สหรัฐฯ เรียกร้องกาตาร์พิจารณาขอบเขตการนำเสนอข่าวอิสราเอล-กลุ่มฮะมาสของ สนข.Aljazeera

สำนักข่าว Foxnews รายงานเมื่อ 25 ต.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระหว่างการพูดคุยกับผู้นำชุมชนชาวยิวในสหรัฐฯ ว่า วิตกกับการนำเสนอข่าวของสำนักข่าว Aljazeera ภาคภาษาอารบิก เกี่ยวกับสถานการณ์สู้รบอิสราเอล-กลุ่มฮะมาส ที่มีเนื้อหายั่วยุให้ต่อต้านอิสราเอล และอาจทำให้ความขัดแย้งขยายตัวลุกลาม พร้อมทั้งหยิบยกประเด็นดังกล่าวในการหารือกับเชค มุฮัมมัด บินอับดุรเราะห์มาน อาลษานี นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกาตาร์ โดยเรียกร้องกาตาร์ให้พิจารณาขอบเขตการนำเสนอข่าวของสำนักข่าวดังกล่าว ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่า สหรัฐฯ ยังคงยึดมั่นในเสรีภาพในการแสดงออกของสื่อ

สหรัฐฯ เพิ่มการคว่ำบาตรบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มฮะมาส IRGC และ PIJ

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 27 ต.ค.66 เพิ่มการคว่ำบาตรบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มฮะมาสรอบที่ 2 นับตั้งแต่อิสราเอลปฏิบัติการตอบโต้กลุ่มฮะมาสเมื่อ 7 ต.ค.66 เฉพาะอย่างยิ่งการคว่ำบาตรสมาชิกกลุ่มกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (Islamic Revolutionary Guard Corps-IRGC) เพื่อย้ำให้เห็นว่าอิหร่านสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย ได้แก่ 1) นาย Khaled Qaddoumi ผู้ประสานงานระหว่างกลุ่มฮะมาสกับรัฐบาลอิหร่าน 2) นาย Ali Morshed Shirazi 3) นาย Mostafa Mohammad Khani สมาชิกกลุ่ม IRGC ที่ช่วยเหลือกองกำลังของกลุ่มฮะมาส กลุ่ม Palestinian Islamic Jihad (PIJ) และกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ 4) นาย Ali Ahmad Faizullahi ผู้บัญชาการกองกำลังพิเศษ Saberin ของ IRGC และ 5) สมาคมการกุศล Al-Ansar และนาย Nasser…

สำนักงาน UNIFIL ที่เลบานอนถูกโจมตีโดยไม่ทราบฝ่าย

กองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติเลบานอน (United Nations Interim Force in Lebanon-UNIFIL) ออกแถลงการณ์เมื่อ 28 ต.ค.66 ว่าในวันเดียวกัน อาคารสำนักงานของ UNIFIL ที่เมือง Naqoura ทางตอนใต้ของเลบานอน ถูกโจมตีด้วยกระสุนปืนไม่ทราบฝ่าย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบที่มาของการโจมตีครั้งนี้ UNIFIL ระบุด้วยว่าเหตุโจมตีดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรก โดยสำนักงาน UNIFIL ในพื้นที่อื่นตามแนวชายแดนเลบานอนได้รับความเสียหายจากการโจมตีเช่นกันตลอดห้วง ต.ค.66 ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงสภาพแวดล้อมที่ตึงเครียดและเปราะบาง ทั้งนี้ UNIFIL เรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงทันที เพื่อปกป้องชีวิตพลเรือนรวมถึงบุคลากรของ UN

สื่อทางการรัสเซียอ้างว่ากลุ่มฮะมาสจะเร่งหาจุดควบคุมตัวประกันชาวรัสเซียในอุโมงค์ใต้ดินและรีบปล่อยตัว

