ลาว-จีนหารือการยกระดับความร่วมมือด้านการค้า และเปิดด่านสากลแขวงพงสาลีรอบใหม่

  สำนักข่าวสารประเทศลาว รายงานเมื่อวันที่ 21 ก.พ.66 ถึงผลการพบหารือระหว่างนายมาไลทอง กมมะสิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าลาว กับนาย Li Chenyang ผู้อำนวยการกรมพาณิชย์มณฑลยูนนาน จีน เมื่อ 20 ก.พ.66 เกี่ยวกับวิธีการส่งเสริมความร่วมมือทางการค้า โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตรไปจีน และการอำนวยความสะดวกในการขนส่งข้ามแดน โดยนายมาไลทอง กล่าวชื่นชมความร่วมมือและความช่วยเหลือจากรัฐบาลจีนต่อลาว ซึ่งแสดงถึงความเป็นหุ้นส่วนลาว-จีน ทั้งนี้ การค้าทวิภาคีลาว-จีน ห้วงปี 2561-2565 มีมูลค่า 15,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 15.63 ต่อปี โดยจีนเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 2 ของลาว (รองจากไทย) เฉพาะเมื่อปี 2565 ลาวนำเข้าเครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และเหล็กกล้า และส่งออกทองผสม ทองคำแท่ง แร่ทองคำ แร่เหล็ก ไม้และผลิตภัณฑ์เครื่องเรือน กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ไปยังจีน ในวันเดียวกัน ลาวและจีนรื้อฟื้นการเปิดด่านสากล Lantui-Jiang Chen (ติดจีน)…

กัมพูชาขอให้ไทยสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญเพื่อฝึกอบรมด้านวิศวกรรม

  หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ รายงานเมื่อ 21 ก.พ. 66 ว่า นายซุน จันทล รัฐมนตรีอาวุโส/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่งกัมพูชา พบหารือกับนายเชิดเกียรติ อัตถากร เอกอัครราชทูตไทย/กัมพูชา เมื่อ 20 ก.พ.66 ประเด็นความร่วมมือระหว่างกัน เฉพาะอย่างยิ่งการรักษาความมั่นคงชายแดน และความช่วยเหลือด้านโครงสร้างพื้นฐานในจังหวัดชายแดน อาทิ ทางหลวงแห่งชาติหมายเลข 48 67 และ 68 นอกจากนี้ นายซุน จันทล ขอให้รัฐบาลไทยพิจารณาส่งผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม เฉพาะอย่างยิ่งด้านการก่อสร้างท่าเรือ ทางรถไฟ และรถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อจัดการฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น และความเป็นไปได้การสนับสนุนการดำเนินการของสถาบันโยธาธิการและขนส่ง ด้านนายเชิดเกียรติกล่าวให้คำมั่นจะสนับสนุนความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐบาลและประชาชนของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ รายงานขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency – JICA) ระบุว่า เมื่อห้วงปี 2561-2563 กัมพูชาต้องการวิศวกรที่มีทักษะ 35,000 คน ทำงานในอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ Credit Pic : MPWT/phnompenhpost.com

อัพเดทพัฒนาการสำคัญก่อนครบรอบ 1 ปี “วิกฤตรัสเซีย-ยูเครน” | The Intelligence Updates 23/02/2023

พบกับรายการ The Intelligence Updates อัปเดตสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าสนใจ ซึ่งเราจะรวบรวมสถานการณ์น่าสนใจทั่วทุกมุมโลกมาอัปเดตให้ท่านผู้ฟังแบบเรียลไทม์ วันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่อง อัพเดทพัฒนาการสำคัญก่อนครบรอบ 1 ปี “วิกฤตรัสเซีย-ยูเครน”

โสมแดงปะทะโสมขาว กับความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี | The Intelligence Updates 21/02/2023

พบกับรายการ The Intelligence Updates อัปเดตสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าสนใจ ซึ่งเราจะรวบรวมสถานการณ์น่าสนใจทั่วทุกมุมโลกมาอัปเดตให้ท่านผู้ฟังแบบเรียลไทม์ วันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่อง “โสมแดงปะทะโสมขาว กับความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี”

Y2K 20 ปีที่เปลี่ยนแปลงไป

กระแสความนิยมของยุค Y2K กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ผู้คนเริ่มสนใจกับแฟชั่นในยุคที่เรียกได้ว่าจุดก้าวเข้าสู่ความทันสมัย ผู้คนหวังว่าโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่ล้ำยุคอย่างก้าวกระโดด จากการสื่อสารผ่านมือถือ การเริ่มมีโฮมเน็ต หรือการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ในระดับครัวเรือน จนทำให้ฝันของหลายๆ คนจะได้ใช้ชีวิตราวกับนวนิยายไซไฟชื่อดัง ดังนั้น การพ้นผ่านปี 2000 จะเรียกว่าการเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีก็ไม่ผิด

