ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้อำนาจสั่งการเนรเทศชาวต่างชาติออกนอกสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 15 มีนาคม 2568 ใช้อำนาจสั่งการให้เนรเทศบุคคลสัญชาติอื่นที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรในเวเนซุเอลา หรือ แก๊งค์  Tren de Aragua โดยใช้อำนาจตามรัฐบัญญัติ  Alien Enemies Act of 1798 ที่อนุญาตให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เนรเทศชาวต่างชาติจากประเทศศัตรูออกจากมาตุภูมิ เพื่อเร่งกระบวนการเนรเทศหรือส่งกลับชาวต่างชาติที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงสหรัฐฯ ในช่วงที่เผชิญภาวะสงคราม หรือเมื่อพิจารณาแล้วว่าสหรัฐฯ กำลังถูกแทรกแซงจากชาวต่างชาติ

นโยบายเศรษฐกิจทรัมป์ 2.0 ทำตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปั่นป่วน

การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ในสหรัฐฯ ผันผวนและปั่นป่วนรุนแรงเมื่อ 10 มี.ค.68 รวมทั้งส่งผลไปยังตลาดต่างประเทศ เนื่องจากวิตกเพิ่มขึ้นกับทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  เฉพาะอย่างยิ่งนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และการระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน รวมทั้งยังมีวิตกกับทิศทางเศรษฐกิจอย่างมากที่ความเสี่ยงเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย (recession) หรือภาวะที่ GDP ลดลงติดต่อกันสองไตรมาส  โดยดัชนีหุ้นดาวโจนส์ปิดตลาดลดลงร้อยละ 0.96  จุด ดัชนี S&P 500 ลดลงร้อยละ 1.4  และดัชนี Nasdaq Composite ลดลง ร้อยละ 1.95  

ผู้นำสหรัฐฯ สนับสนุนสกุลเงินคริปโตและได้ตั้งสกุลเงินดิจิทัลของตนเองและภริยา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เสนอแนวทางสร้างเงินทุนสำรองของประเทศ ด้วยการสนับสนุนสกุลเงินคริปโต หรือ cryptocurrency เพื่อให้สหรัฐฯ เป็นศูนย์กลางสกุลเงินดิจิทัลของโลก หรือ “the Crypto Capital of the World” โดยเมื่อ 2 มี.ค.68 ประธานาธิบดีทรัมป์เพื่อประกาศให้ 5 สกุลเงินคริปโต ได้แก่ Bitcoin, Ethereum, XRP, Solana และ Cardano เป็นกองทุนในคลังสำรองเงินดิจิทัลเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ (Crypto Strategic Reserve) ท่าทีดังกล่าวทำให้ค่าเงินดิจิทัลปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยราคา XRP เพิ่มขึ้น 33% Solana เพิ่มขึ้น 25% และ Cardano เพิ่มขึ้น 60% ส่วน Bitcoin เพิ่มขึ้น 11% นอกจากนี้ ตลาดสกุลเงินดิจิทัลโดยรวมพุ่งขึ้นประมาณ 10% หรือมากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การหารือระหว่างผู้นำสหรัฐฯ กับผู้นำยูเครนไม่ราบรื่น

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์พบหารือกับประธานาธิบดี Volodymyr Zelensky ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อ 28 ก.พ.68 บรรยากาศไม่ราบรื่น โดยประธานาธิบดีทรัมป์และรองประธานาธิบดี JD Vance ของสหรัฐฯ ไม่พอใจท่าทีของผู้นำยูเครนที่ระบุว่าไม่ไว้วางใจผู้นำรัสเซีย จุดเริ่มต้นของบรรยากาศตึงเครียดเกิดขึ้นหลังจากรองประธานาธิบดี Vance กล่าวถึงการใช้การทูตแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ทำให้ผู้นำยูเครนต้องชี้แจงที่มาของความขัดแย้งครั้งนี้ โดยระบุว่าหลายปีก่อนจะมีสงคราม รัสเซียได้พยายามผนวกดินแดนของยูเครนตั้งแต่ปี 2557 โดยที่ไม่มีประเทศใดคัดค้าน และแม้ว่ายูเครนจะลงนามในสนธิสัญญาหยุดยิงกับรัสเซียแล้ว แต่รัสเซียก็ยังปฏิบัติการทางทหารต่อยูเครนอีก จึงไม่เห็นด้วยว่า “การทูต” จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ จากนั้นเกิดการโต้เถียงระหว่างผู้นำยูเครนกับรองประธานาธิบดี Vance ที่ยกปัญหากำลังพลของยูเครนมากดดันให้ผู้นำยูเครนยอมรับว่าต้องพึ่งพาสหรัฐฯ

