ตำรวจอิสราเอลปะทะกับชาวปาเลสไตน์ที่มัสยิดอัลอักศอ มีผู้บาดเจ็บ 7 คน

สำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อ 5 เม.ย.66 ว่า เกิดเหตุปะทะระหว่างตำรวจอิสราเอลกับชาวปาเลสไตน์หลายสิบคนที่บริเวณมัสยิดอัลอักศอ (ศาสนสถานสำคัญอันดับ 3 ของศาสนาอิสลาม) ในนครเยรูซาเล็มเมื่อ 4 เม.ย.66 ทำให้มีชาวปาเลสไตน์ได้รับบาดเจ็บ 7 คนจากการถูกซ้อมและถูกยิงด้วยกระสุนยาง โดยตำรวจอ้างว่าเป็นการตอบโต้การก่อความรุนแรงของชาวปาเลสไตน์ที่ใช้อาวุธดอกไม้ไฟ ไม้ และก้อนหิน ทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ โฆษกประธานาธิบดีปาเลสไตน์ประณามการใช้ความรุนแรงของอิสราเอลต่อชาวปาเลสไตน์ว่าเป็นการก่ออาชญากรรม พร้อมเตือนไม่ให้อิสราเอลละเมิดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งยกระดับความรุนแรงมากขึ้น

ติดตามสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน | The Intelligence Updates 04/04/2023

พบกับรายการ The Intelligence Updates อัปเดตสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าสนใจ ซึ่งเราจะรวบรวมสถานการณ์น่าสนใจทั่วทุกมุมโลกมาอัปเดตให้ท่านผู้ฟังแบบเรียลไทม์ วันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่อง “ติดตามสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน”

The Intelligence Weekly Review (02/04/2023)

The Intelligence Weekly Review นำเสนอความเคลื่อนไหวประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นรอบโลกในแต่ละภูมิภาคให้ท่านผู้ฟังรู้ทันเหตุการณ์ เห็นความสำคัญ และนำมุมมองของเราไปใช้ประโยชน์กันต่อไป

ติดตามนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเยือนจีน และประธานาธิบดีไต้หวันเยือนสหรัฐฯ | The Intelligence Updates 30/03/2023

พบกับรายการ The Intelligence Updates อัปเดตสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าสนใจ ซึ่งเราจะรวบรวมสถานการณ์น่าสนใจทั่วทุกมุมโลกมาอัปเดตให้ท่านผู้ฟังแบบเรียลไทม์ วันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่อง “ติดตามนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเยือนจีน และประธานาธิบดีไต้หวันเยือนสหรัฐฯ”

ก้าวต่อไปของ AUKUS

ความคืบหน้าล่าสุดของกลุ่มความร่วมมือด้านความมั่นคง 3 ฝ่าย ระหว่างออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร ที่มีการหารือของผู้นำทั้ง 3 ประเทศเมื่อ 13 มีนาคม 2566 ที่เมืองซานดิเอโก สหรัฐฯ ทำให้มีความชัดเจนมากขึ้นแล้วว่า ต่อจากนี้ สหรัฐอเมริกาจะเป็นผู้ขายเรือดำน้ำให้ออสเตรเลียจำนวน 5 ลำแรก โดยเป็นเรือดำน้ำชั้น Virginia ที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ขับเคลื่อน

