สื่อทางการรัสเซียอ้างว่ากลุ่มฮะมาสจะเร่งหาจุดควบคุมตัวประกันชาวรัสเซียในอุโมงค์ใต้ดินและรีบปล่อยตัว

สำนักข่าว AFP รายงานอ้างสำนักข่าว RIA Novosti ของรัฐบาลรัสเซีย เมื่อ 28 ต.ค. 66 ว่า นายมูซา อบู มัรซูก (Musa Abu Marzouq) สมาชิกโปลิตบูโรและหัวหน้าฝ่ายความสัมพันธ์ต่างประเทศของกลุ่มฮะมาสในปาเลสไตน์ เปิดเผยว่ากระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย มอบรายชื่อพลเรือนชาวรัสเซียซึ่งถือสองสัญชาติ จำนวน 8 คน ที่คาดว่าสมาชิกปฏิบัติการของกลุ่มฮะมาสจับเป็นตัวประกัน ตั้งแต่ 7 ต.ค.66 ให้กลุ่มฮะมาสแล้ว โดยกลุ่มฮะมาสซึ่งเห็นรัสเซียเป็นพันธมิตรใกล้ชิด จะเร่งหาจุดควบคุมตัวประกันในอุโมงค์ใต้ดิน และดำเนินการอย่างระมัดระวังเพื่อให้ตัวประกันได้รับการปล่อยตัวโดยเร็ว อีกทั้งยังรับรองว่าตัวประกันได้รับดูแลและปฏิบัติอย่างดี ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวมีขึ้นหลังจากนายมูซาและผู้แทนกลุ่มฮะมาส เยือนรัสเซียเมื่อ 26 ต.ค. 66 เพื่อพบหารือกับ รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศรัสเซียและอิหร่าน เกี่ยวกับการช่วยเหลือชาวต่างชาติที่กลุ่มฮะมาสจับเป็นตัวประกัน และการอพยพชาวรัสเซียและชาวต่างชาติอื่น ๆ ออกจากปาเลสไตน์

กลุ่มฮะมาสอ้างว่าไม่สามารถปล่อยตัวประกันได้จนกว่าอิสราเอลจะตกลงหยุดยิง

สำนักข่าว Al Jazeera และสำนักข่าว Reuters รายงานอ้างหนังสือพิมพ์ Kommersant ของรัสเซีย เมื่อ 27 ต.ค.66 ว่า นาย Abu Hamid สมาชิกกลุ่มฮะมาสในปาเลสไตน์ ซึ่งร่วมคณะผู้แทนกลุ่มฮะมาสเดินทางเยือนรัสเซีย เมื่อ 26 ต.ค.66 เปิดเผยว่า กลุ่มฮะมาสไม่สามารถปล่อยตัวประกันได้จนกว่าอิสราเอลจะตกลงหยุดยิง และต้องการเวลาเพื่อรวบรวมตัวประกันที่กระจายการควบคุมตัวไว้ในอุโมงค์ใต้ดินหลายจุดภายในฉนวนกาซา โดยกลุ่มฮะมาสตั้งใจจะปล่อยตัวประกันที่ไม่เกี่ยวข้องภายหลังเหตุโจมตีอิสราเอลตั้งแต่วันแรก แต่สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย เนื่องจากอิสราเอลโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซา ส่งผลให้ตัวประกันเสียชีวิต 50 คน ทั้งนี้ กลุ่มฮะมาสไม่ได้เปิดเผยข้อมูลตัวประกันที่อ้างว่าเสียชีวิตจากการโจมตีดังกล่าว

อิสราเอลโจมตีทางอากาศและปฏิบัติการภาคพื้นดินแบบจำกัดในฉนวนกาซาอย่างหนัก

สำนักข่าว AFP และเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ The Times of Israel รายงานเมื่อ 28 ต.ค.66 ว่า อิสราเอลโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซาอย่างหนัก ควบคู่กับส่งรถถัง ยานหุ้มเกราะลำเลียงพล และทหารราบเข้าไปปฏิบัติการภาคพื้นดินแบบจำกัดในพื้นที่ตอนเหนือของฉนวนกาซา ตั้งแต่ห้วงค่ำของ 27 ต.ค.66 ถึงเช้าวันเดียวกันนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) ทั้งนี้เครื่องบินรบอิสราเอลโจมตีทางอากาศทางตอนเหนือและตอนใต้ของฉนวนกาซา ต่อเป้าหมายทางทหารของกลุ่มฮะมาสที่อยู่ใต้ดิน รวม 150 แห่ง เฉพาะอย่างยิ่งศูนย์บัญชาการใต้ดินของกลุ่มฮะมาสที่ตั้งอยู่ใต้โรงพยาบาล Al Shifa ทางเหนือของฉนวนกาซาซึ่งมีเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินเชื่อมต่อไปยังฐานปฏิบัติการและคลังอาวุธหลายแห่ง โดยมีการตัดสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต และปะทะกับกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มฮะมาสในพื้นที่ การโจมตีทางอากาศดังกล่าวสังหาร นายIssam Abu Rukbeh หัวหน้ากองกำลังทางอากาศของกลุ่มฮะมาส ซึ่งมีบทบาทวางแผนและปฏิบัติการโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค.66 ด้วยการสั่งการสมาชิกใช้ร่มร่อนบินเข้ามาก่อเหตุโจมตีทางตอนใต้ของอิสราเอล รวมถึงการโจมตีป้อมสังเกตการณ์ของกองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอลด้วยอากาศยานไร้คนขับ

