ศรีลังกาส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับฟิลิปปินส์

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Daily Mirror ของศรีลังกา รายงานเมื่อ 12 เม.ย.66 ว่าสำนักส่งเสริมการท่องเที่ยวศรีลังกา (Sri Lanka Tourism Promotion Bureau – SLTPB) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตศรีลังกา/กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ จัดงานส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวของศรีลังกากับฟิลิปปินส์ ระหว่าง 29 มี.ค.–6 เม.ย.66 เพื่อขยายตลาดการท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศ นอกจากนี้ ศรีลังกายังจัดกิจกรรมพบปะระหว่างผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวศรีลังกากับฟิลิปปินส์ที่ริมทะเลสาบ Cinnamon เมื่อ 4 เม.ย.66 ซึ่งมีบริษัทท่องเที่ยวศรีลังกาเข้าร่วมงานจำนวน 60 บริษัท

ปากีสถานวิจารณ์อินเดียกรณีจะจัดการประชุมคณะทำงานของ G20 ในดินแดนพิพาทแคชเมียร์

เว็บไซต์ สำนักข่าว Al Jazeera รายงานเมื่อ 11 เม.ย.66 อ้างถ้อยแถลงของกระทรวงการต่างประเทศปากีสถานวิจารณ์อินเดียในฐานะประธานการประชุม Group of 20 (G20) ว่า ขาดความรับผิดชอบกรณีจะจัดการประชุมคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวที่เมือง Srinagar ในดินแดนพิพาทแคชเมียร์ ระหว่าง 22-24 พ.ค.66 โดยอินเดียต้องการยืดเวลาการยึดครองพื้นที่พิพาทในแคว้นจัมมูและแคชเมียร์อย่างผิดกฎหมายต่อไป โดยไม่คำนึงถึงข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ อีกทั้งยังละเมิดหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ ปากีสถานจึงขอประณามการเคลื่อนไหวของอินเดียครั้งนี้

เส้นทางรถไฟลาว-จีนเริ่มเปิดให้บริการรถไฟโดยสารระหว่างประเทศขบวนแรก

สำนักข่าว Xinhua และหนังสือพิมพ์ Vientiane Times  รายงานเมื่อ 13 เม.ย.66 ว่า ขบวนรถไฟโดยสารระหว่างประเทศ (เชื่อมต่อนครหลวงเวียงจันทน์กับเมืองคุนหมิง) ของเส้นทางรถไฟลาว-จีนเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันเดียวกัน โดยจะให้บริการ 2 เที่ยวต่อวันและจอด 8 สถานี ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 10 ชั่วโมง 30 นาที (นับรวมระยะเวลาผ่านพิธีการศุลกากร) ทั้งนี้ เส้นทางรถไฟลาว-จีนเป็นส่วนหนึ่งของข้อริเริ่ม Belt and Road Initiative (BRI)ของจีน เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ ธ.ค.64 แต่ให้บริการรถไฟโดยสารในจีนเฉพาะช่วงเมืองคุนหมิง-เมืองโม๋ฮัน (ชายแดนลาว) ควบคู่กับช่วงในลาวระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์และบ่อเต็น (ชายแดนจีน) และจนถึงปัจจุบันมีผู้โดยสารทั้งหมด 13.93 ล้านคน และขนส่งสินค้ามากกว่า 18.38 ล้านตัน

เทศกาลปีใหม่ในประเทศเพื่อนบ้าน | The Intelligence Updates 13/04/2023

พบกับรายการ The Intelligence Updates อัปเดตสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าสนใจ ซึ่งเราจะรวบรวมสถานการณ์น่าสนใจทั่วทุกมุมโลกมาอัปเดตให้ท่านผู้ฟังแบบเรียลไทม์ วันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่อง “เทศกาลปีใหม่ในประเทศเพื่อนบ้าน”

UN และ AI ประณามการโจมตีพลเรือนทางอากาศของกองทัพเมียนมา

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ (United Nations – UN) ประณามการโจมตีทางอากาศหมู่บ้าน Pazi Gyi เมืองกันบูลู ภาคสะกาย โดยกองทัพเมียนมา เมื่อ 11 เม.ย.66 ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 100 คน และเรียกร้องให้กองทัพเมียนมายุติการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนเมียนมา ขณะที่นาย โวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN High Commissioner for Human Rights) ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่ากองทัพเมียนมาเพิกเฉยต่อกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้มาตรการป้องกันที่เป็นไปได้ทั้งหมดเพื่อปกป้องพลเรือนเมียนมา นอกจากนี้ Amnesty International (AI) เรียกร้องให้ทุกประเทศและภาคธุรกิจยุติการส่งสินค้าที่อาจเอื้อประโยชน์แก่กองทัพเมียนมา รวมทั้งขอให้อาเซียนมีบทบาทนำในการแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนในเมียนมา และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจะต้องผลักดันมาตรการกดดันเพื่อให้กองทัพเมียนมารับผิดชอบ ตลอดจนเสนอคดีโจมตีพลเรือนในเมียนมาต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ

