ไปดูจุดเริ่มต้นสภาพรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่เซี่ยงไฮ้

   รู้ไหมสภาพรรคคอมมิวนิสต์จีนประชุมครั้งแรกที่ไหน!? Int พาเที่ยวจะพาไปดูจุดเริ่มต้นที่สำคัญของประวัติศาสตร์การเมืองจีน ที่มหานครเซี่ยงไฮ้ เมืองใหญ่ที่ไม่ได้มีแค่แหล่งชอปปิ้งหรือย่านเศรษฐกิจเท่านั้น #เซี่ยงไฮ้ #พรรคคอมมิวนิสต์จีน #Shanghai #Xintianti #เที่ยวจีน

ความไม่เท่าเทียมในอเมริกาที่สะท้อนผ่านภาพยนตร์

   กระแสการเมืองอเมริกากำลังมาแรง Podcast ตอนที่ 169 จึงขอ ชวนทำความรู้จักปัญหาสังคมอเมริกันบางส่วน ผ่านภาพยนตร์ที่สะท้อนความไม่เท่าเทียม …เรื่องนี้ยังเป็นปัญหาจนถึงปัจจุบันได้อย่างไร? แชร์ความเห็นกันได้เลยครับ #อเมริกา #ความไม่เท่าเทียม #ภาพยนตร์ #ปัญหาสังคม #USA

The Intelligence Weekly Review 28/07/2024

The Intelligence Weekly Review นำเสนอความเคลื่อนไหวประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นรอบโลกในแต่ละภูมิภาคให้ท่านผู้ฟังรู้ทันเหตุการณ์ เห็นความสำคัญ และนำมุมมองของเราไปใช้ประโยชน์กันต่อไป

ยุทธศาสตร์เครื่องประดับกับความมั่นคงทางทะเลของสองยักษ์ใหญ่แห่งเอเชีย

ไม่เพียงต้องแข่งขันกับโลกตะวันตก ….จีนยังต้องต่อสู้กับเพื่อนบ้านยักษ์ใหญ่ที่มีพรมแดนติดกัน เช่น อินเดีย ที่มีกรณีพิพาทเขตแดนทางบก และต่างมุ่งขยายอิทธิพลทางทะเล เฉพาะอย่างยิ่งในมหาสมุทรอินเดีย และยิ่งเข้มข้นขึ้นหลังจีนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Belt & Road Initiative (BRI) ในหลายประเทศและภูมิภาค ซึ่งไม่เพียงแต่สหรัฐฯ ที่หวั่นไหวกับการรุกออกนอกประเทศของจีน จนเร่งผลักดันความร่วมมือกับพันธมิตรและประเทศน้อยใหญ่ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก อินเดียก็หวั่นเกรงไม่น้อยกับความพยายามโอบล้อมอินเดียของจีนผ่านโครงการพัฒนาและปรับปรุงท่าเรือให้ประเทศริมชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย แม้ที่ผ่านมาไม่มีการเรียกชื่อยุทธศาสตร์ทางทะเลของจีนในมหาสมุทรอินเดียอย่างเป็นทางการ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคนคงคุ้นหูด้วยศัพท์บัญญัติของนักวิชาการและสื่อมวลชนตะวันตกว่า…. ยุทธศาสตร์สร้อยไข่มุก หรือ String of Pearls เนื่องจากการสนับสนุนการสร้างและพัฒนาท่าเรือให้ประเทศริมชายฝั่งมหาสมุทรอินเดียกลายเป็นหมุดหมายของจีนในการเคลื่อนไหวทางทะเล ซึ่งกระตุ้นให้อินเดียวิตกกังวลเพิ่มขึ้นทุกทีถึงการขยับเข้าใกล้ของจีน จนนำไปสู่การริเริ่ม……..ยุทธศาสตร์สร้อยเพชร หรือ Necklace of Diamonds ที่มีการเอ่ยอ้างขึ้นครั้งแรกโดยนาย Lalit Mansingh อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศอินเดียเมื่อสิงหาคม 2554 จีนปักหมุดเม็ดไข่มุกตามที่บรรดาชาติตะวันตกเรียก กินพื้นที่ประเทศที่อยู่ริมชายฝั่งตั้งแต่ต้นถึงปลายมหาสมุทรอินเดีย เช่น เมียนมา บังกลาเทศ มัลดีฟส์ ศรีลังกา ปากีสถาน เซเชลล์ และจิบูตี และช่องแคบทางยุทธศาสตร์ ทั้งฮอร์มุซ มะละกา และลอมบอก การรุกขยายความร่วมมือและช่วยเหลือประเทศเหล่านี้ในการพัฒนาท่าเรือและฐานทัพ แม้ทั้งจีนและประเทศผู้รับยืนยันตรงกันว่าเพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ แต่ไม่อาจลดความเคลือบแคลงให้ประเทศคู่แข่งขันหรือมีข้อพิพาทกับจีนทั้งทางตรงและทางอ้อมว่า…..จะไม่มีการเข้าใช้ประโยชน์ด้านการทหาร โดยเฉพาะอินเดียที่เดิมนิ่งนอนใจจนเหมือนจะเฉยชากับการกระชับความสัมพันธ์ประเทศเพื่อนบ้านที่ล้วนเป็นประเทศริมชายฝั่งเนื่องจากมั่นใจว่าพื้นที่แถบนี้เป็นเขตอิทธิพลของตนเอง…