ไฮโดรเจน ไฟฟ้า ฟอสซิล

  ในขณะที่ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาราคาน้ำมันแพงและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การพลิกตลาดรถยนต์จากเครื่องสันดาปไปสู่เครื่องยนต์ไฟฟ้ากำลังจะเกิดขึ้นในยุคนี้ ตัวอย่างเช่น สหราชอาณาจักร ที่ประกาศว่าจะยกเลิกการใช้รถยนต์สันดาปทั้งหมดในปี 2573 ………..แต่คำถามสำคัญตอนนี้ก็คือ รถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นคำตอบของการแก้ไขปัญหาพลังงานในการคมนาคมได้หรือไม่?! เมื่อต้นกำเนิดของไฟฟ้ายังคงมาจากการเผาผลาญทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง เมื่อปี 2553-2558.. ขณะที่รถ EV (Electric Vehicle) เริ่มเป็นที่นิยม ยังมีเทคโนโลยีอีกประเภทหนึ่งที่ถูกพัฒนามาเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับรถยนต์ที่ใช้พลังงานฟอสซิล นั่นคือ “รถยนต์พลังงานไฮโดรเจน” ที่มีทั้งค่ายรถใหญ่อย่าง TOYOTA และคนไทยได้ผลิตขึ้นมา แต่ยังไม่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีนัก เนื่องจากยังมีราคาสูงกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปทั้งในส่วนของเชื้อเพลิงและเครื่องยนต์ ประกอบกับแหล่งเติมพลังงานยังมีน้อยและความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของเครื่องยนต์ จึงทำให้กระแสของรถยนต์ไฮโดรเจนเงียบไป ในแง่ของการรักษาสิ่งแวดล้อม พลังงานไฮโดนเจนถือว่าตอบโจทย์เป็นอย่างมาก เนื่องจากเครื่องยนต์ไฮโดนเจนนั้นทำงานโดยใช้ปฏิกิริยาระหว่างก๊าซไฮโดรเจน H2 (เชื้อเพลิง) กับก๊าซออกซิเจน O2 ทำให้เกิดกระแสฟ้าและความร้อนในการขับเคลื่อนเครื่องยนต์  และปล่อยของเสียออกมาในรูปแบบของน้ำ H2O หรือเรียกได้ว่า ไม่มีของเสียหรือมลพิษเลยนั่นเอง ความวิเศษของพลังงานไฮโดนเจนนั้นมาจาก ความเรียบง่ายของธาตุไฮโดรเจน ซึ่งถือเป็นธาตุที่เก่าแก่ที่สุดของจักรวาล การรวมตัวกันง่ายๆ ของ อิเล็กตรอน 1 ตัว ที่วิ่งเข้าหาโปรตรอนบริเวณนิวเคลียสของอะตอม ทำให้เกิดธาตุพื้นฐานที่เป็นส่วนประกอบกว่า 75% ในเอกภพ แม้แต่ในดวงอาทิตย์ก็ยังประกอบด้วยไฮโดรเจนที่อัดแน่นกันจนเกิดปฏิกิริยาฟิวชันและให้พลังงานมหาศาลออกมา จึงไม่แปลกที่มนุษย์จะมองหาแหล่งพลังงานจากสิ่งที่มีอยู่อย่างมากมายนี้ มาใช้เป็นเชื้อเพลิงเพื่อสร้างพลังงานที่ยั่งยืน…

A picture containing text, indoor Description automatically generated

Co-housing แนวคิดสร้างชุมชนใหม่ในบริบทเดิม

  Co-housing หมายถึง รูปแบบบการอยู่อาศัยของกลุ่มคนหรือชุมชน ประกอบกันด้วยหลายครัวเรือนที่อยู่อาศัยร่วมกันภายในบริเวณหนึ่ง มีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ในการดำรงชีวิตอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องทำงาน โดยที่พื้นที่บางส่วนจะถูกรวมเป็นพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อใช้งานร่วมกันแบบสาธารณะ ทำให้เกิดผลประโยชน์ในด้านการลดพื้นที่ก่อสร้าง ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยถูกลง และส่งผลให้เกิดการกระชับความสัมพันธ์ของคนในชุมชนได้ด้วย โครงการที่มีการใช้แนวคิดแบบ Co-housing จึงถูกนำมาใช้กับโครงการที่อยู่อาศัยราคาถูก หรือที่รู้จักกันในชื่อ “บ้านเอื้ออาทร” โดยบ้านแต่ละหลังจะมีพื้นที่สำหรับใช้ชีวิตส่วนตัวส่วนหนึ่ง และพื้นที่บางส่วนจะถูกนำมาไว้เป็นพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ที่จอดรถ พื้นที่สีเขียว เนื่องจากต้องทำให้ค่าก่อสร้างต่ำที่สุด ความเป็นส่วนตัวจะลดลง แต่อสังหาริมทรัพย์บางโครงการก็มีข้อจำกัดทางด้านพื้นที่เป็นปัจจัยหลัก จึงทำให้เกิดกระบวนการแบบ Co-housing ไปโดยธรรมชาติ นั่นคือ อาคารชุดแนวสูงหรือคอนโดมิเนียม ที่ยังคงรวมที่จอดรถ พื้นที่สีเขียว สระว่ายน้ำ พื้นที่ทำงาน (Co-working space) ห้องออกกำลังกาย สิ่งอำนวยความสะดวกลำดับที่ 2 ไว้ที่ส่วนกลาง แต่มีสิ่งที่จำเป็น ได้แก่ ห้องนอน ห้องครัว ที่ซักล้าง ไว้ในที่พักแต่ละยูนิต นั่นคือ Co-housing ที่เกิดขึ้นตามบริบทของโครงการ แต่ความหมายของ…

