พายุไซโคลนบุกออสเตรเลีย : ภัยธรรมชาติที่ต้องรับมือ

  ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากพายุไซโคลนเป็นประจำ โดยเฉพาะในพื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน พายุไซโคลนที่พัดขึ้นฝั่งสามารถสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ และชีวิตของประชาชนภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและภาวะโลกร้อนยังเพิ่มโอกาสให้พายุไซโคลนมีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้รัฐบาลออสเตรเลียต้องลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้แข็งแรงขึ้น รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเตือนภัยและการให้ความรู้แก่ประชาชน ความสำคัญอีกประการหนึ่งคือด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากอุตสาหกรรมหลักของออสเตรเลีย เช่น การทำเหมืองแร่ การประมง และการท่องเที่ยว ล้วนพึ่งพาสภาพอากาศที่ปลอดภัย หากเกิดภัยพิบัติอย่างรุนแรง สิ่งเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง นอกจากนี้ การฟื้นฟูหลังพายุก็ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ทำให้การเตรียมพร้อมรับมือเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า ลักษณะของพายุไซโคลนในออสเตรเลีย พายุไซโคลนเขตร้อนมักก่อตัวในมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ โดยมีฤดูพายุหลักอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน พายุไซโคลนถูกจัดระดับความรุนแรงตั้งแต่ระดับ 1 (อ่อนที่สุด) ไปจนถึงระดับ 5 (รุนแรงที่สุด) พายุระดับสูงสุดสามารถทำให้เกิดลมกระโชกแรงมากกว่า 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ฝนตกหนักหลายร้อยมิลลิเมตร และทำแลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน คลื่นพายุซัดฝั่ง (storm surge) ซึ่งเป็นคลื่นขนาดใหญ่ที่เกิดจากแรงลมของพายุ อาจทำให้พื้นที่ชายฝั่งถูกน้ำทะเลท่วมอย่างรุนแรง ในเรื่องของผลกระทบของพายุไซโคลน เมื่อพายุไซโคลนขึ้นฝั่ง จะส่งผลกระทบในหลายด้าน  ได้แก่ ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน เช่น บ้านเรือน อาคาร ถนน และสะพานที่ไม่ได้ออกแบบให้ทนต่อแรงลมสูงได้รับความเสียหายอย่างหนัก นอกจากนี้ ฝนที่ตกหนักจากพายุอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม ส่งผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม อีกทั้งกระแสลมแรงยังอาจพัดเสาไฟฟ้าและเสาสัญญาณโทรศัพท์ล้มลง ทำให้ไฟฟ้าดับและการสื่อสารถูกตัดขาด…

วิกฤตละครไทย เมื่อคนไทยนิยมละครต่างประเทศ และรับอิทธิพลต่างชาติผ่านละคร

กว่าหลายทศวรรษที่ผ่านมา ละครโทรทัศน์ไทยนั้นเป็นสื่อบันเทิงอันทรงอิทธิพลที่สุดในสังคมไทยมายาวนานหลายปี คนไทยเติบโตมากับละครโทรทัศน์ซึ่งแทรกซึมเข้าไปในสายเลือดและจิตวิญญาณ เห็นได้จากข่าวบันเทิง วงสนทนาในสังคมไทย จะหนีไม่พ้นประเด็นกระแสละครและข่าวของศิลปินดาราไทย ที่มักจะเป็นหัวข้อหลักที่มีการพูดคุยสม่ำเสมอ รวมถึงการรับอิทธิพลจากละครมาเป็นแนวคิดในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น แฟชั่นการแต่งกาย การเลือกซื้อสินค้า คำพูดหรือวลีจากละคร เป็นต้น ละครไทยมีชื่อในด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและการท่องเที่ยวไทย สร้างความนิยมทั้งในประเทศไทยและดังไปไกลในหลายประเทศ เช่น เมียนมา ลาว กัมพูชา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และจีนแสดงให้เห็นถึงพลังของละครไทยในฐานะ Soft Power ส่งออกสื่อบันเทิง ต่อยอดให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศไทย สินค้าไทยอย่าง อาหาร ขนม เสื้อผ้า ของใช้ รวมถึงภาคบริการ ขายดีมากจากการที่แฟนคลับนิยมเที่ยวตามรอยละครไทย แต่ในอีกมุมหนึ่งละครไทยมักจะถูกแฟนคลับวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอว่ามีการนำเสนอเนื้อหาสื่อถึงความรุนแรงต่อร่างกาย จิตใจ เพศ และวาจา โดยเกิดจากปมขัดแย้งเรื่องความรักมากที่สุด ซึ่งส่งผลให้ละครไทยมีภาพลักษณ์ติดลบในสายตาสังคมไทย คนไทยดูละครไทยน้อยลง….อย่างไร?…ในประเทศไทย การประเมินจำนวนคนที่รับชมละครโทรทัศน์สำรวจโดยบริษัทวิจัยการตลาด The Nielsen Company (Thailand) หรือนีลเส็น โดยนำตัวเลขมาใช้อ้างอิงสำหรับการลงโฆษณาของสปอนเซอร์  ในปัจจุบันนีลเส็นมีการวัดเรตติ้งละครผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลไทยและต่างประเทศพบว่าตัวเลขการรับชมคอนเทนต์ผ่านระบบสตรีมมิ่งมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่เรตติ้งละครผ่านโทรทัศน์ไทยกลับน้อยลง นีลเส็นเปิดเผยข้อมูลเดือนตุลาคม 2566 ระบุว่า เรตติ้งจากการดูรายการผ่านโทรทัศน์มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ…

ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมบิมสเทคครั้งที่ 6 วันที่ 3-4 เมษายน 2568

การประชุมบิมสเทค (BIMSTEC) หรือ “ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ” (The Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2540 โดยมีไทยเป็นผู้ริเริ่ม ร่วมกับประเทศสมาชิก ได้แก่ บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เมียนมา เนปาล ศรีลังกา โดยเป็นกรอบที่เชื่อมเอเชียใต้เข้ากับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเป้าหมายในการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการในภูมิภาคอ่าวเบงกอล และเน้นการเชื่อมโยงในหลายมิติ อาทิ การค้า การลงทุน ความมั่นคง การเกษตร ความเชื่อมโยง และความยั่งยืน ในการประชุมบิมสเทคครั้งที่ 6 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ทางนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เตรียมความพร้อมในการให้การต้อนรับผู้นำและผู้แทนสมาชิกจาก 6 ประเทศได้แก่ 1.ศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนุส ประธานคณะที่ปรึกษารัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ 2.ดาโช เชริง โตบเกย์ นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน 3.นายนเรนทร…

ปัญหาข้อมูลสำคัญของรัฐบาลรั่วไหล กระทบความน่าเชื่อถือรัฐบาลสหรัฐฯ 

กรณีข้อมูลทางการทหารของสหรัฐฯ รั่วไหลที่เกิดจากการใช้แอฟพลิเคชัน Signal ส่งข้อมูลที่มีความอ่อนไหวและเป็นเอกสารลับเกี่ยวกับปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐฯ ในเยเมน โดยไม่ระมัดระวัง ทำให้พันธมิตรหลายประเทศกังวลกับความปลอดภัยในการสื่อสารกับรัฐบาลสหรัฐฯ ผู้นำหลายประเทศประเมินว่ากรณีดังกล่าวเป็นกรณีร้ายแรงและควรเป็นบทเรียนสำคัญของประเทศต่าง ๆ และไม่ควรมีความผิดพลาดซ้ำ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านความมั่นคง การทหาร และความไว้วางใจระหว่างกัน

รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เยือนเอเชียครั้งแรก เริ่มที่ฟิลิปปินส์

นาย Pete Hegseth รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เริ่มการเยือนภูมิภาคเอเชียอย่างเป็นทางการครั้งแรกในสมัยรัฐบาลทรัมป์ 2.0 โดยเริ่มจากการเยือนฟิลิปปินส์ใน 28 มีนาคม 2568 เชื่อว่าประเด็นสำคัญในการเยือนครั้งนี้คือการเน้นย้ำบทบาทของสหรัฐฯ ในฐานะผู้ค้ำประกันความมั่นคงในภูมิภาค และเตือนประเทศต่าง ๆ ให้ระวังภัยคุกคามจากการขยายอิทธิพลของจีน คู่แข่งเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของสหรัฐฯ

ชาวปาเลสไตน์ประท้วงกลุ่มฮะมาส เรียกร้องยุติสงคราม

ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซารวมตัวกันชุมนุมประท้วงกลุ่มฮะมาส เพื่อเรียกร้องให้เร่งยุติความรุนแรงและสงคราม โดยมีรายงานว่าตั้งแต่ 26 มีนาคม 2568 ชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่ตอนเหนือของฉนวนกาซารวมตัวกันมากกว่า 3,000 คน ถือป้ายที่มีข้อความเรียกร้องให้กลุ่มฮะมาสให้ความสำคัญกับการสร้างสันติภาพและยุติสงครามกับอิสราเอล เนื่องจากพลเรือนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งครั้งนี้ และนอกจากพื้นที่ตอนเหนือก็มีการชุมนุมใน Gaza City ด้วย สำหรับกรณีชาวปาเลสไตน์ชุมนุมประท้วงกลุ่มฮะมาสนั้นเป็นความเคลื่อนไหวที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา ชาวปาเลสไตน์เข้าใจว่ากลุ่มฮะมาสต้องปกป้องความปลอดภัยของฉนวนกาซา

หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง

ภายหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว สิ่งที่ตามมาคือ ความกังวลว่าที่พักอาศัยหรือสถานที่ทำงาน สถานประกอบการของตนเองมีความปลอดภัยแค่ไหน  ในเบื้องต้นเราควรตรวจสอบอะไรบ้าง กรณีโครงสร้างของบ้านพักอาศัย หรืออาคารที่ทำการ ที่ปรากฏรอยร้าว ต้องสังเกตอย่างไร? รอยร้าวประเภทไหนปลอดภัย และประเภทไหนที่อันตราย  สรุปสิ่งที่ควรดำเนินการเพื่อประเมินความปลอดภัยอาคารสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย สถานที่ทำการ สถานประกอบการ ฯลฯ ที่เราต้องอยู่อาศัย หรือใช้ในชีวิตประจำวัน ควรดำเนินการดังนี้ ตรวจสอบความเที่ยงตรง (แนวดิ่ง –แนวฉาก) ของอาคาร โดยตรวจสอบว่า อาคารอยู่ในสภาพแนวดิ่ง แนวฉากปกติ ตามแบบแปลนอาคารหรือไม่ ตรวจสอบรอยร้าวที่ปรากฏ ทั้งส่วนที่เป็นโครงสร้าง และในส่วนที่เป็นการตกแต่ง อาคารโครงสร้างไม้ : เป็นโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบา เมื่อเกิดแผ่นดินไหวจะส่งผลกระทบต่ออาคารประเภทนี้น้อยกว่าประเภทอื่น ๆ ความเสียหายของชิ้นส่วนโครงสร้างไม้ส่วนมากจะเกิดขึ้นเฉพาะจุดต่อ (connection) แต่มักจะไม่ปรากฏความเสียหายที่ตัวชิ้นส่วนโครงสร้าง อาคารโครงสร้างอิฐก่อ : การพังททลายของอาคารโครงสร้างอิฐก่อส่วนใหญ่จะเป็นผลเนื่องมาจาก    การเอนออกจากระนาบ (out- of-plane) ของผนังก่ออิฐ ความเสียหายที่ต้องให้ความสนใจ คือ ผนังเกิดการแตกร้าวในแนวทแยง (diagonal cracks) ซึ่งมักมีสาเหตุจากโครงสร้างรับแรงไม่สมดุลหรือฐานรากเคลื่อนตัว       การระบุระดับความเสียหายของโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก       ระดับที่…

ผู้นำรัฐรอบอ่าวทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระทัยต่อเหตุแผ่นดินไหวในไทยและเมียนมา

สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานของซาอุดีอาระเบีย มกุฏราชกุมารมุฮัมมัด บิน ซัลมาน นรม.ซาอุดีอาระเบีย เชค มิชอัล อัลอะห์มัด อัลญาบิร อาลเศาะบาฮ์ เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต และเชค ตะมีม บิน ฮะมัด บิน เคาะลีฟะฮ์ อาลษานี เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ทรงมีพระราชสาส์นเมื่อ 29 มี.ค.68 แสดงความเสียพระทัยอย่างสุดซึ้ง ไปยังพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหว  รวมทั้งทรงแสดงความเสียพระทัยต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ตลอดจนทรงอวยพรให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหายเป็นปกติโดยเร็ว นอกจากนี้ เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ยังทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระทัยไปยัง พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) รักษาการประธานาธิบดี และ ผบ.ทสส.เมียนมาด้วย ขณะที่ กต.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และ กต.บาห์เรน ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อรัฐบาลและประชาชนไทยและเมียนมา ตลอดจนผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทั้งในไทยและเมียนมา พร้อมทั้งอวยพรให้ผู้บาดเจ็บหายเป็นปกติโดยเร็วเช่นกัน

จีนส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดไปยังทะเลจีนใต้ก่อน รมว.กห.สหรัฐฯ เยือนฟิลิปปินส์

สนข.Reuters รายงานเมื่อ 28 มี.ค.68 อ้างข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม ว่า จีนส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด H-6 จำนวน 2 ลำ เข้าไปบินลาดตระเวนบริเวณสันดอนสกาห์โบโรห์ในทะเลจีนใต้ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อแสดงกำลังในการอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ ก่อนที่นาย Pete Hegseth รมว.กห.สหรัฐฯ จะเยือนฟิลิปปินส์ ซึ่งนาย Peter Layton นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงในภูมิภาค สถาบัน Griffith Asia Institute ของออสเตรเลียให้ความเห็นว่า จีนทยอยเพิ่มการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด H-6 เข้าไปในพื้นที่ทะเลจีนใต้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มการแสดงการมีอยู่ของกองทัพจีนในพื้นที่

อาเซียนจัดประชุม รมว.กต.วาระพิเศษ หารือการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่เมียนมา

เว็บไซต์สำนักเลขาธิการอาเซียน รายงานว่า นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน เข้าร่วมการประชุม รมว.กต.อาเซียน วาระพิเศษ ว่าด้วยผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวที่เมียนมา (Special Emergency Meeting of ASEAN Foreign Ministers in the aftermath of the earthquake in Myanmar) ผ่านระบบออนไลน์ เมื่อ 30 มี.ค.68 เพื่อหารือเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมของอาเซียนต่อเมียนมา ภายหลังเหตุแผ่นดินไหวที่เมียนมาเมื่อ 28 มี.ค.68 โดยอาเซียนยืนยันจะสนับสนุนความพยายามในการบรรเทาทุกข์และการฟื้นฟูผ่านศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการจัดการภัยพิบัติ (AHA Centre) ตามลำดับความสำคัญที่เมียนมาเป็นผู้กำหนด