ทำไมเกาหลีจึงแบ่งแยกดินแดนและความคิด

         การแบ่งแยกดินแดนบนคาบสมุทรเกาหลีเป็นเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ในปัจจุบันนี้ อาจกล่าวได้ว่าเป็นผลพวงของการแข่งขันอิทธิพล อำนาจและแย่งชิงผลประโยชน์เป็นระยะๆมายาวนานของจีน ญี่ปุ่น รัสเซีย รวมถึงสหรัฐอเมริกา ตลอดจนผลจากความแตกต่างทางความคิดของผู้นำทางการเมือง……… ทั้งนี้…..เมื่อปี ค.ศ. 1864 พระเจ้าโกจง แห่งราชวงศ์โซซอน ที่ครองราชย์ด้วยวัยเพียง 11 พรรษา ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางประวัติศาสตร์อย่างมาก แม้ว่าจะมีพระราชินีมินจายองเป็นผู้สำเร็จราชการแทนหลังบัลลังก์ แต่ก็ทำให้ราชสำนักขณะนั้นต้องเผชิญกับความท้าทายจาก 3 มหาอำนาจ คือ จีน ญี่ปุ่น และรัสเซีย โดยความสัมพันธ์ของเกาหลีกับจีนอยู่ในแบบบรรณาการ ที่รับปากกันว่าเมื่อเกาหลีเกิดความวุ่นวายจีนต้องเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้ญี่ปุ่นไม่พอใจเนื่องจากญี่ปุ่นต้องการเข้ามามีอิทธิพลในเกาหลี สงครามระหว่างจีนและญี่ปุ่นจึงเริ่มขึ้นช่วง ค.ศ.1894-1895 ซึ่งตอนนั้นญี่ปุ่นเป็นฝ่ายชนะ ทำให้เกาหลีหลุดลอยไปจากอำนาจของจีน แต่สงครามก็ยังไม่จบเพราะในปี ค.ศ.1910 ญี่ปุ่นรุกหนักมากจนสามารถเอาชนะกองทัพรัสเซียได้ ทำให้ญี่ปุ่นยึดครองเกาหลีมาเป็นอาณานิคมได้อย่างเป็นทางการ จากนั้นได้ปลดพระเจ้าโกจงออกจากราชบัลลังก์  และสถาปนาพระเจ้าซุกจงซึ่งเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าโกจงเป็นจักรพรรดิเกาหลี แต่เพียงแค่ในนามเพราะว่าข้าหลวงใหญ่ของญี่ปุ่นต่างหากที่เป็นผู้ครองเกาหลี แต่แล้วในปี ค.ศ. 1945 ญี่ปุ่นก็แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม เกาหลีจึงได้รับเอกราชตามคำประกาศของฝ่ายสัมพันธมิตร ทำให้เกาหลีถูกแบ่งแยกออกเป็น 2 เขตการยึดครอง คือเขตการยึดครองของโซเวียตและเขตยึดครองของสหรัฐฯ โดยมีเส้นขนานองศาที่ 38…

