อาเซียนจะจัดประชุมประจำปีเครือข่ายเมืองอัจฉริยะที่มาเลเซีย

สนข.แห่งชาติมาเลเซีย รายงานเมื่อ 17 เม.ย.68 อ้างนาย Nga Kor Ming รมว.กระทรวงการเคหะและการปกครองส่วนท้องถิ่นของมาเลเซีย ว่า การประชุมประจำปีเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน ครั้งที่ 8 (ASEAN Smart Cities Network Annual Meeting-ASCN) มีกำหนดจัดขึ้นที่มาเลเซีย ระหว่าง 8-12 ก.ย.68 โดยจะมีการนำเสนอแผนปฏิบัติการเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน ปี 2569-2578 เพื่อเป็นแนวทางการเติบโตของเมืองในภูมิภาคให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป้าหมายเพื่อความยั่งยืน และการพัฒนาแบบครอบคลุม เพื่อปูทางไปสู่เมืองที่ชาญฉลาดและเชื่อมโยงกันมากขึ้นทั่วภูมิภาค 

UNCTAD ประเมินเศรษฐกิจโลกปี 2568 อาจเข้าสู่ภาวะถดถอยจากปัญหาความตึงเครียดทางการค้า

องค์การการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (United Nations Conference on Trade and Development -UNCTAD) ประเมินเมื่อ 16 เม.ย.68 ว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2568 จะขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 2.3 เนื่องจากปัญหาความตึงเครียดทางการค้า ความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีศุลกากร และความผันผวนในระบบการเงินระหว่างประเทศ ส่งผลให้ภาคธุรกิจชะลอการลงทุนและลดการจ้างงาน ทั้งนี้การชะลอตัวดังกล่าวอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อประเทศกำลังพัฒนาที่มีความเปราะบางทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน UNCTAD ประเมินว่าการเติบโตของการค้าระหว่างประเทศกำลังพัฒนา (South-South Trade) อาจมีบทบาทสำคัญในการสร้างความยืดหยุ่นและพยุงเศรษฐกิจในบางภูมิภาค อย่างไรก็ดี UNCTAD เรียกร้องให้เสริมสร้างความร่วมมือระดับพหุภาคีควบคู่ไปกับการประสานนโยบายในระดับภูมิภาคและระดับโลก เพื่อรักษาเสถียรภาพและการพัฒนาในระยะยาว

นรม.มาเลเซียหารือกับ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ระหว่างการเยือนไทย

สื่อมาเลเซียรายงานเมื่อ 17 เม.ย.68 ถึงผลการพบปะระหว่าง นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซียกับ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) รักษาการประธานาธิบดี ผบ.ทสส. และ นรม.เมียนมา ระหว่างการเยือนไทย (working visit) ของ นรม.มาเลเซีย ที่โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ เมื่อ 171530 เม.ย.68 (ระยะเวลาหารือประมาณ 1 ชม.) นรม.มาเลเซียเปิดเผยว่าได้หารือกันอย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์เกี่ยวกับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม หลังเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา เมื่อ 28 มี.ค.68 โดยเห็นพ้องในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในทันทีและการฟื้นฟูให้เมียนมากลับสู่สภาวะปกติ พร้อมกับแสดงความชื่นชมที่ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ มีคำสั่งอภัยโทษและปล่อยตัวนักโทษ  4,893 คน เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่เมียนมา  นอกจากนี้ มาเลเซียเรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพและความเป็นอยู่ของชาวเมียนมา  ทั้งนี้ ใน 18 เม.ย.68 นรม.อันวาร์ ยังมีกำหนดหารือกับผู้แทนรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ผ่านระบบออนไลน์ด้วย

ผู้นำสหรัฐฯ อาจยุติการขึ้นภาษีตอบโต้กับจีน

สนข. รอยเตอร์ส อ้างการให้สัมภาษณ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 17 เม.ย. 68 ว่า อาจยุติการขึ้นภาษีตอบโต้กันระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดยประธานาธิบดีทรัมป์ระบุกับสื่อที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า ไม่ต้องการให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงเกินไปจนประชาชนไม่ซื้อสินค้า และอาจต้องลดอัตราภาษีลงเพื่อให้ประชาชนซื้อสินค้า กับทั้งระบุว่าตนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน  และทางจีนได้ติดต่อเพื่อเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ทั้งนี้ สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในอัตราสูงถึงร้อยละ 145 และจีนตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตราร้อยละ 125

