กระแสนิยมการบริโภคโปรตีนและทางเลือกใหม่เพื่อความอยู่รอด

ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของ “อาหาร 5 หมู่” เป็นสิ่งที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เด็ก เรารู้หลักการที่ว่า อาหารที่จำเป็นต่อร่างกายในการดำเนินชีวิต ได้แก่ แป้งที่ให้คาร์โบรไฮเดรต เนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีน น้ำที่เป็นองค์ประกอบหลักของร่างกาย ผักผลไม้ที่ให้แร่ธาตุและวิตามิน และไขมัน ดังนั้นการรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่นี้จะทำให้ร่างกายแข็งแรง…แต่ว่า!! หลักการนี้ยังเป็นจริงอยู่หรือไม่ เมื่อสังคมมีค่านิยมเรื่อง “สุขภาพที่แข็งแรง” แตกต่างกันไป ทุกวันนี้มีอาหารหมู่ “โปรตีน” กำลังได้รับความสำคัญมากขึ้นเป็นพิเศษ ถ้าหากกวาดตาดูผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่วางขายในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า โปรตีนแบบผงเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะสกัดมาจากนมหรือพืช ส่วนหนึ่งเพราะความต้องการบริโภคโปรตีนเพิ่มมากขึ้น ตามค่านิยม Beauty Standard หรือการสร้างรูปร่างให้สวยงามตามมุมมองของคนในปัจจุบัน ซึ่งมีเทรนด์สร้างกล้ามเนื้อให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น ค่านิยมนี้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ธุรกิจสถานที่ออกกำลังกายมากขึ้นและกระจายตัวไปหลายสาขา จนทำให้บริการ Fitness Center สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 12,000 ล้านบาท ……..แต่เมื่อการออกกำลังกายอย่างเดียว ไม่สามารถทำให้ร่างกายสมส่วนได้รวดเร็วอย่างที่หวัง เพราะต้องควบคุมการบริโภคควบคู่ไปด้วย ทำให้เกิดค่านิยมในการบริโภคอาหารเพื่อให้ได้ร่างกายที่สมส่วนตามมาหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคแบบ IF, Ketogenic diet หรือ calories calculator รวมไปถึงการกำหนดสารอาหารที่กิน ซึ่งจะต้องเหมาะสมกับสภาวะการสร้างกล้ามเนื้อของร่างกาย โดยมีแนวคิดที่ว่า….การมีกล้ามเนื้อมัดใหญ่นั้นจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันในร่างกายได้ดีกว่า ดังนั้นผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักจึงต้องกินโปรตีนเข้าไปด้วยควบคู่กับการออกกำลังกาย …แนวคิดดังกล่าวจึงทำให้นักออกกำลังกายทั้งหลายต้องแสวงหาวิธีการรับโปรตีนเข้าสู่ร่างกายให้มากขึ้น…

