กลุ่มโรฮีนจาติดอาวุธ ARSA เริ่มกลับมาปฏิบัติการโจมตีในรัฐยะไข่

สำนักข่าว The Irrawaddy รายงานเมื่อ 13 ก.ย.66 ว่า กลุ่มโรฮีนจาติดอาวุธ Arakan Rohingya Salvation Army (ARSA) เริ่มกลับมาปฏิบัติการโจมตีในรัฐยะไข่ โดยก่อเหตุลักพาตัวและสังหารพลเรือน 1 คน ใน จ.บูทิด่อง ซึ่งเป็นเจ้าของเรือขนส่ง และคาดว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและขนส่งกำลังบำรุงให้กับกองทัพอาระกัน (AA) ซึ่งควบคุมพื้นที่อิทธิพลและมีอำนาจบริหารในรัฐยะไข่ ก่อนหน้านี้มีข่าวสารว่า กองทัพเมียนมาสนับสนุนให้สมาชิก ARSA ซึ่งคาดว่ามีประมาณ 300 คน เดินทางข้ามแดนและเคลื่อนไหวบริเวณค่ายผู้อพยพ Cox’s Bazar ในบังกลาเทศ จ.หม่องดอ และ จ.บูทิด่อง ในรัฐยะไข่ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ ARSA ไม่ได้ก่อเหตุโจมตีอย่างรุนแรงตั้งแต่กองทัพเมียนมายึดอำนาจ เมื่อ ก.พ.64

อิหร่านผลิตน้ำมันได้เพิ่มขึ้นเป็น 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตั้งแต่ ส.ค.66

สำนักข่าว Press TV รายงานเมื่อ 13 ก.ย.66 อ้างข้อมูลของกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก (Organization of Petroleum Exporting Countries-OPEC) ว่า อิหร่านยังคงผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยห้วง ส.ค.66 ผลิตน้ำมันได้เพิ่มขึ้นเป็น 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับห้วง ก.ค.66 ที่อยู่ที่ประมาณ 2.85 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ตั้งแต่ ส.ค.66 อิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของกลุ่ม OPEC รองจากซาอุดีอาระเบียและอิรัก และยังผลิตน้ำมันได้เพิ่มขึ้นมากที่สุดในกลุ่ม OPEC เนื่องจากได้รับการยกเว้นการลดกำลังการผลิตน้ำมันตามข้อตกลงร่วมระหว่างกลุ่ม OPEC และกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่ม OPEC (Non-OPEC) หรือ OPEC+ เมื่อ มิ.ย.66 นอกจากนี้การได้รับการยกเว้นลดกำลังการผลิตน้ำมันตามข้อตกลงดังกล่าว ยังส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบของอิหร่าน ห้วง ส.ค.66 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 87.58 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากห้วง ก.ค.66 ที่อยู่ที่ 81.48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน…

จีนส่งกองทัพเคลื่อนไหวในช่องแคบไต้หวัน | The Intelligence Updates 14/09/2023

พบกับรายการ The Intelligence Updates อัปเดตสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าสนใจ ซึ่งเราจะรวบรวมสถานการณ์น่าสนใจทั่วทุกมุมโลกมาอัปเดตให้ท่านผู้ฟังแบบเรียลไทม์ วันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่อง “จีนส่งกองทัพเคลื่อนไหวในช่องแคบไต้หวัน”

กองทัพเมียนมาโจมตีทางอากาศอย่างรุนแรงต่อเนื่องในภาคสะไกง์

สำนักข่าว Myanmar Now รายงานเมื่อ 13 ก.ย.66 ว่า กองทัพเมียนมาโจมตีทางอากาศอย่างรุนแรงต่อเนื่องในภาคสะไกง์ โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ยินมบิน และ จ.ปะเล ซึ่งกองทัพเมียนมาส่งเฮลิคอปเตอร์ รุ่น Mi-35 ปฏิบัติการทางอากาศต่อฐานที่มั่นของกองกำลังป้องกันประชาชน (People’s Defence Force-PDF) นาน 3 วันติดต่อกันระหว่าง 10-12 ก.ย.66 เพื่อเสริมกำลังทหารภาคพื้นดินและเปิดทางให้ทหารประมาณ 100 นาย เดินทางจาก จ.สลินจี เข้าไปส่งกำลังบำรุงให้กับกองกำลังปยูซอที (Pyu Saw Htee) ของฝ่ายกองทัพในพื้นที่ดังกล่าว อย่างไรก็ดี กลุ่มต่อต้านระบุว่าไม่มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มีเพียงพลเรือนได้รับบาดเจ็บ 1 คน ส่วนทหารเสียชีวิต 6 นาย และได้รับบาดเจ็บ 10 นาย

