กัมพูชาเรียกร้องให้นานาประเทศปรับลดงบประมาณด้านการทหาร

สำนักข่าว AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 18 พ.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา ในพิธีจบการศึกษาของนักเรียน ในวันเดียวกัน เรียกร้องให้นานาประเทศปรับลดค่าใช้จ่ายด้านการทหารลงร้อยละ 50 และนำไปลงทุนในด้านสาธารณสุข และกิจการสังคม จะทำให้โลกดีขึ้น และหากนำไปลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนายาและเวชภัณฑ์ จะช่วยประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง สำหรับเรื่องสงครามรัสเซีย-ยูเครน นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวว่า สงครามจะไม่ยุติหากนานาประเทศยังคงสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่ยูเครน

ลาวระบุว่าการก่อสร้างสะพานมิตรภาพลาว-ไทย แห่งที่ 5 คืบหน้าแล้วร้อยละ 72

หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 18 พ.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนายไลทอง พมมะวง ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพลาว-ไทย แห่งที่ 5 (แขวงบอลิคำไซ – จ.บึงกาฬ) ระบุว่า การก่อสร้างสะพานมิตรภาพลาว-ไทย แห่งที่ 5 จนถึงสิ้น เม.ย.66 มีความคืบหน้าร้อยละ 72.17 และคาดว่าจะเปิดให้สัญจรได้ในปลายปี 2567 ทั้งนี้ รัฐบาลไทยและรัฐบาลลาวเห็นพ้องการก่อสร้างโครงการดังกล่าวเมื่อปี 2562 และสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) ให้เงินกู้เพื่อก่อสร้างจำนวน 3,930 ล้านบาท สะพานมีความยาว 1,350 เมตร โดยอยู่ในฝั่งไทย 410 เมตร และฝั่งลาว 130 เมตร

ลาวระบุว่า เศรษฐกิจจะเติบโตร้อยละ 4.5 ในปี 2566

หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์รายงานเมื่อ 18 พ.ค.66 อ้างรายงานของสถาบันวิทยาศาสตร์เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติลาว  คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจลาวจะเติบโตร้อยละ 4.5 ในปี 2566 เนื่องจากจีนเปิดประเทศและการเปิดบริการรถไฟลาว-จีนข้ามแดน เมื่อ 13 เม.ย.66 ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะส่งเสริมการค้า การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ของลาว อย่างไรก็ตาม ลาวยังคงเผชิญกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจ อาทิ ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง หนี้สาธารณะสูง เงินกีบอ่อนค่า และแรงงานลาวหลั่งไหลไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลลาวจะต้องเร่งแก้ปัญหาดังกล่าวเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ รายงานดังกล่าวยังเปิดเผยการเติบโตของภาคส่วนต่าง ๆ ในปี 2566 ด้วยว่า ภาคบริการจะเติบโตที่ร้อยละ 4.8 ภาคการเกษตรจะเติบโตที่ร้อยละ 3.5 และภาคอุตสาหกรรมจะเติบโตที่ร้อยละ 4.6 ซึ่งจะส่งเสริมให้ลาวเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค และใช้ประโยชน์จากรถไฟลาว-จีน เพื่อเพิ่มการผลิตเชิงพาณิชย์ และการส่งออก

ติดตามการประชุม G7 ที่ จ.ฮิโรชิมะ ญี่ปุ่น | The Intelligence Updates 18/05/2023

 พบกับรายการ The Intelligence Updates อัปเดตสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าสนใจ ซึ่งเราจะรวบรวมสถานการณ์น่าสนใจทั่วทุกมุมโลกมาอัปเดตให้ท่านผู้ฟังแบบเรียลไทม์ วันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่อง “ติดตามการประชุม G7 ที่ จ.ฮิโรชิมะ ญี่ปุ่น”

