ตม.เกาหลีใต้ปฏิเสธการขอสถานะลี้ภัยของชายชาวรัสเซียที่หนีการเกณฑ์ทหาร

หนังสือพิมพ์โคเรียเฮรัลด์ของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 1 มี.ค.66 ว่ากระทรวงยุติธรรม(ยธ.)เกาหลีใต้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลท้องถิ่นนครอินช็อน กรณีศาลให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)เกาหลีใต้ภายใต้การกำกับของ ยธ. พิจารณาและทบทวนเอกสารการยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยของชายชาวรัสเซีย 2 คน (ศาลไม่รับคำร้องของชายชาวรัสเซียอีก 1 คน) เมื่อ 14 ก.พ.66 หลังจาก ตม.เกาหลีใต้ปฏิเสธคำร้องดังกล่าวของชายชาวรัสเซีย 3 คน ที่เดินทางเข้าเกาหลีใต้ตั้งแต่ ก.ย.65 เพื่อหนีการเกณฑ์ทหารของกองทัพรัสเซียในการปฏิบัติภารกิจในยูเครน ส่งผลให้บุคคลดังกล่าวยื่นคำร้องต่อศาลท้องถิ่น ทั้งนี้ ตม.พิจารณาจากคำพิพากษาของศาลสูงและหลักพื้นฐานกฎหมายในต่างประเทศว่า การปฏิเสธเข้ารับการเกณฑ์ทหารไม่ใช่เหตุผลเพียงพอสำหรับการขอสถานะผู้ลี้ภัย อีกทั้งหากรับรองสถานะลี้ภัยด้วยเหตุผลดังกล่าว อาจเป็นกรณีตัวอย่างการลี้ภัยในอนาคต ขณะนี้ ยธ.ส่งตัวชาวรัสเซีย 2 คน (ไม่ระบุสถานะของชาวรัสเซียอีก 1 คน) ไปศูนย์สนับสนุนผู้ลี้ภัยที่เกาะ Yeongjong นครอินช็อน ระหว่างรอขั้นตอนการพิจารณาทางกฎหมายต่อไป ก่อนหน้านี้ ชาวรัสเซียทั้ง 3 คน อาศัยในท่าอากาศยานนานาชาติอินช็อนเป็นระยะเวลากว่า 4 เดือน Image Credit : matichon

กัมพูชาศึกษาความเป็นไปได้โครงการทางด่วนราชธานีพนมเปญ-กรุงปอยเปต (ติดไทย)

หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ รายงานเมื่อ 2 มี.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนายซุน จันทล รัฐมนตรีอาวุโส/รัฐมนตรีโยธาธิการและขนส่งกัมพูชา ว่า กัมพูชาอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้โครงการทางด่วนสายราชธานีพนมเปญ-กรุงปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย (ตรงข้าม จ.สระแก้ว) ซึ่งเป็นโครงการทางด่วนสายที่ 4 ของกัมพูชา ทั้งนี้ ทางด่วนดังกล่าวเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และเชื่อมโยง “เสาเศรษฐกิจ” 5 พื้นที่ ประกอบด้วย ราชธานีพนมเปญ เสียมราฐ พระสีหนุ รวมถึงพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตกเฉียงเหนือ รวมทั้งจะช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางและการขนส่ง และส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างไทยและกัมพูชา ปัจจุบันกัมพูชาเปิดใช้งานทางด่วนสายแรกจากราชธานีพนมเปญ-สีหนุวิลล์ เมื่อ ต.ค.65 ส่วนทางด่วนสายราชธานีพนมเปญ-บาเว็ท จ.สวายเรียง (ติดเวียดนาม) เตรียมวางศิลาฤกษ์ในกลางปี 2566 และทางด่วนสายราชธานีพนมเปญ-เสียมราฐ ศึกษาความเป็นไปได้ใกล้จะแล้วเสร็จ   Image Credit :mgronline

อิหร่านเร่งสอบสวนเหตุเด็กนักเรียนหญิงใน รร.หลายเมือง มีอาการป่วยต้องสงสัยว่าได้รับสารพิษ