จักรพรรดิกวงสู : จักรพรรดิหัวสมัยใหม่ที่สุดเท่าที่จีนเคยมี

          เมื่อคริสต์ศักราช 1898 ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในจักรวรรดิจีน ถือเป็นปีสำคัญที่ฮ่องเต้กวงสู จักรพรรดิของประเทศจีนได้เริ่มการปฏิรูปรื้อระบบและโครงสร้างของอำนาจการบริหารประเทศ ท่ามกลางสังคมที่มีระเบียบแบบแผนตามคติขงจื้ออันมีสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับอำนาจและผลประโยชน์มหาศาลของชนทุกชั้น ก่อนที่การปฏิรูปดังกล่าวจะถูกยกเลิกด้วยการรัฐประหารยึดอำนาจจักรพรรดิโดยพระนางซูสีไทเฮา โดยมีช่วงเวลาแห่งการปฏิรูปการปกครองรูปแบบใหม่เพียง 103 วัน (ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน –21 กันยายน) จักรพรรดิกวงสูได้มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์การปฏิรูป พระองค์ขึ้นครองราชย์ในขณะที่มีพระชนม์เพียง 3 พรรษา จึงมีพระนางซูสีและพระนางซูอันเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จนภายหลังจากที่จักรพรรดิบรรลุนิติภาวะ ก็เริ่มดำเนินพระราชกรณียกิจด้วยตัวพระองค์เอง แต่กระนั้นพระนางซูสียังคงดึงอำนาจในการตัดสินพระทัยและดำเนินกรณีกิจแทนองค์จักรพรรดิอยู่เสมอ            พระองค์มีหัวสมัยใหม่และมีความสนใจใคร่รู้ ในช่วงที่มีการดำเนินการวางแผนการปฏิรูป จักรพรรดิกวงสูได้มีบรรดานักคิดคนสำคัญคอยช่วยเหลือเสนอแนวคิด ซึ่งได้แก่ คังโหย่วเว่ย เหลียงฉีเฉา ถานซื่อถง และนักคิดหลักอีก 4 ท่านที่ช่วยกันทำให้การปฏิรูปนี้เป็นรูปร่างขึ้นมาได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาประเทศจีนให้มีความก้าวหน้าทัดเทียมอารยธรรมตะวันตกและต้องการจะเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศเพื่อให้จีนรอดพ้นภัยที่ชาติมหาอำนาจคุกคาม ดังนั้นบทบาทของจักรพรรดิกวงสูจึงมีความสำคัญต่อประเทศจีนอย่างมาก และอาจเรียกได้ว่าเป็นผู้ปฏิรูปจีนคนแรก ๆ ที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก จึงอยากจะแนะนำให้ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์และการพัฒนาของประเทศจีน เข้าใจบทบาทของอดีตผู้นำจีนคนนี้ และศึกษารูปแบบแนวคิดการปฏิรูปจากอดีตจักรพรรดิจีน ที่ทำให้เห็นพัฒนาการการปฏิรูปของประเทศจีน ที่มีทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลว    …

สิงคโปร์เสี่ยงจากการก่อการร้ายมากขึ้นจากเหตุขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ฮะมาส

หน่วยข่าวกรองในประเทศสิงคโปร์ (Internal Security Department-ISD) เปิดเผยรายงานการประเมินภัยคุกคามการก่อการร้ายของสิงคโปร์ เมื่อ 25 ก.ค.67 ระบุว่า ภัยคุกคามจากการก่อการร้ายในสิงคโปร์เพิ่มสูงขึ้นนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ เมื่อห้วง ต.ค.66 ถึงแม้ไม่พบสัญญาณการก่อเหตุในสิงคโปร์ในห้วงนี้ โดยกลุ่มก่อการร้ายต่าง ๆ รวมทั้ง กลุ่ม ISIS และกลุ่มอัลกออิดะฮ์ ใช้สถานการณ์ความขัดแย้งดังกล่าวเป็นเหตุจูงใจ สมาชิกใหม่ และเรียกร้องให้มุสลิมทั่วโลกโจมตีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอล สหรัฐฯ และชาติพันธมิตร ซึ่งสร้างผลกระทบต่อหลายประเทศ รวมถึงสิงคโปร์ โดยเฉพาะกระแสต่อต้านสิงคโปร์ที่เพิ่มขึ้นบนโซเชียลมีเดีย ในหมู่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในภูมิภาคที่มองว่าสิงคโปร์สนับสนุนอิสราเอล รวมถึงยังพบว่ามีกลุ่มหัวรุนแรงบางกลุ่มได้โพสต์ข้อความออนไลน์เพื่อยุยงให้สิงคโปร์ตกเป็นเป้าหมาย