อัฟกานิสถานยังคงเป็นประเทศที่ประสบวิกฤตทางด้านมนุษยธรรมมากที่สุด

เว็บไซต์ สำนักข่าว Khaama Press ของอัฟกานิสถาน รายงานเมื่อ 15 พ.ค.66 อ้างถ้อยแถลงขององค์กร Human Rights Watch (HRW) ว่า อัฟกานิสถานยังคงเป็นประเทศที่ประสบกับวิกฤตทางด้านมนุษยธรรมมากที่สุด ซึ่ง 2 ใน 3 ของชาวอัฟกันประสบกับสภาวะความไม่มั่นคงทางอาหาร เฉพาะอย่างยิ่งเด็กและสตรี โดยเด็กจำนวน 875,000 คน กำลังเผชิญกับภาวะทุพโภชนาการเฉียบพลัน พร้อมระบุว่า สหประชาชาติ (United Nations-UN) กำลังต่อสู้กับสองแนวรบในเวลาเดียวกันคือ การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องกดดันรัฐบาลตอลิบันให้ยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ทร.ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพฝึกผสมพหุภาคีกองทัพเรืออาเซียน ครั้งที่ 2

หนังสือพิมพ์ Manila Bulletin ของฟิลิปปินส์ รายงานเมื่อ 16 พ.ค.66 อ้างถอยแถลงของ น.อ. Benjo Nengranza โฆษกกองทัพเรือฟิลิปปินส์ ว่ากองทัพเป็นเจ้าภาพการฝึกผสมพหุภาคีกองทัพเรืออาเซียน ครั้งที่ 2 (2nd ASEAN Multilateral Naval Exercise-AMNEX) ระหว่าง 13-14 พ.ค.66 ที่น่านน้ำ จ.Zambales และ จ.Bataan บนเกาะลูซอนของฟิลิปปินส์ โดยมีกองทัพเรืออาเซียน 6 ประเทศ (อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม บรูไน และไทย) ส่งเรือรบเข้าร่วมการฝึก การฝึกประกอบด้วยการซ้อมรบร่วมในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (Humanitarian Assisstance and Disaster Relief Operation – HADR) การค้นหาและช่วยเหลือเรือที่ประสบภัย (Maritime Search and Rescue…

กัมพูชาอาจเลื่อนทดสอบการบินท่าอากาศยานนานาชาติ Dara Sakor จ.เกาะกง

หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ รายงานเมื่อ 15 พ.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนางมิถุนา ภูทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดเกาะกง กัมพูชาว่า กัมพูชาอาจเลื่อนทดสอบการบินท่าอากาศยานนานาชาติ Dara Sakor จ.เกาะกง เนื่องจากการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ด้านนาย Sinn Chanserey Vutha รัฐมนตรีช่วย/โฆษกสำนักเลขาธิการการบินพลเรือนกัมพูชา (State Secretariat of Civil Aviation-SSCA) กล่าวว่า ผู้พัฒนาโครงการยังติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยในการบินพลเรือนไม่สมบูรณ์ แต่คาดหวังให้เปิดบริการท่าอากาศยานได้ในเร็ววัน เพื่ออำนวยความสะดวกการเดินทางระหว่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งเที่ยวบินตรงระหว่างจีน-กัมพูชา ทั้งนี้ กัมพูชาพัฒนาท่าอากาศยานดังกล่าวเพื่อเป็นปลายทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่หรูหรา (luxury eco-tourism destination) คาดว่ามีมูลค่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ฟิลิปปินส์ช่วยเหลือเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ในเมียนมา

สำนักข่าว CNN Philippines รายงานเมื่อ 16 พ.ค.66 อ้างการเปิดเผยของทำเนียบประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ว่า ชาวฟิลิปปินส์ 6 คน (ผู้หญิง 4 คน และชาย 2 คน) ซึ่งเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์เมียนมา เดินทางกลับถึงฟิลิปปินส์แล้วตั้งแต่ 11 พ.ค.66 โดยชาวฟิลิปปินส์ถูกหลอกลวงผ่านทางสื่อออนไลน์ให้มาทำงานฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ในไทย แต่เมื่อเดินทางถึงไทย ทั้งหมดถูกยึดหนังสือเดินทางและทรัพย์สิน จากนั้นถูกส่งไปเมืองเมียวดี เมียนมา เพื่อบังคับทำงานเกี่ยวกับการหลอกลวงเรื่องความรักและการลงทุนสกุลเงินดิจิทัล เหยื่อดังกล่าวติดต่อผ่านทางสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจฟิลิปปินส์ในไทย ซึ่งประสานความช่วยเหลือและแนะนำการหลบหนี จนสามารถข้ามแม่น้ำมาทางแม่สอด จ.แม่ฮ่องสอน เดินทางต่อมากรุงเทพฯ และได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางกลับฟิลิปปินส์ในที่สุด