อิรักเริ่มย้ายกบฏชาวเคิร์ดจากอิหร่านไปยังค่ายที่รัฐบาลกลางจัดสรรไว้

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 12 ก.ย.66 อ้างการเปิดเผยของนายฟูอาด ฮุเซน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิรักว่า รัฐบาลกลางอิรักเริ่มย้ายกลุ่มกบฏติดอาวุธแบ่งแยกดินแดนชาวเคิร์ดในอิหร่านซึ่งลี้ภัยเข้าไปพักพิงในพื้นที่เมือง Irbil และเมือง Sulaimaniyah ของรัฐบาลเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถาน (Kurdistan Regional Government-KRG) ทางภาคเหนือของอิรักติดชายแดนอิหร่าน ไปยังค่ายพักที่รัฐบาลกลางจัดสรรให้ และอยู่ห่างไกลจากชายแดนอิรัก-อิหร่าน ตามข้อตกลงความมั่นคงชายแดนที่ทั้งสองประเทศลงนามไว้เมื่อ มี.ค.66 โดยอิหร่านมีข้อกังวลกรณีรัฐบาล KRG ของอิรัก ให้ที่พักพิงแก่กลุ่มกบฏชาวเคิร์ดในอิหร่านซึ่งเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุโจมตีในอิหร่านหลายครั้ง อิหร่านจึงขอให้อิรักดำเนินมาตรการต่อกลุ่มดังกล่าวเพื่อรักษาความมั่นคงบริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวระบุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิรัก มีกำหนดเยือนอิหร่านใน 13 ก.ย.66 เพื่อชี้แจงการดำเนินการดังกล่าว หลังจากรัฐบาลกลางอิรักให้คำมั่นว่าจะปลดอาวุธกลุ่มกบฏชาวเคิร์ดจากอิหร่านให้แล้วเสร็จภายใน 19 ก.ย.66 และเคลื่อนย้ายกลุ่มดังกล่าวไปยังค่ายที่จัดสรรให้ เนื่องจากอิหร่านขู่จะปฏิบัติการโจมตีข้ามชายแดน ต่อเป้าหมายฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏชาวเคิร์ดจากอิหร่านในพื้นที่ของภาคเหนือของอิรัก หากอิรักไม่ดำเนินการตามข้อตกลงและคำมั่นที่ให้ไว้

กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลแนะนำมาตรการป้องกันโรค COVID-19 ในพื้นที่ภายในอาคาร

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 13 ก.ย.66 อ้างแถลงการณ์ของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)อิสราเอลเมื่อ 12 ก.ย.66 ว่า มีผู้ติดเชื้อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นในระดับปานกลาง หลังจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 หลายสายพันธุ์เพิ่มขึ้นในอิสราเอลและทั่วโลก รวมถึงสายพันธุ์ย่อย BA.2.86 ในชั้นนี้ สธ.อิสราเอลแนะนำให้ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอหรือผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโรค COVID-19 สวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่ภายในอาคารและพื้นที่แออัด โดยเฉพาะในห้วงเทศกาลวันหยุดที่จะมีการรวมตัวกันครั้งใหญ่ของครอบครัวชาวยิว ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ 15 ก.ย.66