การขนย้ายสิ่งผิดกฎหมายข้ามแดนไทย-มาเลเซีย เปลี่ยนเป็นทางทะเลมากขึ้น

สนข.Malay Mail รายงานเมื่อ 18 เม.ย.68 ว่า หน่วยบังคับใช้กฎหมายทางทะเล (MMEA) ประจำรัฐกลันตัน เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของขบวนการลักลอบขนย้ายสิ่งผิดกฎหมายข้ามแดนไทย-มาเลเซีย ตามแนวแม่น้ำโก-ลก พบว่า กลุ่มขบวนฯ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนย้ายบุหรี่และลักลอบเข้ามาเลเซีย จากเดิมที่นิยมใช้เส้นทางธรรมชาติทางบกเป็นจุดข้ามแดน แต่หลังจากที่รัฐบาลมาเลเซียเพิ่มความเข้มงวดการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนทางบก กลุ่มขบวนการฯ จึงได้ปรับเปลี่ยนเป็นการใช้เส้นทางทางทะเลมากขึ้น โดยใช้เรือ 2 เครื่องยนต์และเรือประมงลายพรางในการขนย้ายสิ่งผิดกฎหมายและเคลื่อนไหวในช่วงกลางคืนเป็นหลัก ซึ่ง MMEA สามารถระบุจุดที่กลุ่มขบวนการฯ ใช้เคลื่อนไหวได้ทั้งหมด 10 จุด ตามแนวชายฝั่งและริมแม่น้ำในหลายพื้นที่ เช่น เขตเปิงกาลันกุโบร์ ต็อกบาลี และโกตาบารู รัฐกลันตัน ทั้งยังมีการว่าจ้างผู้ให้ข้อมูลหรือ Tonto คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของ จนท.รัฐ

อินโดนีเซียเสนอเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ และลดการนำเข้าจากภายในภูมิภาค

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 18 เม.ย.68 อ้างแถลงของนายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รมต.ประสานงานด้านเศรษฐกิจ ของอินโดนีเซีย หลังเสร็จสิ้นการหารือกับผู้แทนสหรัฐฯ เกี่ยวกับมาตรการภาษีตอบโต้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐฯ ว่า อินโดนีเซียเสนอจะเพิ่มการนำเข้าอาหารและสินค้าโภคภัณฑ์จากสหรัฐฯ และลดการนำเข้าสินค้าจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. โดยอินโดนีเซียจะนำเข้าจากสหรัฐฯ 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงพลังงานมูลค่า10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  อีกทั้งมีแผนเพิ่มการซื้อ สินค้าทุนและสินค้าเกษตร เช่น ข้าวสาลี แลtถั่วเหลือง นอกจากนี้ อินโดนีเซียจะอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ แก่บริษัทสหรัฐฯ ที่ดำเนินกิจการในประเทศ ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าหมายสรุปการเจรจาข้างต้นภายใน 60 วัน

กลุ่มฮะมาสปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงของอิสราเอล สหรัฐฯ โจมตีท่าเรือเยเมน

นาย Khalil al-Hayya ผู้แทนการเจรจาของกลุ่มฮะมาสเปิดเผยต่อสื่อมวลชนเมื่อ 18 เมษายน 2568 ว่า กลุ่มฮะมาสปฏิเสธข้อเสนอความตกลงหยุดยิงของอิสราเอล ที่เสนอให้กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันทั้งหมด แลกเปลี่ยนกับการเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ซึ่งกลุ่มฮะมาสเห็นว่า ความตกลงดังกล่าวจะเอื้อผลประโยชน์ทางการเมืองให้ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นรม.อิสราเอล ฝ่ายเดียว เนื่องจากไม่มีการระบุถึงการถอนทหารของอิสราเอลออกจากพื้นที่ หรือการปล่อยตัวชาวปาเสสไตน์ที่อยู่ในการควบคุมของอิสราเอล การปฏิเสธความตกลงดังกล่าวทำให้ปัจจุบันสถานการณ์ความมั่นคงในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ รวมทั้งภูมิภาคตะวันออกกลางยังตึงเครียด โดยอิสราเอลยังปฏิบัติการโจมตีในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งในพื้นที่ที่มีพลเรือนอาศัยอยู่ เฉพาะอย่างยิ่งค่ายผู้ลี้ภัยและค่ายผู้พลัดถิ่น ปัจจุบันจำนวนผู้เสียชีวติในฉนวนกาซาอยู่ที่ประมาณ 51,000 คน ตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นเมื่อ ตุลาคม 2566