สำนักข่าว Press TV ของอิหร่าน รายงานเมื่อ 1 มี.ค.66 ว่าประธานาธิบดีอิบรอฮีม เราะอีซี ของอิหร่าน สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยอิหร่าน เร่งสอบสวนเหตุเด็กนักเรียนหญิงในโรงเรียนหลายเมืองทั่วประเทศ รวมหลายร้อยคน มีอาการป่วยซึ่งต้องสงสัยว่าได้รับสารพิษลึกลับ หลังจากเริ่มพบเด็กนักเรียนหญิง ในโรงเรียนหลายแห่ง ที่เมืองกุม (Qom) จังหวัดกุม ทางใต้ของกรุงเตหะราน รวมประมาณ 50 คน เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ด้วยอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ และบางรายมีอาการแขนขาเป็นอัมพาตชั่วคราว ตั้งแต่ปลาย พ.ย.65 ก่อนจะขยายไปยังจังหวัดอื่น ๆ เช่น  จังหวัด Ardabil จังหวัด Tehran จังหวัด Lorestan จังหวัด Fars จังหวัด Ilam จังหวัด Qazvin และจังหวัด Mazandaran ทำให้ผู้ปกครองและครอบครัวเด็ก เกิดความวิตกกังวลและเรียกร้องให้มีการสอบสวบโดยเร็ว ทั้งนี้ รายงานอ้างนาย Ahmad Vahidi รัฐมนตรีมหาดไทยอิหร่าน ระบุว่าสื่อมวลชนและศัตรูของอิหร่านพยายามเผยแพร่ข่าวสารโฆษณาชวนเชื่อและเชื่อมโยงว่า เหตุที่เกิดขึ้นมีนัยส่อถึงการต่อต้านสิทธิสตรีในอิหร่าน…

AI เผยแพร่ข้อมูลการขนส่งเชื้อเพลิงการบินที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเมียนมา

Amnesty International (AI) และ Global Witness องค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำวิจัยด้านการแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ความยากจน และการละเมิดสิทธิมนุษยชน ร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลเมื่อ 1 มี.ค.66 เกี่ยวกับการขนส่งเชื้อเพลิงการบินที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเมียนมา เฉพาะอย่างยิ่งกรณี Puma Energy ซึ่งเป็นบริษัทเชื้อเพลิงสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ที่ถอนตัวจากเมียนมาเมื่อ ต.ค.65 ได้ขายสินทรัพย์เชื้อเพลิงการบินให้กับ Shoon Energy (ชื่อเดิม Asia Sun Aviation) ตั้งแต่ ธ.ค.65 ซึ่ง Shoon Energy นำเข้าเชื้อเพลิงการบิน และบริหารคลังเชื้อเพลิงการบินหลักในท่าเรือติลาวา ย่างกุ้ง และร่วมกับบริษัทเมียนมา ปิโตรเลียม โปรดักส์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ควบคุมโดยกองทัพเมียนมา) นำเข้าและจำหน่ายเชื้อเพลิงการบินทั่วประเทศ ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่าง Shoon Energy กับกองทัพเมียนมา ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการนำพลังงานไปใช้สนับสนุนปฏิบัติการที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนของกองทัพเมียนมา   Image Credit : jobnet.com

The Intelligence​ Exclusive – ภูมิรัฐศาสตร์การท่องเที่ยว

 The Intelligence​ Exclusive เชิญ​ทุกท่านร่วมรับฟังมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับประเด็น ภูมิรัฐศาสตร์กับการท่องเที่ยว โดย อาจารย์ ดร.กีรติ ตระการศิริวานิช คณบดีคณะพัฒนาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มารับฟังกันครับ

ประเด็นที่น่าสนใจจากกรณีผู้นำเบลารุสเยือนจีน | The Intelligence Updates 02/03/2023