“นากาแลนด์” ผลพวงเส้นแบ่งเขตแดนที่ผิดเพี้ยน

นากาแลนด์เป็นรัฐเล็กๆ และห่างไกลที่สุดของอินเดีย ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ โดย ”นากา-Naga” เป็นชื่อที่เรียกกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ตามที่ราบสูงบริเวณเชิงเขาหิมาลัยในอินเดียและเมียนมา เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ประกอบด้วยกลุ่มย่อยอีกหลายสิบเผ่า และนากาในภาษาเมียนมาแปลว่าคนที่เจาะรูหู กับว่ากันว่าวัฒนธรรมการตัดหัวศัตรูคือเอกลักษณ์ของชนเผ่าในกลุ่มชาติพันธุ์นี้ด้วย เดิมชาวนากาเป็นอิสระไม่ขึ้นตรงกับใคร จนกระทั่งต้นศตวรรษที่ 19 กษัตริย์เมียนมาในเวลานั้นสามารถยึดครองดินแดนของชาวนากามาอยู่ใต้ปกครองได้สำเร็จ ต่อมาจักรวรรดิอังกฤษยึดครองรัฐอัสสัมของอินเดียได้จึงแผ่อิทธิพลเข้ามายังชาวนากาด้วย คริสต์ศาสนาที่เจ้าอาณานิคมนำมาเผยแพร่ส่งผลให้ชาวนากาปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิต จนในวันที่อินเดียประกาศเป็นเอกราชจากอังกฤษ นากาแลนด์ซึ่งยังเป็นส่วนหนึ่งของรัฐอัสสัมก็มีความพยายามต่อสู้เพื่อแยกตัวเป็นเอกราช ……..แต่ก็ไม่ประสบผลและในที่สุดแล้วพวกเขาได้แค่สถานะรัฐหนึ่งในอินเดียเมื่อ 1 ธันวาคม 2506 ที่สำคัญ..เส้นแบ่งเขตแดนที่อังกฤษกำหนดได้ส่งผลให้ชาวนากาถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนใหญ่กลายเป็นชาวอินเดียในรัฐนากาแลนด์ และอีกส่วนราวๆ 40,000 คน กลายเป็นชนกลุ่มน้อยในเมียนมา ซึ่งวิธีการแบ่งแยกโดยเจ้าอาณานิคมส่งผลกระทบต่อชีวิตของชาวนากามาจนถึงปัจจุบัน ไม่เฉพาะต้องพลัดพรากจากพี่น้องร่วมสายเลือด แต่คุณภาพชีวิตยังต่างกันเป็นอย่างมาก อาทิ การศึกษา ระบบขนส่งมวลชน และระบบสาธารณสุข เป็นต้น ชาวนากาในอินเดียแม้จะยากจนแต่ชีวิตไม่ได้แย่มากเมื่อเทียบกับชาวนากาในเมียนมา เมืองดีมาปูร์เป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของรัฐนากาแลนด์ถูกคาดหวังให้เป็นศูนย์กลางทางการค้าของอินเดียตะวันออก แต่เมื่อข้ามไปอีกฝั่งชาวนากาในเมียนมายังคงมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ถนนหนทางเป็นดินลูกรัง โดยเฉพาะเวลาเจ็บป่วยจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลซึ่งใกล้ที่สุดยังคงต้องเดินทางหลายวัน ดังนั้นชาวนากาจึงต้องรอคอยพึ่งพาคณะแพทย์สัญจรที่จะรักษาผู้ป่วยตามหมู่บ้าน โดยก่อนหน้านี้ชาวนากาในเมียนมาใช้วิธีข้ามพรมแดนไปรักษาตัวในดินแดนนากาของอินเดีย ซึ่งทำได้ง่ายกว่าเดินทางไปโรงพยาบาลหรือรอคณะแพทย์สัญจร แต่ในห้วงการเกิดโรคไวรัสโควิด 19 ระบาดหนักที่ผ่านมา ส่งผลให้ด่านพรมแดนถูกปิดตาย ชาวนากาจึงทำได้เพียงรอคณะแพทย์สัญจร โดยไม่ทราบว่าเมื่อไหร่คณะแพทย์สัญจรจะเวียนมายังหมู่บ้านอีกครั้ง ……..ชีวิตที่ยากลำบากแสนเศร้าถูกแบ่งแยกด้วยเส้นเขตแดนที่ผิดเพี้ยนมายาวนาน โดยไม่มีโอกาสได้เลือก ที่ผ่านมาชาวนากาในเมียนมาก็พยายามต่อสู้ด้วยการจัดตั้งพรรคการเมือง เพื่อหวังสร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่ดีขึ้นและรวมผืนดินแดนนากาเข้าไว้ด้วยกัน…

เยอรมนีเตือนรัสเซียอย่าใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการสู้รบกับยูเครน

สำนักข่าว Anadolu Agency รายงานอ้างถ้อยแถลงของ นาย Olaf Scholz นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เมื่อ 6 พ.ค.67 เตือนรัสเซียไม่ให้ใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการสู้รบกับยูเครน พร้อมเสริมว่า การรุกรานของรัสเซียต่อยูเครนเป็นความผิดพลาด โดยไม่สามารถทำให้ยุโรปแตกแยกหรือทําให้ NATO อ่อนแอลงได้ แต่กลับให้ผลตรงกันข้าม ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นภายหลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ประกาศว่าจะดําเนินการฝึกซ้อมที่เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี เพื่อตอบโต้ผู้นําระดับสูงของยุโรปที่แสดงการสนับสนุนทางทหารแก่ยูเครนจนแข็งแกร่งขึ้น

รัสเซียระบุการจับกุมทหารอเมริกันที่วลาดิวอสต็อกไม่เกี่ยวข้องกับการจารกรรมหรือการเมือง

  สำนักข่าว Tass รายงานเมื่อ 7 พ.ค.67 อ้างแถลงของกระทรวงการต่างประเทศ(กต.)รัสเซีย ระบุว่า ตามที่  NBC News ของสหรัฐฯ รายงานการจับกุม จ.ส.ต. Gordon Black ทหารอเมริกัน เมื่อ 2 พ.ค.67 นั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาคดีในข้อหาลักทรัพย์ ขณะเดินทางท่องเที่ยวและเยี่ยมแฟนสาวชาวรัสเซียที่เมืองวลาดิวอสต็อก หลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติภารกิจในเกาหลีใต้ ในชั้นนี้ทราบว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีอาชญากรรมไม่เกี่ยวข้องกับการจารกรรมหรือการเมือง ด้วยเหตุนี้ กต.รัสเซีย จึงไม่ได้ติดตามคดีของพลเมืองสหรัฐฯ ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ขณะที่หน่วยราชทัณฑ์งดแสดงความเห็นเกี่ยวกับการคุมขังพลเมืองสหรัฐฯ โดยอ้างวัตถุประสงค์ในการสืบสวน อย่างไรก็ดี สำนักงานตำรวจประจำภูมิภาคจะเปิดเผยรายละเอียดคดีในภายหลัง