เมียนมาจะขยายมาตรการหยุดยิงเพื่อเปิดทางให้ความช่วยเหลือหลังภัยพิบัติ

นาย Anwar Ibrahim นรม.มาเลเซียและประธานอาเซียนในปี 2568 เปิดเผยเมื่อ 18 เมษายน 2568 ผลการหารือกับผู้นำรัฐบาลเมียนมาเมื่อ 17 เมษายน 2568 และกำหนดการหารือกับผู้นำกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา (NUG) ที่กรุงทเพฯ ไทย ใน 18 เมษายน 2568 โดยเป็นการหารือกับคู่ขัดแย้งทางการเมืองของเมียนมาในเวลาใกล้เคียงกัน ที่เกิดขึ้นได้ยาก อย่างไรก็ตาม ผู้นำมาเลเซียระบุว่า ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายระยะเวลามาตรการหยุดยิงต่อไป เพื่อให้ความช่วยเหลือจากนานาชาติสามารถช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อ 28 มีนาคม 2568 ได้ โดยประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ผู้นำสมาชิกอาเซียนเห็นพ้องแล้ว ก่อนหน้านี้ ผู้นำรัฐบาลสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ของเมียนมาประกาศมาตรการหยุดยิงเป็นระยะเวลา 20 วัน ตั้งแต่ 2 เมษายน 2568 ตามด้วย NUG ประกาศหยุดยิงเช่นกัน เพราะเหตุแผ่นดินไหวสร้างความเสียหายให้ประชาชนอย่างมาก

ฝรั่งเศสจัดการประชุมเรื่องสันติภาพในยูเครน

ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศต่าง ๆ ที่กรุงปารีส เมื่อ 17 เมษายน 2568 เพื่อหาแนวทางสร้างสันติภาพและความมั่นคงในยูเครน รวมทั้งภูมิภาคยุโรป โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง เป็นประธานในการประชุมและได้พบหารือกับผู้นำ และผู้แทนระดับสูงจากหลายประเทศ ได้แก่ เยอรมนี สหราชอาณาจักร รวมทั้งสหรัฐฯ ซึ่งส่งนายมาร์ค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว โดยมีข้อสรุปร่วมกันคือการสนับสนุนให้รัสเซียและยูเครนใช้การเจรจาโดยตรง และทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อยุติสงคราม

เมียนมาเสี่ยงเผชิญโรคระบาดซ้ำเติมวิกฤตการณ์เหตุแผ่นดินไหว

เหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเมียนมา เมื่อ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมกว่า 3,600 คน ได้รับบาดเจ็บ 5,000 คน และสูญหายอย่างน้อย 500 คน ซึ่งคาดว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายอาจเพิ่มขึ้นอีกในระยะต่อไป เนื่องจากทางการเมียนมายังไม่สามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตออกจากซากปรักหักพังได้ทั้งหมดโดยองค์การสหประชาชาติ (UN) ประเมินว่า เหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาทำให้มีเศษซากปรักหักพังในพื้นที่ 6 รัฐ/ภาคที่ได้รับผลกระทบ รวมกว่า 2.5 ล้านตัน ขณะเดียวกันห้วงเวลากว่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ภายในประเทศเมียนมายังคงมีเหตุอาฟเตอร์ช็อกมากถึง 490 ครั้ง ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคมัณฑะเลย์ยังไม่กล้ากลับเข้าไปอาศัยที่บ้าน เพราะกังวลด้านความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร และมีคนจำนวนมากที่ต้องพักอยู่ในสถานที่พักพิงชั่วคราว หรือพื้นที่เปิดบริเวณข้างถนน ซึ่งในภาคสะไกง์มีมากถึง 60,000 คน การสูญเสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้สูญหาย และภาวะไร้ที่อยู่อาศัยเป็นทุกข์อันหนักหน่วงที่ชาวเมียนมาเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้อย่างใหญ่หลวง แต่สิ่งที่ซ้ำเติมความทุกข์มีเพิ่มไปอีกจากภาวะโรคระบาด สภาพความเป็นอยู่ที่แออัดและไม่ถูกสุขอนามัย พร้อมกับการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ยังเข้าไปไม่ทั่วถึงทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ส่งผลให้เมียนมาเสี่ยงเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคที่เกิดจากปัญหาภาวะสุขอนามัยไม่เหมาะสม ขาดแคลนน้ำดื่มสะอาด การอยู่อาศัยอย่างแออัดในพื้นที่พักพิงชั่วคราว ได้แก่ อหิวาตกโรค ไทฟอยด์ ไข้มาลาเรีย ไข้เลือดออก โรคติดต่อทางผิวหนัง…