พบกับรายการ The Intelligence Updates อัปเดตสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าสนใจ ซึ่งเราจะรวบรวมสถานการณ์น่าสนใจทั่วทุกมุมโลกมาอัปเดตให้ท่านผู้ฟังแบบเรียลไทม์ วันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่อง “ประเด็นที่น่าสนใจจากกรณีผู้นำเบลารุสเยือนจีน”

เมียนมากลับมาเปิดให้บริการจัดทำหนังสือเดินทางผ่านระบบออนไลน์

  สำนักข่าว Mizzima รายงานเมื่อ 26 ก.พ.66 ว่า รัฐบาลทหารสภาบริหารแห่งรัฐ (State Administration Council – SAC) ของเมียนมา กลับมาเปิดให้บริการจัดทำหนังสือเดินทาง เมื่อ 24 ก.พ.66 โดยผู้ที่จะจัดทำหนังสือเดินทางที่ย่างกุ้งต้องจองในระบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.passport.gov.mm ขณะที่ประชาชนที่จะใช้บริการในส่วนภูมิภาคต้องไปลงทะเบียนที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หลังจากเมียนมาระงับให้บริการจัดทำหนังสือเดินทางแก่ประชาชนตั้งแต่ 5 ธ.ค.65 ซึ่งทำให้กลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารกังวลว่าอาจถูกจับกุมหากเดินทางไปจัดทำหนังสือเดินทางที่สถานีตำรวจ Credit Pic : asia.nikkei.com

การขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางรถไฟลาว-จีนเพิ่มขึ้น 5 เท่า เมื่อเทียบกับต้นปี 2565

  หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 27 ก.พ.66 อ้างจากรายงานของ China Railway Kunming Group ว่า การขนส่งสินค้าผ่านโครงการรถไฟลาว-จีน (นครหลวงเวียงจันทน์-นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน) เมื่อต้นปี 2566 มีปริมาณมากกว่า 600,000 ตัน โดยเป็นสินค้านำเข้า 510,000 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 500 จากเมื่อปี 2565 และตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อ ธ.ค.64 มีการขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางดังกล่าวจำนวน 15.6 ล้านตัน แบ่งเป็นการขนส่งในประเทศ 12.2 ล้านตัน และการขนส่งไปยังต่างประเทศ 3.4 ล้านตัน ทั้งนี้มีการขนส่งผ่านชายแดนลาว-จีนแล้ว 2.98 ล้านตัน โดยจีนส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้า ผัก และดอกไม้มายังลาว  ซึ่งผู้บริหารบริษัท Vientiane Logistics Park (VLP) ที่ดูแลโครงการท่าบก-ท่านาแล้ง นครหลวงเวียงจันทน์ กล่าวเชื่อมั่นว่าการขนส่งสินค้าจากหลายประเทศผ่านเส้นทางดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2566 Credit Pic :…

กัมพูชากระชับความสัมพันธ์กับไทยเพื่อส่งเสริมการพัฒนาในภูมิภาค

  หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 27 ก.พ.66 อ้างแถลงการณ์กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา หลังจากนายปร๊ะ สุคน รองนายกรัฐมนตรี /รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา พบหารือกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีต่างประเทศ ระหว่างเยือนไทยอย่างเป็นทางการเมื่อ 23-24 ก.พ.66 ว่า ทั้งสองฝ่ายทบทวนและจัดทำแผนความร่วมมือทวิภาคีหลายด้านเพื่อการเติบโตร่วมกัน ทั้งด้านการค้าการลงทุน การศึกษา การท่องเที่ยว แรงงาน การเชื่อมต่อ และความมั่นคงและการป้องกันประเทศ โดยตั้งเป้าหมายการค้าทวิภาคีมีมูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2568 ด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องการกระชับและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย โดยให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาพิพาทเขตแดนอย่างสันติ เพื่อเป็นเขตแดนแห่งสันติภาพ มิตรภาพ ความร่วมมือและการพัฒนา ส่วนประเด็นภูมิภาคและระหว่างประเทศ ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นกระชับความร่วมมือตามกรอบอาเซียนและความร่วมมือลุ่มน้ำโขง Credit Pic : กระทรวงการต่างประเทศ