สหรัฐฯ เตือนปากีสถานแนวโน้มการยกระดับความรุนแรงสถานการณ์การเมืองภายใน

เว็บไซต์ สำนักข่าว Khaama Press ของอัฟกานิสถาน และเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Pakistan Today รายงานเมื่อ 15 พ.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนาย Zalmay Khalilzad อดีตผู้แทนสหรัฐฯ รับผิดชอบกิจการอัฟกานิสถาน กรณีมีข่าวลือว่า ทางการปากีสถานจะจับกุมนาง Bushra Begum ภริยาของนายอิมราน ข่าน อดีตนายกรัฐมนตรี และออกกฎหมายกักขังนายอิมราน เพื่อยกระดับสถานการณ์ทางการเมืองให้รุนแรงขึ้นแทนที่จะปล่อยให้สถานการณ์คืนสู่ความสงบ โดยถ้อยแถลงระบุว่า หากข่าวลือดังกล่าวเป็นจริง ถือเป็นการกระทำที่ประมาท พร้อมย้ำว่าผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบันควรลาออกและทางการควรรีบกำหนดวันเลือกตั้ง นอกจากนี้ ยังขอให้ชาวปากีสถานเข้ามามีส่วนร่วมในการคลี่คลายสถานการณ์โดยปราศจากการใช้ความรุนแรง ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นภายหลังเกิดเหตุจับกุมนายอิมราน ซึ่งส่งผลให้เกิดเหตุประท้วงรุนแรงในหลายพื้นที่ ขณะที่รัฐมนตรีมหาดไทยของปากีสถาน ระบุว่าผู้ที่จะถูกจับอย่างแน่นอนคือนายอิมราน ไม่ใช่ภริยา

กห.อินเดียประกาศห้ามนำเข้าสินค้าทางทหารเพื่อสนับสนุนผู้ผลิตภายในประเทศ

เว็บไซต์ Hindustan Times รายงานเมื่อ 14 พ.ค.66 อ้างแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมอินเดียในวันเดียวกัน ระบุว่า อินเดียประกาศห้ามนำเข้าสินค้าทางทหารจำนวน 928 รายการ เฉพาะอย่างยิ่งชิ้นส่วนของเครื่องบิน Sukhoi-30, Jaguar และเครื่องบินฝึกบิน Hindustan Turbo Trainer-40 (HTT-40) ชิ้นส่วนระบบปืนบนเรือรบ เรือดำน้ำ และรถถัง มูลค่ารวมกว่า 86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ห้วง ธ.ค.66 – ธ.ค.72 เพื่อสนับสนุนให้กองทัพอินเดียจัดหาสินค้าดังกล่าวจากผู้ผลิตภายในประเทศ กระตุ้นการวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์ ส่งเสริมนโยบายพึ่งพาตนเองทางการทหารให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เอื้อให้อินเดียบรรลุเป้าหมายเป็นฐานการผลิตยุทโธปกรณ์ที่สำคัญของโลก ก่อนหน้านี้ กระทรวงกลาโหมอินเดียประกาศห้ามรูปแบบดังกล่าวแล้ว 3 ครั้ง เมื่อ ธ.ค.64, มี.ค.65 และ ส.ค.65 ตามลำดับ ครอบคลุมสินค้าทางทหารกว่า 2,500 รายการ ส่งผลให้ภาคเอกชนอินเดียประสบความสำเร็จในการพัฒนาชิ้นส่วนยุทโธปกรณ์แล้วว่า 1,200 ชนิด