมาที่ประสบเหตุแผ่นดินไหว

กต.ไต้หวันออกแถลงการณ์เมื่อ 30 มี.ค.68 ว่า ไต้หวันพร้อมมอบความช่วยเหลือให้แก่ไทยและเมียนมาที่ประสบเหตุแผ่นดินไหวเมื่อ 28 มี.ค.68 โดยสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปในไทยและเมียนมาได้แจ้งให้รัฐบาลทั้งสองประเทศทราบถึงความพร้อมของไต้หวันที่จะส่งทีมและอุปกรณ์สำหรับการค้นหาและกู้ภัย ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปในเมียนมารายงานว่า พบหญิงชาวไต้หวันที่หายสาบสูญในสภาพที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ไต้หวันขอให้ไทยและเมียนมาให้ความชัดเจนของสถานการณ์ในพื้นที่ประสบภัยก่อนตอบรับความช่วยเหลือจากไต้หวัน เนื่องจากการเดินทางเข้าเมียนมายังคงยากลำบาก ทั้งนี้ กต. ไต้หวัน ได้แก้ไขปรับปรุงคำแนะนำการเดินทาง (Travel Advisory) เมื่อช่วงค่ำ 28 มี.ค.68 ขอให้ชาวไต้หวันหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังกรุงเนปยีดอ และเมืองมัณฑะเลย์ในเมียนมา

รอง นรม.และ รมว.กต.เมียนมา ร่วมการประชุมวาระพิเศษฉุกเฉินของ รมว.กต.อาเซียน จากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 31 มี.ค.68 ว่า อูตานซเว รอง นรม.และ รมว.กต.เมียนมา เข้าร่วมการประชุมวาระพิเศษฉุกเฉินของ รมว.กต.อาเซียน ต่อกรณีแผ่นดินไหวในเมียนมา ผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อ 30 มี.ค.68 และได้แสดงความขอบคุณต่อผู้ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือครั้งนี้ รวมทั้งได้ชี้แจงการดำเนินการของสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ในการบรรเทาทุกข์และฟื้นฟูผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหว และประกาศภาวะฉุกเฉินในประเทศทันทีในวันที่เกิดภัยพิบัติ เมื่อ 28 มี.ค.68 ปัจจุบัน SAC ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยจัดหาน้ำดื่ม อาหาร และที่พักชั่วคราวให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูกับระบบขนส่งและระบบไฟฟ้าให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า เมียนมายังต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเร่งด่วนในด้านการค้นหาผู้ประสบภัย การจัดที่พักพิงชั่วคราว การรักษา โดยพร้อมอำนวยความสะดวกในการขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังผู้ได้รับผลกระทบ

ผู้นำรัฐรอบอ่าวทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระทัยต่อเหตุแผ่นดินไหวในไทยและเมียนมา

สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานของซาอุดีอาระเบีย มกุฏราชกุมารมุฮัมมัด บิน ซัลมาน นรม.ซาอุดีอาระเบีย เชค มิชอัล อัลอะห์มัด อัลญาบิร อาลเศาะบาฮ์ เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต และเชค ตะมีม บิน ฮะมัด บิน เคาะลีฟะฮ์ อาลษานี เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ทรงมีพระราชสาส์นเมื่อ 29 มี.ค.68 แสดงความเสียพระทัยอย่างสุดซึ้ง ไปยังพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหว  รวมทั้งทรงแสดงความเสียพระทัยต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ตลอดจนทรงอวยพรให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหายเป็นปกติโดยเร็ว นอกจากนี้ เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ยังทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระทัยไปยัง พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) รักษาการประธานาธิบดี และ ผบ.ทสส.เมียนมาด้วย ขณะที่ กต.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และ กต.บาห์เรน ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อรัฐบาลและประชาชนไทยและเมียนมา ตลอดจนผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทั้งในไทยและเมียนมา พร้อมทั้งอวยพรให้ผู้บาดเจ็บหายเป็นปกติโดยเร็วเช่นกัน