ประธานาธิบดีรัสเซียจะพบปะกับผู้นำลาวและผู้นำกินี-บิสเซาใน 9 พ.ค.67

สำนักข่าว Tass รายงานเมื่อ 6 พ.ค.67 อ้างการให้สัมภาษณ์สื่อของนาย Yury Ushakov ที่ปรึกษาประธานาธิบดีรัสเซียด้านนโยบายต่างประเทศว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน จะพบปะกับ ดร.ทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศลาว และประธานาธิบดี Umaro Sissoco Embalo ของกินี-บิสเซา ใน 9 พ.ค.67 โดยระบุถึงผู้นำลาวว่าสำเร็จการศึกษาสถาบันฝึกหัดครูจากนครเลนินกราด (เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก) และสามารถพูดภาษารัสเซียได้ เป็นมิตรที่รัสเซียไว้วางใจมาอย่างยาวนาน ทั้งสองประเทศมีประเด็นหารือมากมาย เฉพาะอย่างยิ่งมุมมองที่ใกล้ชิดเกี่ยวกับประเด็นระหว่างประเทศ และการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างแข็งขัน ส่วนผู้นำกินี-บิสเซา ซึ่งเคยเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2565 และเข้าร่วมประชุมสุดยอดรัสเซีย-แอฟริกา ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2566 มีความสัมพันธ์ระดับผู้นำใกล้ชิด ส่วนการพบปะครั้งนี้มีแผนจะพิจารณาเพิ่มความร่วมมือทวิภาคีในด้านการค้าและเศรษฐกิจ

นายทักษิณ ชินวัตร อดีต นรม. พบหารือกับผู้แทนชนกลุ่มน้อยและกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา

  สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 6 พ.ค.67 ว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พบกับผู้แทนกองกำลังชนกลุ่มน้อยเมียนมาได้แก่ องค์กรแห่งชาติคะฉิ่น (Kachin National Organization-KNO/มีสำนักงานอยู่ในไทย) พรรคก้าวหน้าแห่งชนชาติคะยา (KNPP) สหภาพแห่งชนชาติกะเหรี่ยง (KNU) และผู้แทนรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ห้วงกลาง มี.ค.67 และพบกับ พล.อ.เจ้ายอดศึก ประธานสภากอบกู้รัฐฉาน (RCSS) เมื่อ เม.ย.67 เพื่อหารือแนวทางแก้ไขสถานการณ์ในเมียนมา ขณะที่ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีต่างประเทศแถลงเมื่อ 7 พ.ค.67 ว่า นายทักษิณเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้นำทั้งฝ่ายทหารและชนกลุ่มน้อยในเมียนมา การดำเนินการดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนบุคคลและไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลไทย ส่วนรัฐบาลไทยจะเน้นดำเนินการตามกลไกอาเซียน และยึดมั่นตามฉันทามติอาเซียน โดยเฉพาะการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เมียนมา

เที่ยวชมจุดสำคัญในอนุสรณ์สถานเพิร์ล ฮาเบอร์ สหรัฐอเมริกา

   ชวนไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานเพิร์ล ฮาเบอร์ จุดเริ่มต้นที่อเมริกาก้าวเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมแนะนำจุดสำคัญที่ไม่ควรพลาด กับ The Intelligence พาเที่ยว

ไขปมปัญหาโครงการ Forest City เมืองร้างในมาเลเซีย

   ไขปมปัญหาโครงการ Forest City ของมาเลเซีย ทำไมจึงกลายเป็น “เมืองร้าง” แทนจะเป็น “เมืองในฝัน” ในประเทศแห่งนี้?! สาเหตุมาจากการบริหารที่ไม่มีประสิทธิภาพ หรือผู้ถือหุ้นอย่างจีนเทโครงการนี้ไปแล้ว? ร่วมกันไขปริศนาและถอดบทเรียนด้วยกันใน The Intelligence Podcast

อิสราเอลโจมตีเมือง Rafah การเจรจายังไม่บรรลุผล สื่อมวลชนเผชิญภัยคุกคาม

การปฏิบัติการทางทหารของกองทัพอิสราเอลในฉนวนกาซายังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการเจรจาหยุดยิงชั่วคราวที่อียิปต์ โดยกองทัพอิสราเอลเริ่มการบุกโจมตีเมือง Rafah อย่างแข็งกร้าว ส่งผลกระทบต่อชาวปาเลสไตน์จำนวนมากที่อยู่ในพื้นที่ แม้จะมีประกาศแจ้งเตือนก่อนการโจมตี แต่คาดว่าไม่ทันเวลา ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 34,600 คน

The Intelligence Weekly Review 05/05/2024

The Intelligence Weekly Review นำเสนอความเคลื่อนไหวประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นรอบโลกในแต่ละภูมิภาคให้ท่านผู้ฟังรู้ทันเหตุการณ์ เห็นความสำคัญ และนำมุมมองของเราไปใช้ประโยชน์กันต่อไป