The Intelligence Weekly Review (29/10/2023)

The Intelligence Weekly Review นำเสนอความเคลื่อนไหวประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นรอบโลกในแต่ละภูมิภาคให้ท่านผู้ฟังรู้ทันเหตุการณ์ เห็นความสำคัญ และนำมุมมองของเราไปใช้ประโยชน์กันต่อไป

การโจมตีทางไซเบอร์ต่ออิสราเอลสะเทือนถึงสหรัฐอเมริกา

การโจมตีทางไซเบอร์ระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนอิสราเอลกับกลุ่มที่สนับสนุนปาเลสไตน์เกิดขึ้นพร้อมกับสงครามทางกายภาพที่มีการตอบโต้ด้วยอาวุธกันไป-มาในฉวนกาซาระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮะมาสที่เริ่มตั้งแต่ 7 ต.ค.66 จนถึงขณะนี้ (27 ต.ค.66) ยังไม่ยุติอย่างสิ้นเชิงทั้งสองสมรภูมิ ขณะที่ยอดการโจมตีทางไซเบอร์ต่อเป้าหมายอิสราเอลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้ผลกระทบยังอยู่ในระดับต่ำ (low impact)

กลุ่มฮะมาสจะไม่ปล่อยตัวประกัน จนกว่าจะมีการหยุดยิง

กลุ่มฮะมาสส่งสัญญาณต่อรองให้กองทัพอิสราเอลยุติการโจมตี เพื่อแลกเปลี่ยนกับการปล่อยตัวประกัน โดยสมาชิกกลุ่มฮะมาสที่เยือนรัสเซียเมื่อ 27 ต.ค.66 เปิดเผยว่าจะไม่ปล่อยตัวประกัน จนกว่ากองทัพอิสราเอลจะทำตามข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่มีรายงานว่าอิสราเอลยกระดับการโจมตีบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น ทั้งในพื้นที่ฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์

รมช.กต.รัสเซียพบหารือกับ รมช.กต.อิหร่าน และผู้แทนกลุ่มฮะมาสที่กรุงมอสโก

สำนักข่าว Kyiv Post รายงานเมื่อ 27 ต.ค.66 ว่า นายมิคาอิล บ็อกดานอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย พบหารือกับนายอาลี บาเกรี คานี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน และนายมูซา อาบู มาร์ซูก ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มฮะมาส พร้อมด้วยคณะผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุขรัสเซีย เมื่อ 26 ต.ค.66 ที่กรุงมอสโก ในประเด็นเกี่ยวกับการช่วยเหลือชาวต่างชาติที่ถูกองค์กรการก่อการร้ายในฉนวนกาซ่าจับเป็นตัวประกัน และการอพยพชาวรัสเซียและชาวต่างชาติอื่น ๆ ออกจากดินแดนปาเลสไตน์ นอกจากนี้ รัสเซียคาดหวังให้การพบปะครั้งนี้ผ่อนคลายความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอิหร่าน ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลระบุว่า การที่รัสเซียเชิญผู้แทนกลุ่มฮะมาสมาเยือนเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ และบ่งชี้ถึงการสนับสนุนการก่อการร้ายของกลุ่มฮะมาส อิสราเอลเรียกร้องให้รัสเซียขับผู้แทนกลุ่มฮะมาสออกจากประเทศโดยทันที ขณะที่สำนักข่าว AP ของสหรัฐฯ รายงานว่า รัสเซียพยายามวิพากษ์วิจารณ์ทั้งอิสราเอลและกลุ่มฮะมาสอย่างรอบคอบเพื่อหวังจะใช้ความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายเบี่ยงเบนความสนใจไปจากการสู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ทั้งนี้ การพบหารือระหว่างรัสเซียกับกลุ่มฮะมาสอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ในปี 2566 ขณะที่การหารือกับอิหร่านเป็นไปอย่างต่อเนื่องเพราะเป็นคู่ค้าที่สำคัญของรัสเซียและเป็นผู้สนับสนุนหลักของกลุ่มฮะมาส ส่วนอิสราเอลเป็นชาติที่ยังไม่ส่งความช่วยเหลือทางทหารให้ยูเครนซึ่งรัสเซียยังต้องรักษาความสัมพันธ์