เลบานอนและสหราชอาณาจักรฝึกร่วมผสมทางทหารเต็มรูปแบบระหว่าง 12-22 ก.ย.66

สำนักข่าว Naharnet รายงานเมื่อ 12 ก.ย.66 ว่าในวันเดียวกัน เลบานอนและสหราชอาณาจักรเริ่มการฝึกร่วมผสมทางทหารเต็มรูปแบบ ภายใต้รหัส Pegasus Cedar เป็นเวลา 10 วัน ระหว่าง 12-22 ก.ย.66 โดยสหราชอาณาจักรส่งกำลังพลของกองทัพบกจากกองพันรบที่ 2 กรมพลร่มที่ 2 มากกว่า 65 นาย เข้าร่วมการฝึกซ้อมในเลบานอน ทั้งสองฝ่ายจะฝึกทักษะทางยุทธวิธี การจัดการอาวุธ การยิงระยะไกล การลาดตระเวน และการต่อสู้ระยะประชิด รวมทั้งยังมีการฝึกร่วมกับกองทัพอากาศเลบานอน เกี่ยวกับภารกิจการสนับสนุนทางอากาศ เทคนิคการโรยตัวจากเฮลิคอปเตอร์ (Insertion and Extraction techniques) จากนั้นจะมีการฝึกภาคสนามเพื่อทดสอบและเพิ่มขีดความสามารถของกองกำลังทหารในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ทั้งนี้ นาย Hamish Cowell เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำเลบานอน ระบุว่าการฝึกซ้อม Pegasus Cedar นับเป็นการฝึกซ้อมทางทหารในประเภทดังกล่าวเป็นครั้งแรก ซึ่งจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ทางทหารของเลบานอนและสหราชอาณาจักรให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จะเยือนจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 12 ก.ย.66 ว่า นายชาร์ลส์ ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐฯ สังกัดพรรคเดโมแครต เตรียมนำวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน เยือนจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ใน ต.ค.66 โดยมีนาย Mike Crapo วุฒิสมาชิก สังกัดพรรครีพับลิกัน เป็นผู้นำคณะฝ่ายพรรครีพับลิกัน ทั้งนี้ ผู้นำวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการผลักดันร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกีดกันจีนและสนับสนุนไต้หวัน ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตจีน ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ยังไม่แสดงท่าทีต่อการเยือนจีนดังกล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกลุ่ม G7 ประณามรัสเซียที่จัดการเลือกตั้งในดินแดนของยูเครนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น เผยแพร่แถลงการณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกลุ่ม G7 (แคนาดา ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เยอรมนี สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และอิตาลี) และผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง (EU High Representative for Foreign Affairs and Security Policy) เมื่อ 12 ก.ย.66 ประณามรัสเซียที่จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นในดินแดนของยูเครนที่รัสเซียผนวกเข้ากับรัสเซียโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ได้แก่ แคว้นโดเนตสค์ (Donetsk) แคว้นเคอร์ซอน (Kherson) แคว้นลูฮันสค์ (Luhansk) แคว้นซาโปริซเซีย (Zaporizhzhia) และคาบสมุทรไครเมีย (Crimea) เนื่องจากละเมิดความเป็นอิสรภาพ อำนาจอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน รวมทั้งกฎบัตรสหประชาชาติ (United Nations Charter) โดยการกระทำดังกล่าวเป็นการปฏิบัติการเพื่อโฆษณาชวนเชื่อของรัสเซียที่มีเป้าหมายทำให้การผนวกดินแดนโดยมิชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ กลุ่ม G7 ย้ำว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงท่าทีต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน โดยจะยังคงให้ความช่วยเหลือทางการเงิน มนุษยธรรม ความมั่นคง และการทูตแก่ยูเครนต่อไปจนกว่าสถานการณ์ยุติ อีกทั้งจะไม่ยอมรับการผนวกดินแดนโดยมิชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ทุกประเทศไม่ให้การยอมรับเช่นกัน

ผู้นำรัสเซียคาดว่าประธานประเทศลาวจะเยือนรัสเซียในห้วงต้น ต.ค.66

  สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานเมื่อ 12 ก.ย.66 อ้างคำกล่าวของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ขณะหารือกับนางปานี ยาท่อตู้ รองประธานประเทศลาว ซึ่งเยือนรัสเซียเพื่อเข้าร่วมการประชุม Eastern Economic Forum (EEF) ครั้งที่ 8 ณ เมืองวลาดิวอสตอก โดยขอให้นางปานี ยาท่อตู้ แจ้งนายทองลุน สีสุดลิด ประธานประเทศลาว ถึงความปรารถนาดีของผู้นำรัสเซียและคาดหวังที่จะได้พบกับผู้นำลาวที่รัสเซียในต้น ต.ค.66 (ไม่มีรายละเอียด) พร้อมกับกล่าวว่าทั้งสองประเทศมีโอกาสที่ดีในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน ซึ่งรวมถึงความสัมพันธ์ทางทหาร