สหรัฐฯ จะเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอีกร้อยละ 10

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 28 ก.พ.68 ประกาศจะเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนร้อยละ 10 เพื่อกดดันจีนให้แก้ไขปัญหาการขายยาเสพติดไปยังสหรัฐฯ ซึ่งสหรัฐฯ เชื่อว่ายาเสพติดเฟนทานิลผลิตจากจีน ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะเพิ่มเติมจากภาษีนำเข้าร้อยละ 10 ที่สหรัฐฯ ใช้กับสินค้าจีนไปแล้วเมื่อต้น ก.พ.68 ส่วนมาตรการเพิ่มเติมครั้งใหม่นี้จะเริ่มใช้ใน 5 มี.ค.68 ทำให้สินค้าจีนจะต้องเสียภาษีสูงมาก ทางรัฐบาลจีนไม่พอใจและประกาศจะตอบโต้มาตรการดังกล่าวของสหรัฐฯ และย้ำว่าผู้นำสหรัฐฯ พยายามใช้เรื่องยาเสพติดเฟนทานิลเป็นข้ออ้างในการข่มขู่และกดดันจีน พร้อมกันนี้ ฝ่ายจีนระบุว่าที่ผ่านมาได้แสดงความพร้อมที่ขจะร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่การที่ผู้นำสหรัฐฯ ยังคงขู่ใช้มาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอย่างไม่เป็นธรรม จะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความร่วมมือระหว่างกันด้วย

สหรัฐฯ จะบรรลุข้อตกลงส่วนแบ่งจากแร่ธรรมชาติในยูเครน

สื่อสหรัฐฯ รายงานเมื่อ 26 ก.พ.68 ว่า สหรัฐฯ จะบรรลุข้อตกลงกับยูเครน ให้สหรัฐฯ ได้รับส่วนแบ่งจากอุตสาหกรรมแร่ธาตุธรรมชาติในยูเครน โดยเจ้าหน้าที่ของยูเครน เปิดเผยว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นผลดีต่อความมั่นคงและสันติภาพของยูเครน ทั้งนี้ ปัจจุบันสหรัฐฯ ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดข้อตกลงหรือแสดงท่าทีต่อประเด็นดังกล่าว แต่มีรายงานว่า ประธานาธิบดี Volodymyr Zelensky ของยูเครนจะเยือนสหรัฐฯ ใน 28 ก.พ.68 เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งระบุว่ายินดีที่ประธานาธิบดียูเครนจะมาเยือน เพื่อลงนามในข้อตกลงระหว่างกัน สำหรับข้อตกลงดังกล่าวอาจมีนัย หรือสอดแทรกว่ายูเครนจะมอบส่วนแบ่งจากการดำเนินอุตสาหกรรมแร่หายาก (rare earth) ในยูเครนให้กับสหรัฐฯ เพื่อชดเชยความช่วยเหลือที่สหรัฐฯ ให้กับยูเครนก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า สหรัฐฯ จะค้ำประกันความมั่นคงในยูเครน

ผู้นำสหรัฐฯ หารือผู้นำฝรั่งเศสเพื่อผลักดันสันติภาพในยูเครน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 24 ก.พ.68 ระบุว่าได้พบหารือกับประธานาธิบดีของฝรั่งเศส ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ วอชิงตัน ดี.ซี. ประเด็นสำคัญคือการสร้างสันติภาพในยูเครน และความมั่นคงของยุโรป โดยประธานาธิบดีทรัมป์ย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องการยุติสงครามและความรุนแรงในยูเครนด้วยการทำข้อตกลง และเชื่อมั่นว่าฝ่ายรัสเซียพร้อมจะทำข้อตกลงเพื่อยุติสงครามด้วย อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวจะต้องครอบคลุมการที่ยูเครนจะอนุญาตให้สหรัฐฯ เข้าไปสำรวจแร่ธรรมชาติที่มีความสำคัญของยูเครนได้ ซึ่งประเด็นนี้ผู้นำสหรัฐฯ คาดหวังว่ายูเครนจะร่วมมือกับสหรัฐฯ และลงนามในข้อตกลงได้ภายในสัปดาห์หน้า