สำนักข่าว AFP รายงานอ้างสำนักข่าว RIA Novosti ของรัฐบาลรัสเซีย เมื่อ 28 ต.ค. 66 ว่า นายมูซา อบู มัรซูก (Musa Abu Marzouq) สมาชิกโปลิตบูโรและหัวหน้าฝ่ายความสัมพันธ์ต่างประเทศของกลุ่มฮะมาสในปาเลสไตน์ เปิดเผยว่ากระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย มอบรายชื่อพลเรือนชาวรัสเซียซึ่งถือสองสัญชาติ จำนวน 8 คน ที่คาดว่าสมาชิกปฏิบัติการของกลุ่มฮะมาสจับเป็นตัวประกัน ตั้งแต่ 7 ต.ค.66 ให้กลุ่มฮะมาสแล้ว โดยกลุ่มฮะมาสซึ่งเห็นรัสเซียเป็นพันธมิตรใกล้ชิด จะเร่งหาจุดควบคุมตัวประกันในอุโมงค์ใต้ดิน และดำเนินการอย่างระมัดระวังเพื่อให้ตัวประกันได้รับการปล่อยตัวโดยเร็ว อีกทั้งยังรับรองว่าตัวประกันได้รับดูแลและปฏิบัติอย่างดี ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวมีขึ้นหลังจากนายมูซาและผู้แทนกลุ่มฮะมาส เยือนรัสเซียเมื่อ 26 ต.ค. 66 เพื่อพบหารือกับ รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศรัสเซียและอิหร่าน เกี่ยวกับการช่วยเหลือชาวต่างชาติที่กลุ่มฮะมาสจับเป็นตัวประกัน และการอพยพชาวรัสเซียและชาวต่างชาติอื่น ๆ ออกจากปาเลสไตน์

กลุ่มฮะมาสอ้างว่าไม่สามารถปล่อยตัวประกันได้จนกว่าอิสราเอลจะตกลงหยุดยิง

สำนักข่าว Al Jazeera และสำนักข่าว Reuters รายงานอ้างหนังสือพิมพ์ Kommersant ของรัสเซีย เมื่อ 27 ต.ค.66 ว่า นาย Abu Hamid สมาชิกกลุ่มฮะมาสในปาเลสไตน์ ซึ่งร่วมคณะผู้แทนกลุ่มฮะมาสเดินทางเยือนรัสเซีย เมื่อ 26 ต.ค.66 เปิดเผยว่า กลุ่มฮะมาสไม่สามารถปล่อยตัวประกันได้จนกว่าอิสราเอลจะตกลงหยุดยิง และต้องการเวลาเพื่อรวบรวมตัวประกันที่กระจายการควบคุมตัวไว้ในอุโมงค์ใต้ดินหลายจุดภายในฉนวนกาซา โดยกลุ่มฮะมาสตั้งใจจะปล่อยตัวประกันที่ไม่เกี่ยวข้องภายหลังเหตุโจมตีอิสราเอลตั้งแต่วันแรก แต่สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย เนื่องจากอิสราเอลโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซา ส่งผลให้ตัวประกันเสียชีวิต 50 คน ทั้งนี้ กลุ่มฮะมาสไม่ได้เปิดเผยข้อมูลตัวประกันที่อ้างว่าเสียชีวิตจากการโจมตีดังกล่าว

อิสราเอลโจมตีทางอากาศและปฏิบัติการภาคพื้นดินแบบจำกัดในฉนวนกาซาอย่างหนัก

สำนักข่าว AFP และเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ The Times of Israel รายงานเมื่อ 28 ต.ค.66 ว่า อิสราเอลโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซาอย่างหนัก ควบคู่กับส่งรถถัง ยานหุ้มเกราะลำเลียงพล และทหารราบเข้าไปปฏิบัติการภาคพื้นดินแบบจำกัดในพื้นที่ตอนเหนือของฉนวนกาซา ตั้งแต่ห้วงค่ำของ 27 ต.ค.66 ถึงเช้าวันเดียวกันนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) ทั้งนี้เครื่องบินรบอิสราเอลโจมตีทางอากาศทางตอนเหนือและตอนใต้ของฉนวนกาซา ต่อเป้าหมายทางทหารของกลุ่มฮะมาสที่อยู่ใต้ดิน รวม 150 แห่ง เฉพาะอย่างยิ่งศูนย์บัญชาการใต้ดินของกลุ่มฮะมาสที่ตั้งอยู่ใต้โรงพยาบาล Al Shifa ทางเหนือของฉนวนกาซาซึ่งมีเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินเชื่อมต่อไปยังฐานปฏิบัติการและคลังอาวุธหลายแห่ง โดยมีการตัดสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต และปะทะกับกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มฮะมาสในพื้นที่ การโจมตีทางอากาศดังกล่าวสังหาร นายIssam Abu Rukbeh หัวหน้ากองกำลังทางอากาศของกลุ่มฮะมาส ซึ่งมีบทบาทวางแผนและปฏิบัติการโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค.66 ด้วยการสั่งการสมาชิกใช้ร่มร่อนบินเข้ามาก่อเหตุโจมตีทางตอนใต้ของอิสราเอล รวมถึงการโจมตีป้อมสังเกตการณ์ของกองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอลด้วยอากาศยานไร้คนขับ