สิงคโปร์และฟิลิปปินส์ ลงนาม MoU เกี่ยวกับความร่วมมือด้านกลาโหม

หนังสือพิมพ์ South China Morning Post รายงานเมื่อ 24 ก.ค.67 ว่า ในวันเดียวกันนี้ นายอึง เอ็น เฮน รัฐมนตรีกลาโหมสิงคโปร์ และนาย Gilberto Teodoro Jr. รัฐมนตรีกลาโหมฟิลิปปินส์ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เกี่ยวกับความร่วมมือด้านกลาโหม ที่สิงคโปร์ ในโอกาสครบรอบ 55 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ซึ่งจะเป็นกรอบกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ที่มีอยู่ และส่งเสริมความร่วมมือในด้านที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน เช่น การศึกษาทางทหาร การต่อต้านการก่อการร้าย รวมถึงส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงระหว่างประชาชนอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น ทั้งนี้ MoU ดังกล่าว ไม่ได้ระบุถึงปฏิบัติการฝึกร่วมกัน แต่จะเป็นการฝึกในรูปแบบจำลอง เพื่อตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมและภัยพิบัติทางธรรมชาติ

GCC และซาอุดีอาระเบียแสดงความยินดีต่อข้อตกลงผ่อนปรนความตึงเครียดระหว่างกลุ่มกบฎ Houthi และรัฐบาลเยเมน

เลขาธิการคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) และกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ออกแถลงการณ์ร่วม เมื่อ 24 ก.ค.67 แสดงความยินดีที่รัฐบาลเยเมน (ที่ได้ยอมรับจากนานาชาติ )กับกลุ่มกบฎชาวชีอะฮ์เผ่า Houthi ในเยเมน บรรลุข้อตกลงผ่อนปรนความตึงเครียดทางภาคการธนาคารและการบินระหว่างกัน โดย GCC และซาอุดีอาระเบียยืนยันสนับสนุนความพยายามสร้างสันติภาพและความมั่นคงในเยเมน พร้อมหวังว่าข้อตกลงครั้งนี้จะช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในเยเมน ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเยเมนใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการเงินกลุ่มกบฎ Houthi ด้วยการเพิกถอนใบอนุญาตและห้ามการทำธุรกรรมกับธนาคาร 6 แห่งในกรุงซานา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่ม Houthi ส่งผลให้กลุ่ม Houthi ตอบโต้ด้วยการยึดเครื่องบินและควบคุมเที่ยวบินจากกรุงซานาเพื่อกดดันรัฐบาลเยเมน

เงินกีบลาวอ่อนค่าต่อเนื่อง แม้รัฐบาลมีมาตรการรักษาเสถียรภาพเงินกีบ

หนังสือพิมพ์ Vientiane Times รายงานเมื่อ 23 ก.ค.67 อ้างข้อมูลจากธนาคารชาติลาว ว่า อัตราแลกเปลี่ยนเงินกีบลาว เมื่อ 22 ก.ค.67 อ่อนค่าต่อเนื่อง โดยอัตรารับซื้ออยู่ที่ 21,000 กีบ/ดอลลาร์สหรัฐ และ 597.6 กีบ/บาท ส่วนอัตราขายอยู่ที่ 22,000 กีบ/ดอลลาร์สหรัฐ และ 608.9 กีบ/บาท ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในประเทศสูง แม้รัฐบาลลาวมีมาตรการส่งเสริมการใช้เงินกีบ ขณะที่ภาคธุรกิจก็ให้ความร่วมมือโดยติดป้ายรับเฉพาะเงินกีบ ส่งผลให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวต้องแลกเงินสกุลต่างชาติเป็นเงินกีบเพื่อใช้จ่าย ก่อนหน้านี้เมื่อต้น ก.ค.67 นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีลาว ยังจัดตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อศึกษาและแก้ปัญหาค่าครองชีพและเงินเฟ้อสูง มีนาย Kongkeo Xaysongkham ประธานสถาบันวิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และสังคมแห่งชาติลาว เป็นประธาน