การลงทุนของ The Trump Organization : Fast Track ให้เศรษฐกิจเวียดนาม

  The Trump Organization บริษัทของครอบครัวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังขยายโอกาสการลงทุนการพัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์ในเวียดนามทั้งตอนเหนือและตอนใต้ของประเทศ ซึ่งจะทำให้ภายใน 2-4 ปี เวียดนามตอนเหนือ และตอนใต้ของประเทศจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยจะเป็นประเทศที่ได้มาตรฐาน hi-end ในหลาย ๆ ด้าน เช่น สนามกอล์ฟ รีสอร์ท ที่พักอาศัย โรงแรม และ ร้านค้าระดับ luxury เป็นต้น การที่เวียดนามใช้ความร่วมมือจากต่างชาติ เช่น The Trump Organization เข้าไปลงทุนในประเทศจะทำให้ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติตามเข้ามาได้อีก จนเวียดนามเป็นประเทศมีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว หรืออาจกล่าวได้ว่า The Trump Organization  คือ Fast Track ที่ช่วยให้เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตอย่างรวดเร็ว …….. เวียดนามพัฒนาภาคอสังหาริมทรัพย์ทางตอนเหนือของประเทศด้วยการเห็นชอบให้ภาคเอกชน ได้แก่บริษัท Hung Yen Hospitality ซึ่งเป็นสาขาของบริษัท Kinh Bac City Development Holding Corporation  ทำข้อตกลงร่วมทุนกับ IDG…

สหราชอาณาจักรเจรจาลดภาษีสหรัฐฯ สำเร็จ จับตาสหรัฐฯ เจรจากับจีน ใน 15 พ.ค.68

  ผู้นำสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ เมื่อ 9 พฤษภาคม 2568 ประกาศว่าทำข้อตกลงร่วมกันเรื่องการค้า โดยเฉพาะประเด็นอัตราภาษีนำเข้า โดยสินค้าจากสหราชอาณาจักรจะเผชิญภาษีร้อยละ 10 ขณะที่อะลูมิเนียมและเหล็กบางประเภท ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกจากที่สำคัญของสหราชอาณาจักรไปสหรัฐฯ จะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าด้วย ข้อตกลงดังกล่าวเป็นความสำเร็จของสหราชอาณาจักรที่เจรจากับสหรัฐฯ ได้ และผ่อนคลายภาระของอุตสาหกรรมในสหราชอาณาจักรที่มีรายได้หลักจากการส่งออกไปยังสหรัฐฯ นายกรัฐมนตรี Keir Starmer ของสหราชอาณาจักรระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยปกป้องแรงงานและเศรษฐกิจของประเทศได้ และยืนยันว่าสหรัฐฯ ยังคงเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของสหราชอาณาจักรต่อไป ก่อนหน้านี้เมื่อ มกราคม 2568 สหรัฐฯ ประกาศจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหราชอาณาจักรร้อยละ 25 แม้ว่าผู้นำทั้ง 2 ประเทศจะกล่าวถึงข้อตกลงทางการค้า แต่ยังไม่มีการลงนามในข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าว แม้สหราชอาณาจักรจะได้รับการยกเว้นภาษีในสินค้าบางประเภทที่จะส่งออกไปสหรัฐฯ  โดยเฉพาะรถยนต์ เหล็กและอะลูมิเนียม แต่สหรัฐฯ จะได้โอกาสส่งออกผลผลิตทางการเกษตรและเนื้อวัวไปยังสหราชอาณาจักรมากขึ้น ขณะเดียวกัน นักการเมืองและพรรคฝ่ายค้านของสหราชอาณาจักรไม่มั่นใจว่าการทำข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้เสียเปรียบสหรัฐฯ ที่กดดันเรื่องมาตรฐานการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มากขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะผลผลิตทางการเกษตรและยารักษาโรค ประเด็นนี้ทำให้นักการเมืองบางส่วนมองว่าสหราชอาณาจักรยังไม่พ้นจากความเสี่ยง แม้จะได้ชื่อว่าเป็นประเทศแรก ๆ ที่เจรจาลดภาษีนำเข้ากับรัฐบาลสหรัฐฯ ได้สำเร็จก็ตาม แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ระบุว่าจะมีการลงนามในข้อตกลงที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เร็ว ๆ นี้…

ทิศทางการดำเนินนโยบายด้านข่าวกรองของรัฐบาลสหรัฐฯ

งานข่าวกรองเป็นงานที่สำคัญอย่างมากต่อภารกิจด้านความมั่นคง แต่ในการบริหารประเทศสมัยแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจกล่าวได้ว่า ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับงานข่าวกรองมากนัก จึงต้องจับตามองต่อไปว่าในสมัยรัฐบาลทรัมป์ 2.0 งานข่าวกรองจะมีบทบาท และทิศทางอย่างไรต่อภารกิจด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ที่ต้องการคุมทิศทางโลกมาทุกยุคทุกสมัย เริ่มรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ประธานาธิบดีทรัมป์มุ่งเน้นปฏิรูปการทำงานของหน่วยงานภายในประชาคมข่าวกรองสหรัฐฯ จากเดิมที่ในสมัยรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน เน้นใช้การทูตข่าวกรอง เป็นการทำงานเชิงรุกและแข็งกร้าวมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่ง สำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (Central Intelligence Agency-CIA)  เพื่อป้องปรามภัยคุกคามจากจีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ สงครามรัสเซีย-ยูเครน ความมั่นคงบริเวณชายแดน และพร้อมรับมือกับความเสี่ยงจากเทคโนโลยีอุบัติใหม่ เป็นต้น การเปลีี่ยนแปลงนโยบายสำคัญ ๆ ที่รัฐบาลทรัมป์ 2.0 จะดำเนินการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายข้างต้น เช่น การปรับขนาดและโครงสร้างองค์กร เช่น การควบรวมสำนักต่าง ๆ ที่มีภารกิจคล้ายกันและกำหนดภารกิจให้ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี ที่มีถึง 5 สำนัก การเสนอเงินชดเชยให้ จนท.ลาออกก่อนอายุครบเกษียณ รวมทั้งชักชวน และคัดเลือกบุคลากรรุ่นใหม่ที่สามารถทำงานได้หลากหลายและรอบด้าน ทั้งปฏิบัติการและวิเคราะห์ข่าวกรอง การเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงาน ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติการลับอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะต่อจีน รวมทั้งเป้าหมายใหม่ตามข้อสั่งการของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากทั่วโลก…