The Intelligence Weekly Review (29/10/2023)

The Intelligence Weekly Review นำเสนอความเคลื่อนไหวประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นรอบโลกในแต่ละภูมิภาคให้ท่านผู้ฟังรู้ทันเหตุการณ์ เห็นความสำคัญ และนำมุมมองของเราไปใช้ประโยชน์กันต่อไป

การโจมตีทางไซเบอร์ต่ออิสราเอลสะเทือนถึงสหรัฐอเมริกา

การโจมตีทางไซเบอร์ระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนอิสราเอลกับกลุ่มที่สนับสนุนปาเลสไตน์เกิดขึ้นพร้อมกับสงครามทางกายภาพที่มีการตอบโต้ด้วยอาวุธกันไป-มาในฉวนกาซาระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮะมาสที่เริ่มตั้งแต่ 7 ต.ค.66 จนถึงขณะนี้ (27 ต.ค.66) ยังไม่ยุติอย่างสิ้นเชิงทั้งสองสมรภูมิ ขณะที่ยอดการโจมตีทางไซเบอร์ต่อเป้าหมายอิสราเอลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้ผลกระทบยังอยู่ในระดับต่ำ (low impact)

กลุ่มฮะมาสจะไม่ปล่อยตัวประกัน จนกว่าจะมีการหยุดยิง

กลุ่มฮะมาสส่งสัญญาณต่อรองให้กองทัพอิสราเอลยุติการโจมตี เพื่อแลกเปลี่ยนกับการปล่อยตัวประกัน โดยสมาชิกกลุ่มฮะมาสที่เยือนรัสเซียเมื่อ 27 ต.ค.66 เปิดเผยว่าจะไม่ปล่อยตัวประกัน จนกว่ากองทัพอิสราเอลจะทำตามข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่มีรายงานว่าอิสราเอลยกระดับการโจมตีบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น ทั้งในพื้นที่ฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์

รมช.กต.รัสเซียพบหารือกับ รมช.กต.อิหร่าน และผู้แทนกลุ่มฮะมาสที่กรุงมอสโก

สำนักข่าว Kyiv Post รายงานเมื่อ 27 ต.ค.66 ว่า นายมิคาอิล บ็อกดานอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย พบหารือกับนายอาลี บาเกรี คานี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน และนายมูซา อาบู มาร์ซูก ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มฮะมาส พร้อมด้วยคณะผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุขรัสเซีย เมื่อ 26 ต.ค.66 ที่กรุงมอสโก ในประเด็นเกี่ยวกับการช่วยเหลือชาวต่างชาติที่ถูกองค์กรการก่อการร้ายในฉนวนกาซ่าจับเป็นตัวประกัน และการอพยพชาวรัสเซียและชาวต่างชาติอื่น ๆ ออกจากดินแดนปาเลสไตน์ นอกจากนี้ รัสเซียคาดหวังให้การพบปะครั้งนี้ผ่อนคลายความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอิหร่าน ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลระบุว่า การที่รัสเซียเชิญผู้แทนกลุ่มฮะมาสมาเยือนเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ และบ่งชี้ถึงการสนับสนุนการก่อการร้ายของกลุ่มฮะมาส อิสราเอลเรียกร้องให้รัสเซียขับผู้แทนกลุ่มฮะมาสออกจากประเทศโดยทันที ขณะที่สำนักข่าว AP ของสหรัฐฯ รายงานว่า รัสเซียพยายามวิพากษ์วิจารณ์ทั้งอิสราเอลและกลุ่มฮะมาสอย่างรอบคอบเพื่อหวังจะใช้ความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายเบี่ยงเบนความสนใจไปจากการสู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ทั้งนี้ การพบหารือระหว่างรัสเซียกับกลุ่มฮะมาสอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ในปี 2566 ขณะที่การหารือกับอิหร่านเป็นไปอย่างต่อเนื่องเพราะเป็นคู่ค้าที่สำคัญของรัสเซียและเป็นผู้สนับสนุนหลักของกลุ่มฮะมาส ส่วนอิสราเอลเป็นชาติที่ยังไม่ส่งความช่วยเหลือทางทหารให้ยูเครนซึ่งรัสเซียยังต้องรักษาความสัมพันธ์