ผู้นำสหรัฐฯ สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมออกจากตำแหน่ง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเมื่อ 22 ก.พ.68 ปลดพลอากาศเอก Charles Quinton Brown Jr. ออกจากตำแหน่งประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐฯ (Chairman of the Joint Chiefs of Staff) และแต่งตั้งพลอากาศเอก Dan Caine เป็นประธานคณะเสนาธิการร่วมคนใหม่แทน  ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ขอบคุณการปฏิบัติหน้าที่ของพลเอก Charles Quinton Brown Jr. ตลอดมากกว่า 40 ปีที่ผ่านมา ด้านพลอากาศเอก Dan Caine เป็นนักบิน บ. F-16 และเคยปฏิบัติงานร่วมกับ สนง.ข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) อย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีผลงานสำคัญในช่วงการปราบปรามกลุ่ม Islamic State (IS) สำหรับตำแหน่งประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐฯ เป็นตำแหน่งสูงสุดของทหารอเมริกัน

ผู้นำสหรัฐฯ อาจพบกับผู้นำรัสเซียใน ก.พ.68

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุเมื่อ 19 ก.พ.68 ว่า อาจได้พบหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียภายใน ก.พ.68 เพื่อหาแนวทางสร้างสันติภาพในยูเครน พร้อมกันนี้ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวหาประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนว่าเป็นฝ่ายเริ่มต้นความขัดแย้งกับรัสเซีย ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นในโอกาสที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ นำโดยนายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ พบหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายรัสเซียครั้งแรก ที่กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย

ผู้นำสหรัฐฯ เชื่อมั่นว่าตนเองมีอำนาจมาพอที่จะยุติสงครามนี้ได้ ตลอดจนย้ำด้วยว่ายูเครนปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการหารือเพื่อเจรจายุติสงครามของรัสเซียในยูเครน และเป็นฝ่ายไม่ยอมเข้าร่วมการเจรจา แม้ว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อกว่า 3 ปี พร้อมกับตั้งข้อสังเกตในเชิงลบต่อผู้นำยูเครนด้วยว่าตั้งใจทำให้สงครามยืดเยื้อ เพื่อรักษาอำนาจทางการเมือง เพราะยูเครนจะยังไม่มีการเลือกตั้งใหม่ หากยังเผชิญภาวะสงคราม ด้านผู้นำยูเครนยืนยันว่าไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมการเจรจาดังกล่าว และจะไม่ยอมรับผลการหารือระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย  

DOGE พยายามเข้าถึงข้อมูลภาษีชาวอเมริกัน

สื่อสหรัฐฯ รายงานเมื่อ 18 ก.พ.68 ว่า หน่วยงานปฏิรูประบบราชการของสหรัฐฯ ( Department of Government Efficiency-DOGE) พยายามเข้าถึงข้อมูลภาษีของชาวอเมริกัน ผ่านระบบของกรมสรรพากร (IRS) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ  การเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวจะทำให้ DOGE ทราบข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการเงินและธนาคารของชาวอเมริกันจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่เป้นห้วงเวลาการเก็บ-จ่ายภาษี ระหว่าง 27 ม.ค.68-15 เม.ย.68 ทั้งนี้ จนท.IRS ที่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวกังวลว่า หาก DOGE ได้ข้อมูลดังกล่าวไปจะเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของชาวอเมริกัน ตลอดจนเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลสำคัญด้วย พร้อมกันนี้ สมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติพรรคเดโมแครตกำลังติดตามและตรวจสอบความเคลื่อนไหวของ DOGE อย่างใกล้ชิด และเตรียมศึกษากฎหมายที่อาจกล่าวโทษ DOGE ได้ว่าดำเนินการผิดกฎหมาย รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ที่บทบาทของ DOGE จะทำให้กระบวนการคืนภาษีให้ประชาชนล่าช้า