Cynicism กับภาวะหมดไฟจากการทำงาน

ภาวะหมดไฟจากการทำงาน หรือที่เรารู้จักกันผ่านคำว่า Burnout เป็นปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทั่วโลกในยุคปัจจุบัน โดยมีผลสำรวจจากต่างประเทศที่น่าสนใจว่า ตอนนี้กลุ่มคนทำงานทุกช่วงวัยกำลังเผชิญภาวะหมดไฟในการทำงานสูงขึ้นอย่างมาก แม้จะหมดยุคการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่เป็นปัจจัยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวัฒนธรรมและรูปแบบการทำงานมาแล้ว และไม่ใช่แค่คนรุ่นใหม่ วัยทำงานตอนต้น หรือ Gen Y เท่านั้นที่รู้สึกหมดไฟในการทำงาน แต่คนรุ่นใหญ่อย่าง Gen X ก็กำลังเหนื่อยล้าและเผชิญภาวะ Burnout ไม่แพ้กัน ปัญหาหมดไฟในการทำงานถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ระดับนานาชาติ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับแรงงานที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกิจกรรมในมิติต่าง ๆ ของโลก และที่สำคัญ คือ เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับมนุษย์เราโดยตรง ทำให้วงการทำงานและสาธารณสุขจะอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ โดยองค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) ตระหนักถึงปัญหานี้และเริ่มเพิ่มความจริงจังในการแก้ไขเรื่องนี้ด้วยวิธีการด้านสาธารณสุข คือ จัดให้ภาวะหมดไฟจากการทำงานเป็น International Classification of Diseases หรือ ICD เพื่อให้วงการแพทย์มีการวินิจฉัยปัญหานี้อย่างจริงจัง แม้ว่าจะยังไม่นับเป็นความเจ็บป่วยทางจิตเวชก็ตาม สำหรับผลการวินิจฉัยในตอนนี้ อธิบายภาวะหมดไฟจากการทำงานว่าเป็นภาวะการเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจที่เกิดจากความเครียดเรื้อรังในการทำงาน ผู้ที่มีภาวะนี้จะมีอาการหลัก ได้แก่ รู้สึกอ่อนเพลีย รู้สึกต่อต้านและมองงานตัวเองในแง่ลบ ขาดแรงจูงใจในการทำงาน ห่างเหินจากผู้อื่น และขาดความผูกพันกับที่ทำงาน…

ความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไประหว่างฮอนดูรัสกับจีน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกันถ้วนหน้าเมื่อ 15 มีนาคม 2566 เกี่ยวกับทิศทางความสัมพันธ์ที่จะเปลี่ยนแปลงไประหว่างฮอนดูรัสกับจีน เนื่องจากประธานาธิบดี Xiomara Castro ผู้นำฮอนดูรัสออกมาประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่าต้องการจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับจีน โดยได้สั่งการกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฮอนดูรัสดำเนินการเรื่องนี้ทันที …ท่าทีนี้เป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะที่ผ่านมา ฮอนดูรัสเป็นหนึ่งใน 14 ประเทศทั่วโลกที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน ดังนั้น การที่ฮอนดูรัสจะริเริ่มความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับจีนครั้งนี้ อาจเท่ากับว่าต้องตัดความสัมพันธ์กับไต้หวันไปโดยทันที ข่าวว่าไต้หวันพยายามติดต่อฮอนดูรัสทันทีเพื่อให้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการตัดสินใจครั้งนี้ พร้อมกับเตือนมิตรประเทศให้ทบทวนดี ๆ และระวังการติด “กับดัก” ของจีน เพราะในระยะหลัง จำนวนประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันลดน้อยลงทุกที และครั้งนี้จะเป็นอีก 1 ประเทศในภูมิภาคอเมริกากลางที่เปลี่ยนท่าทีไป หลังจากที่นิการากัวยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันไปเมื่อปี 2564 อย่างไรก็ตาม ฮอนดูรัสเคยส่งสัญญาณก่อนหน้านี้แล้วว่าอาจจะยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน เพื่อเริ่มใหม่กับจีน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาความร่วมมือด้านการลงทุนและเศรษฐกิจ แต่เมื่อปี 2565 ฮอนดูรัสก็ยังบอกว่าอยากจะรักษาความสัมพันธ์กับไต้หวันไว้ด้วย สำหรับท่าทีของนักการเมืองฮอนดูรัสบางส่วนก็ยังไม่เห็นด้วยกับการยุติความสัมพันธ์กับไต้หวัน เพราะกลัวว่าจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างฮอนดูรัสกับสหรัฐฯ ที่เป็นคู่ค้าอันดับ 1 ตัวจริงในปัจจุบัน เพราะสหรัฐฯน่าจะอยากให้ฮอนดูรัสรักษาความสัมพันธ์กับไต้หวันไว้ และไม่หันไปใกล้ชิดกับจีนที่สหรัฐฯ เชื่อว่าพยายามขยายอิทธิพลในละตินอเมริกามากขึ้น ทำไมฮอนดูรัสตัดสินใจเปลี่ยนความสัมพันธ์กับจีนในตอนนี้ ? คำตอบอาจจะเป็นเรื่องผลประโยชน์แห่งชาติ มีสัญญาณว่าฮอนดูรัสติดต่อกับจีนใกล้ชิดมากขึ้นตั้งแต่เมื่อ 1 มกราคม 2566 ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฮอนดูรัสไปพบกับรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ที่บราซิล…

