มหากาพย์ อิสราเอล-ฮามาส : ไม่สงบ ไม่จบ ไม่ยุติ

เสาร์ที่ 7 ต.ค.66 กองกำลังฮามาสซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่กาซ่า ได้เปิดฉากโจมตีพื้นที่ทางใต้ของอิสราเอลด้วยจรวดมิสไซน์นับพันลูกพร้อมกับส่งกำลังเข้าโจมตีและจับพลเรือนเป็นตัวประกัน สาเหตุมาจากความไม่พอใจที่มีผู้ตั้งถิ่นฐานขาวยิวบุกเข้าไปยึดพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของอิสลามทำให้ชาวมุสลิมเสียชีวิตนับร้อย ทั้งยังไม่พอใจที่อิสราเอลยังคงปิดกั้นพื้นที่กาซ่าทุกทิศทาง

ท่าทีสมาชิกอาเซียนบางประเทศต่อเหตุการณ์รุนแรงในอิสราเอล

ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียแสดงจุดยืนเมื่อ 9 ต.ค.66 สนับสนุนการต่อสู้ของชาวปาเลสไตน์ และตำหนิประชาคมระหว่างประเทศที่เพิกเฉยต่อการกระทำของอิสราเอลที่โหดร้ายและกดขี่ชาวปาเลสไตน์ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.)มาเลเซีย ประณามอิสราเอลว่าเป็นต้นตอของปัญหา สำหรับ กต.กัมพูชาแสดงความเสียใจต่อเหตุรุนแรงในอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกัน เพื่อลดความรุนแรง หยุดยิง และอำนวยความสะดวกให้เกิดการเจรจาสันติภาพ ส่วนโฆษก กต.เวียดนามแสดงความห่วงกังวลอย่างยิ่ง เมื่อ 8 ต.ค.66 เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรง ขณะที่ประชาชนเวียดนามทุกคนในอิสราเอลยังปลอดภัย ด้านสิงคโปร์แจ้งเตือนให้ชาวสิงคโปร์ หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นไปอิสราเอล และขณะที่พำนักในอิสราเอลหรือปาเลสไตน์ก็ให้เพิ่มการระวังตัว

สถานการณ์ในอิสราเอลยังมีการตอบโต้กัน

สถานการณ์ในอิสราเอลยังมีการตอบโต้กัน โดยสื่อต่างประเทศเมื่อ 9 ต.ค.66 รายงานว่า กลุ่มฮะมาสในปาเลสไตน์ ตอบโต้อิสราเอลที่โจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายค่ายผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ Jabalia ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา ซึ่งมีผู้ลี้ภัยอาศัยอยู่มาก ด้วยการยิงจรวดทางตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อ 9 ต.ค.66 ขณะที่กองกำลังป้องกันอิสราเอล (Israeli Defence Forces-IDF) ประกาศปิดล้อมฉนวนกาซาของปาเลสไตน์เต็มรูปแบบ และตัดไฟฟ้า ปิดช่องทางการส่งอาหารและพลังงาน (มีพลเรือนในพื้นที่ประมาณ 2 ล้านคน)

ราคาน้ำมันโลกปรับเพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์สู้รบอิสราเอล-กลุ่มฮะมาส

ราคาน้ำมันโลกปรับเพิ่มสูงขึ้นเป็นผลจากสถานการณ์สู้รบระหว่างอิสราเอล-กลุ่มฮะมาสที่รุนแรงและมีแนวโน้มยืดเยื้อ ปัจจุบัน (10 ต.ค.66) ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับเพิ่มขึ้น 2.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อยู่ที่ 86.83 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบส่งมอบล่วงหน้าในตลาดสหรัฐอเมริกาปรับราคาเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

ความรุนแรงอิสราเอล-กลุ่มฮะมาสเพิ่มความสูญเสียและยังไม่ยุติการปะทะ

การสู้รบและปะทะระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาสระหว่าง 9-10 ต.ค.66 ยังรุนแรงต่อเนื่องและไม่มีสัญญาณว่าจะยุติ โดยกองทัพอิสราเอลค่อนข้างเป็นฝ่ายได้เปรียบในการปฏิบัติการทางทหาร โดยมีการใช้ยุทธวิธีปิดล้อมโดยสมบูรณ์ (total blockade) ปิดทุกช่องทางเข้า-ออกของฉนวนกาซา รวมทั้งปิดระบบสาธารณูปโภค ระบบไฟฟ้า  การขนส่งอาหารและพลังงานทั้งหมดในพื้นที่ดังกล่าว ควบคู่กับระดมใช้ยุทโธปกรณ์ที่มีความเหนือชั้นกว่าปราบปรามความเคลื่อนไหวของกลุ่มฮะมาส โดยเฉพาะในฉนวนกาซา ซึ่งเป็นพื้นที่พักอาศัยของประชากรประมาณ 2.3 ล้านคน