สื่อตะวันตกรายงานอ้างว่าอิหร่านรับสมัครอาสาสมัครเข้าร่วมสู้รบในฉนวนกาซา

สำนักข่าว France24 ของฝรั่งเศส รายงานเมื่อ 26 ต.ค.66 ว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps-IRGC) ของอิหร่าน เปิดรับสมัครอาสาสมัครเด็กและเยาวชนชายเข้าร่วมสู้รบกับกลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซาผ่านเว็บไซต์ นับตั้งแต่กลุ่มฮะมาสโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค.66 โดยใช้แคมเปญ Al-Aqsa Flood ประชาสัมพันธ์ผ่านสถานีโทรทัศน์และวิทยุของรัฐบาล เว็บไซต์หลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับ IRGC รวมถึงป้ายโฆษณาขนาดต่าง ๆ ในที่สาธารณะทั่วประเทศ อีกทั้งอ้างสถานีโทรทัศน์ของอิหร่านรายงานว่า สามารถรวบรวมอาสาสมัครที่พร้อมเข้าร่วมสู้รบได้มากกว่า 3 ล้านคน อย่างไรก็ดี เว็บไซต์ Iran International รายงานเมื่อ 27 ต.ค.66 อ้างนาย Mohammad Sadr สมาชิกสภาผู้ชี้ขาด (Expediency Discernment Council) ของอิหร่าน เปิดเผยว่า อิหร่านไม่มีความมุ่งหมายที่จะเข้าร่วมสู้รบในฉนวนกาซา แม้ว่าจะเป็นผู้สนับสนุนด้านทุน อาวุธ การฝึกสู้รบ และการข่าวกรองแก่กลุ่มฮะมาส โดยอิหร่านจะยังคงกดดันผู้สนับสนุนอิสราเอลให้ยุติการโจมตีฉนวนกาซา พร้อมเตือนว่าการใช้กำลังภาคพื้นดินในฉนวนกาซา มีความเสี่ยงจะลุกลามบานปลาย เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่ฝ่ายอื่น…

ประเทศขนาดกลางกับบทบาทที่เด่นชัดขึ้นในโลกการเมืองสองขั้วอำนาจ

สี จิ้นผิง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานาธิบดีจีน กล่าวในการพบหารือกับอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา ในโอกาสเยือนสหรัฐฯ เมื่อ มิถุนายน 2556 ว่า มหาสมุทรแปซิฟิกกว้างใหญ่พอที่จะมีประเทศใหญ่สองประเทศ เช่นสหรัฐฯ และจีน “The vast Pacific Ocean has enough space for two large countries like the United States and China.”

โอกาสและความท้าทายจากนโยบายวีซ่าฟรี : บทเรียนจากต่างประเทศ

  นโยบายวีซ่าฟรีเป็นหนึ่งในแผนที่รัฐบาลหลายประเทศในปัจจุบันรวมถึงไทยหวังจะใช้กระตุ้นการท่องเที่ยวของประเทศตนให้กลับคึกคักอีกครั้งหลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งนอกเหนือจากไทยแล้วยังมีประเทศอื่น ๆ ด้วยเช่นกันที่ออกนโยบายผ่อนปรนวีซ่าหรือวีซ่าฟรีก่อนไทย(ให้วีซ่าฟรีชั่วคราวแก่นักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถานระหว่าง 25 กันยายน 2566-29 กุมภาพันธ์ 2567) เช่น ญี่ปุ่นได้ยกเว้นวีซ่าให้กับ 70 ประเทศทั่วโลก เวียดนามได้ยกเว้นวีซ่าให้ 25 ประเทศ ไต้หวันได้ขยายเวลาฟรีวีซ่าให้ประเทศไทย บรูไน ฟิลิปปินส์จนถึงปี 2567 คาซัคสถานได้ยกเว้นวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจต่างชาติ และประเทศจีนเองก็เตรียมนำนโยบายปลอดวีซ่ามาใช้เช่นกัน โดยจากข้อสังเกตจะเห็นว่าหลายประเทศใช้นโยบายวีซ่าฟรีเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและส่งเสริมกิจการเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนไปได้อีกครั้งหลังจากที่ต้องเผชิญกับภาวะติดขัดในช่วงการแพร่ระบาด ภายหลังจากการประกาศใช้นโยบายวีซ่าฟรี ผลลัพธ์ของนโยบายนี้นับได้ว่าช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวจริงอย่างเห็นได้ชัดในหลาย ๆ ประเทศ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่ได้ดำเนินมาตรการยกเว้นวีซ่าก่อนประเทศไทยซึ่งเริ่มตั้งแต่ 11 ตุลาคม 2565 ภายในเดือนตุลาคมเพียงเดือนเดียวก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าญี่ปุ่นจำนวนเกือบ 5 แสนคนจากช่วงเดือนกันยายนที่มีจำนวนเพียง 2 แสนกว่าคนเท่านั้น โดยในเดือนพฤศจิกายนได้เพิ่มสูงถึง 9 แสนคน ก่อนที่ในเดือนธันวาคมจะสามารถแตะไปจนถึง 1 ล้านกว่าคน และในปี 2566 ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวก็เดินทางเข้าญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่องอีกจำนวน 1-2 ล้านคน ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นนี้ช่วยให้ธุรกิจโรงแรมในญี่ปุ่นถูกจองเป็นจำนวนมาก ทั้งยังกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานหลายตำแหน่ง และสร้างรายได้ให้กับประเทศญี่ปุ่นจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวด้วย ยกตัวอย่างอีกหนึ่งประเทศซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของไทย อย่างประเทศเวียดนาม…