IMF ปรับลดแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund – IMF) ตีพิมพ์รายงาน World Economic Outlook (WEO) ฉบับเดือน เม.ย.66 เมื่อ 11 เม.ย.66 คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2566 เหลือร้อยละ 2.8 จากเดิมร้อยละ 2.9 เมื่อ ม.ค.66 และจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3 ในปี 2567 สำหรับอัตราเงินเฟ้อลดลงจากร้อยละ 8.7 เมื่อปี 2565 เป็นร้อยละ 7 ในปี 2566 และจะเหลือร้อยละ 4.9 ในปี 2567 อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากวิกฤตภาคการธนาคาร รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงระดับสูง แม้ราคาอาหารและพลังงานจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ IMF ประเมินการเติบโตเศรษฐกิจของไทยที่ร้อยละ 3.4 ในปี 2566 และเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3.6 ในปี 2567

ซาอุดีอาระเบียจะจัดหาน้ำมันดิบให้ตลาดเอเชียตามสัญญาแม้ OPEC มีมติลดกำลังการผลิต

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 10 เม.ย.66 ว่า Saudi Aramco ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติซาอุดีอาระเบีย ยืนยันจะจัดหาน้ำมันดิบเต็มจำนวนตามสัญญาซื้อ-ขายน้ำมันล่วงหน้า เดือน พ.ค.66 ให้แก่ผู้ซื้อในตลาดเอเชีย อาทิ จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ แม้ซาอุดีอาระเบียสมัครใจปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 500,000 บาร์เรลต่อวัน ตามข้อตกลงของกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก (Organization of Petroleum Exporting Countries-OPEC) และกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่ม OPEC (Non-OPEC) หรือ OPEC+ ที่ประกาศลดกำลังการผลิตร่วมกันลงอีก 1,160,000 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตั้งแต่ พ.ค.66 จนถึงสิ้นปี 2566 ทั้งนี้ การปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันของ OPEC+ ครั้งนี้ เป็นไปเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบในตลาดเอเชียซึ่งเป็นตลาดนำเข้าน้ำมันดิบที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้น โดยเมื่อต้น เม.ย.66 Saudi Aramco ขึ้นราคาน้ำมันดิบ Arab Light ที่ขายให้ผู้ซื้อประเทศเอเชีย ใน…

นรม.บังกลาเทศกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าต้องการล้มล้างรัฐบาลบังกลาเทศ

เว็บไซต์ข่าว Bdnews24 ของบังกลาเทศรายงานเมื่อ 11 เม.ย.66 อ้างถ้อยแถลงของชีค ฮาซีนา นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ในระหว่างการประชุมรัฐสภาว่า สหรัฐ ฯ ต้องการล้มล้างรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยของบังกลาเทศและพยายามจัดตั้งรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งแทน การกล่าวหาสหรัฐฯ ของผู้นำบังกลาเทศเกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีพรรค Awami League ของชีค ฮาซีนา ในความผิดเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน อีกทั้งก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ประกาศลงโทษเจ้าหน้าที่หน่วย Rapid Action Battalion (RAB) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับของผู้นำบังกลาเทศหลายคนเมื่อ พ.ย.65 เนื่องจากมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของสมาชิกพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งนาย Sajedul Islam Sumon ผู้นำพรรค Bangladesh Nationalist Party (BNP)

สธ.อินเดียเตรียมมาตรการรองรับ COVID-19 ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

สำนักข่าว Hindustan Times รายงานเมื่อ 11 เม.ย.66 ว่า กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)อินเดีย ประกาศฝึกซ้อมเตรียมพร้อมรับมือการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ห้วง 10-11 เม.ย.66 ทั้งในโรงพยาบาลรัฐและเอกชนทั่วประเทศ หลังจากที่มีจำนวนผู้ป่วย COVID-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากการผ่อนคลายมาตรการป้องกัน COVID-19 ปัจจุบันอินเดียมีผู้ป่วย COVID-19 อยู่ที่ 37,000 ราย

ลาว-เวียดนามกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือรอบด้านอย่างใกล้ชิด

หนังสือพิมพ์ Vientiane Times รายงานเมื่อ 11 เม.ย.66 ว่า นายหวอ วัน เทือง ประธานาธิบดีเวียดนาม เดินทางเยือนลาวอย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังรับตำแหน่งผู้นำเวียดนาม ระหว่าง 10-11 เม.ย.66 ตามคำเชิญของนายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศลาว โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะส่งเสริมความสัมพันธ์ฉันมิตร ความเป็นปึกแผ่นพิเศษ และความร่วมมือรอบด้านระหว่างกัน จะผลักดันความร่วมมือและโครงการที่ผู้นำระดับสูงได้ตัดสินใจร่วมกัน รวมทั้งจะคงการติดต่ออย่างใกล้ชิดและแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับผู้นำพรรค รัฐ และองค์การต่าง ๆ ผู้นำทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะอำนวยความสะดวกทางการค้า การลงทุนและการขนส่ง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างกัน นอกจากนี้ทั้งสองยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding – MOU) ระหว่างกระทรวงไปรษณีย์โทรคมนาคมและการสื่อสารลาวกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเวียดนามว่าด้วยความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม และ MOU ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกีฬาลาวกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเวียดนามว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ โอกาสนี้ นายทองลุน สีสุลิด ตอบรับคำเชิญจะเดินทางเยือนเวียดนามในอนาคต