สหรัฐฯ กลับมาพิมพ์เงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกแล้ว?

  วิกฤตการณ์ธนาคารระดับภูมิภาคในสหรัฐฯ อย่าง Silicon Valley Bank (SVB) กับ First Republic Bank (FRB) และระดับโลกอย่าง Credit Suisse (CS) ล้มละลายอย่างกะทันหันจากปัญหาสภาพคล่องเมื่อไม่นานมานี้ กลายเป็นสิ่งที่ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดเมื่อทั้งรัฐบาลสหรัฐฯ และสวิตเซอร์แลนด์ต่างประกาศเข้าอุ้มธนาคารดังกล่าวด้วยการอัดฉีดเงินปริมาณมากกว่า 100,000,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ[1] เข้าสู่ระบบเพื่อป้องกันปรากฏการณ์โดมิโนในกลุ่มธุรกิจธนาคาร นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาจากท่าทีของธนาคารกลางแห่งยุโรป (ECB) ที่ตัดสินใจดำเนินการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.50 ตามแผนเดิม พร้อมยืนยันว่า ECB จะยังไม่ยุติภารกิจลดเงินเฟ้อ และจะรักษาเพดานของอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้นั้น สะท้อนว่ากรณี CS ขาดสภาพคล่องห้วงที่ผ่านมาไม่ได้กระทบถึงจุดยืนทางการคลังของสหภาพยุโรปเลย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการบ่งชี้ว่าภาคธนาคารยังคงแข็งแกร่ง และยังไม่มีแนวโน้มที่จะล้มลงง่ายๆแบบที่เป็นกระแสมาก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี ประเด็นใหม่ที่เกิดขึ้น และกำลังกลายเป็นกระแสในกลุ่มนักลงทุนห้วงสัปดาห์นี้ คือ กรณีตัวเลขภายในงบดุล (Balance sheet) ของ Fed ได้ปรับตัวทะยานขึ้นอย่างรุนแรงกว่า 300,000,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ[2] จากการอัดฉีดเงินกู้ชะลอวิกฤติ (Crisis lending) เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ธนาคารพาณิชย์ในระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่กำลังจะตกอยู่ในภาวะล้มละลาย โดย…

ลาวแจ้งเตือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก PM 2.5 ในหลายพื้นที่

  หนังสือพิมพ์ Vientiane Times รายงานเมื่อ 27 มี.ค.66 ว่า กรมอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลาวสั่งการให้ประชาชนลาวยุติการเผาขยะทุกชนิด หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง และสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่นอกเคหสถาน เพื่อป้องกันฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) โดยเฉพาะในแขวงบอลิคำไซ แขวงหลวงพระบาง และแขวงเชียงขวาง ซึ่งมีระดับความเข้มข้นสูง เนื่องจากการเผาป่าเพื่อล่าสัตว์ การแผ้วถางพื้นที่เพื่อปลูกมันสำปะหลัง และการเผาขยะและใบไม้ ทั้งนี้ สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศระบุว่า เมื่อห้วง ม.ค.-มี.ค.66 นครหลวงเวียงจันทน์ (ติด จ.หนองคาย) มีค่า PM 2.1 สูงถึง 71 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดระดับปลอดภัยไว้ที่ 25 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร อนึ่ง มันสำปะหลังเป็นสินค้าเกษตรส่งออกหลักของลาว ส่วนใหญ่ส่งออกมายังไทยและเวียดนาม