วิเคราะห์ตลาดทุเรียนไทย จะยังรุ่งเรืองแบบนี้ต่อไปอีกหรือไม่

ในฤดูร้อนของทุก ๆ ปี ประเด็นทุเรียนมักได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่เพราะมีรอบการผลิดอกออกผลของผลไม้เมืองร้อนจากไร่ใน จ.จันทบุรี และภาคตะวันออกเพียงเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องที่ไทยเป็นผู้ผลิตทุเรียนรายใหญ่ที่สุดในโลก มีผลผลิตต่อปีมากกว่า 1,300,000 ตัน ทั้งยังมีมูลค่าที่ขยายตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้เล่นรายสำคัญในตลาดโลกอีก โดยในปี 2564 ไทยสามารถส่งออกทุเรียนไปยังคู่ค้าในจีน ตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐอเมริกา คิดรวมเป็นเงินกว่า 3,000,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าคู่แข่งจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย (150,000 ดอลลาร์สหรัฐ) และมาเลเซีย (30,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ) เกิน 100 เท่าตัว หากพิจารณาเอาจากภาพรวมที่ปรากฏขณะนี้ หลายคนคงอาจจะเชื่อว่าตลาดทุเรียนไทยยังคงแข็งแกร่ง เพราะมีมูลค่าและปริมาณการผลิตทิ้งห่างจากประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นคู่แข่งไปค่อนข้างไกลหลายเท่าตัว แต่เมื่อมองให้ลึกลงไปกว่าระยะพื้นผิว ……..ข้อคิดดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริงเลย เพราะสิ่งที่มักถูกละเลยไปในประเด็นทุเรียนไทยและต่างประเทศ คือ ต้นทุนการผลิต และมูลค่าของสินค้าที่ถูกขายออกไปในตลาดโลก ทุเรียนมาเลเซีย มีการเพาะปลูกในปริมาณน้อยกว่า หรือประมาณ 400,000 ตันต่อปี แต่กลับสามารถตั้งราคาขายในตลาดได้ถึง 600-700 บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่ทุเรียนไทยซึ่งครองสถานะเป็นเจ้าตลาด มีอัตราการเพาะปลูกกันมากกว่าพันธุ์จากประเทศเพื่อนบ้านเกือบ 3 เท่าตัว แต่กลับมีราคาขายในตลาดเพียง 130-150 บาทต่อกิโลกรัม ที่เป็นเช่นนั้น…

ลาวตั้งเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.4 ล้านคนในปี 2566

  สำนักข่าว Laotian Times รายงานเมื่อ 16 ก.พ.66 อ้างรายงานจากกระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวลาว ว่า ลาวตั้งเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.4 ล้านคนในปี 2566 คาดว่าจะมีรายได้ภาคการท่องเที่ยวประมาณ 340 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ เมื่อปี 2565 ลาวมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศประมาณ 1.3 ล้านคน ประกอบด้วย คนไทย 731,754 คน เวียดนาม 359,721 คน จีน 45,573 คน เกาหลีใต้ 26,008 คน และสหรัฐฯ 18,447 คน อนึ่ง เว็บไซต์ Traveller ของออสเตรเลีย จัดอันดับให้ลาวเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความสนใจในปี 2566 Credit Pic : internetlaos.com

มาเลเซียเร่งช่วยเหลือพลเมืองที่เป็นเหยื่อ Job Scam ในต่างประเทศ

  กระทรวงการต่างประเทศ(กต.)มาเลเซีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 15 ก.พ.66 ว่า ทางการมาเลเซียได้รับการร้องเรียน กรณีชาวมาเลเซียตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์โดยถูกล่อลวงให้ทำงาน (Job Scam) ในต่างประเทศ เช่น ไทย กัมพูชา ลาว และเมียนมา กว่า 564 ครั้ง ซึ่งเหยื่อชาวมาเลเซียได้รับความช่วยเหลือแล้ว 401 ราย ในจำนวนนี้เดินทางกลับถึงมาเลเซีย 377 ราย แต่ยังมีชาวมาเลเซียถูกควบคุมตัวที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและรอการส่งกลับ 24 ราย และอยู่ระหว่างติดตามตัวอีก 163 ราย (ณ 13 ก.พ.66) ทั้งนี้ กต.กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานตำรวจมาเลเซีย ร่วมจัดตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษเพื่อประสานกับรัฐบาลประเทศปลายทาง Credit Pic : Choo Choy May/malaymail.com