อดีตผู้นำบังกลาเทศเดินทางมาประเทศไทย ระหว่างถูกสอบสวนเหตุการชุมนุม

เว็บไซต์นิตยสาร The Week และ India Today รายงานเมื่อ 13 พ.ค.68 ว่า อดีตประธานาธิบดี Mohammad Abdul Hamid ของบังกลาเทศ (อายุ 81 ปี/ปี 2568) ซึ่งอยู่ระหว่างการถูกสอบสวนเหตุรุนแรงจากการสลายการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาที่ประท้วงรัฐบาลของเชค ฮาซีนา อดีต นรม. เมื่อปี 2567 ได้โดยสารเครื่องบินของสายการบินไทยจากท่าอากาศยานนานาชาติ Hazrat Shahjalal International ในกรุงธากา ไปยังไทย เมื่อ 080300 พ.ค.68 ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับ 04.00 น.ตามเวลาไทย) การเดินทางครั้งนี้อาจได้รับการอนุมัติโดยตรงจากผู้มีอำนาจ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดี ทั้งนี้ สถานการณ์การเมืองภายในบังกลาเทศทวีความตึงเครียด หลังรัฐบาลรักษาการมีคำสั่งยกเลิกการจดทะเบียนพรรคพรรค Awami League ขณะที่กลุ่มนักศึกษาได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาการนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยให้อดีตประธานาธิบดี Hamid เดินทางออกนอกประเทศมาลงโทษภายใน 24 ชั่วโมง สำหรับอดีตประธานาธิบดี Hamid ถือเป็นอดีตผู้นำประเทศคนที่ 2 ของเอเชียใต้…

ประธานาธิบดีซีเรียและสหรัฐฯ พบหารือกันเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี

ประธานาธิบดีอะห์มัด อัชชะระอ์ ของซีเรีย พบหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย เมื่อ 14 พ.ค.68 ซึ่งเป็นการพบกันระหว่างผู้นำซีเรียกับสหรัฐฯ ครั้งแรกในรอบ 25 ปี และหลังจากผู้นำสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกมาตรคว่ำบาตรซีเรีย ทั้งนี้ เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน (MbS) มกุฎราชกุมารและ นรม.ซาอุดีอาระเบีย และประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ของตุรกี เข้าร่วมการหารือครั้งนี้ด้วย (ประธานาธิบดีตุรกีเข้าร่วมทางโทรศัพท์)  สื่อรายงานข้อเสนอของผู้นำสหรัฐฯ ระหว่างหารือกับผู้นำซีเรีย ดังนี้ 1) ให้ซีเรียเข้าร่วม Abraham Accords ด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล 2) ขับไล่นักรบต่างชาติและผู้ก่อการร้ายชาวปาเลสไตน์ออกจากซีเรีย 3) ป้องกันไม่ให้กลุ่ม Islamic State (IS) กลับมาเคลื่อนไหว  รวมถึงให้รัฐบาลซีเรียเข้าควบคุมเรือนจำนักโทษ IS บริเวณ ตอ.น.ของประเทศ อย่างไรก็ดี  นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลไม่เห็นด้วยที่สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรซีเรีย เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเช่นเดียวกับเหตุโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่ของกลุ่มฮะมาสเมื่อ…

รัสเซียให้สัตยาบันข้อตกลงความร่วมมือด้านการทหารกับลาว

สนข.Tass รายงานเมื่อ 14 พ.ค.68 ว่า สภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย (สภาดูมา) ให้สัตยาบันข้อตกลงเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการทหารระหว่างรัฐบาลรัสเซียกับรัฐบาลลาว ซึ่งได้ลงนามระหว่างกันเมื่อ 13 ส.ค.67 และรัสเซียเสนอต่อสภาดูมาเมื่อ เม.ย.68 ข้อตกลงดังกล่าวจะเสริมสร้างความร่วมมือด้านการทหารให้แนบแน่น และมีขอบเขตด้านกฎหมายที่ชัดเจนในการมีส่วนร่วมทางการทหารระหว่างกัน รวมถึงปกป้องผลประโยชน์ของพลเมืองรัสเซียที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ส่วนการแลกเปลี่ยนข้อมูลจะต้องไม่เป็นภัยต่ออีกฝ่าย และการส่งผู้แทนจากฝ่ายหนึ่งเข้ามีส่วนร่วมในเครืออุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องดำเนินการตามกฎหมายของฝ่ายผู้รับ เว้นแต่จะมีการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

รอบรั้วอาคเนย์ ปักษ์แรก พ.ค.68

รอบรั้วอาคเนย์ Intelligence Report by NIA ฉบับปักษ์แรก พฤษภาคม 2568
รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมประเมินแนวโน้ม

ตุรกีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสันติภาพยูเครน แต่ผู้นำรัสเซียไม่เข้าร่วม

  ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนและผู้แทนจากประเทศยุโรป รวมทั้งสหราชอาณาจักรจะเยือนกรุงอังการาของตุรกีใน 15 พฤษภาคม 2568 เพื่อเข้าร่วมการประชุมหารือเรื่องสันติภาพในยูเครน ซึ่งเป็นการประชุมในโอกาสเดียวกันกับการประชุมกลุ่ม North Atlantic Council อย่างไม่เป็นทางการที่เมือง Antalya ของตุรกี ซึ่งจะมีผู้แทนระดับสูงจากประเทศต่าง ๆ ประมาณ 30 ประเทศเข้าร่วม ดังนั้น ผู้นำตุรกีหรือประธานาธิบดี Recep Tayyip Erdoğan จึงให้ความสำคัญกับการจัดประชุมครั้งนี้ เนื่องจากจะเป็นโอกาสต้อนรับผู้แทนระดับสูงจากต่างประเทศ และส่งเสริมบทบาทของตุรกีในฐานะผู้ค้ำประกันความมั่นคงของภูมิภาคยุโรป การประชุมที่ตุรกีมีความสำคัญต่ออนาคตสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนอย่างมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้ มีรายงานว่ารัฐบาลรัสเซียจะส่งผู้แทนเยือนตุรกีเพื่อเจรจากับยูเครนด้วย และคาดหวังว่าจะเกิดการพบกัน 3 ฝ่ายระหว่างผู้นำรัสเซีย ยูเครน และสหรัฐฯ เพื่อหาทางออกของสงคราม อย่างไรก็ตาม มีข่าวสารยืนยันว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียจะไม่เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว รวมทั้งไม่เป็นผู้แทนเจรจากับยูเครน ทั้งที่ หลายฝ่ายคาดหวังให้ผู้นำรัสเซียเยือนตุรกีเพื่อเข้าร่วมการเจรจาครั้งนี้ ที่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงทิศทางสงครามในยูเครนที่ยืดเยื้อมาเป็นระยะเวลานานกว่า 3 ปีและส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความมั่นคงโลก ผู้นำยูเครนแสดงความคิดเห็นก่อนหน้านี้ว่าพร้อมจะเจรจากับรัสเซีย โดยมีเงื่อนไขว่าประธานาธิบดีรัสเซียต้องเป็นผู้แทนในการเจรจาเท่านั้น เพื่อให้ระดับการเจรจามีความเท่าเทียมกันและสามารถตัดสินใจประเด็นสำคัญได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อประธานาธิบดีปูตินไม่มาเข้าร่วม ประธานาธิบดีเซเลนสกีแสดงความผิดหวังและจำเป็นต้องลดระดับคณะผู้แทนการเจรจา ทั้งนี้ ฝ่ายรัสเซียส่งนาย…

นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเพิ่มความร่วมมือกับรัสเซีย 

  นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิมของมาเลเซีย เยือนกรุงมอสโกของรัสเซียเมื่อ 13-16 พฤษภาคม 2568 อย่างเป็นทางการตามคำเชิญของประธานาธิบดีวลาร์ดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย ทั้งสองฝ่ายได้พบหารือกันเมื่อ 14 พฤษภาคม 2568 การเยือนรัสเซียครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีอิบราฮิมรับตำแหน่งเมื่อปี 2565 ซึ่งครั้งแรกได้พบกับประธานาธิบดีปูตินอย่างไม่เป็นทางการระหว่างที่นายกรัฐมนตรีอิบราฮิมเข้าร่วมประชุม  Eastern Economic Forum ที่เมืองวลาดิวอสต็อก เมื่อปี 2567 ผลการพบหารือระหว่างผู้นำของทั้ง 2 ประเทศ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียระบุว่ารัสเซียเป็นมิตรประเทศที่ยิ่งใหญ่ของมาเลเซีย และความร่วมมือของทั้ง 2 ประเทศจะขยายตัวต่อไป ทั้งในมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ผู้นำมาเลเซียคาดหวังว่ารัสเซียกับมาเลเซียจะมีความร่วมมืออย่างเป็นทางการด้านการพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมอาหาร การพัฒนาด้านดิจิทัล เทคโนโลยีอวกาศ การพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ รวมทั้งความร่วมมือด้านการหหาร นายกรัฐมนตรีมาเลเซียยังหารือโดยตรงกับนายกรัฐมนตรี Mikhail Mishustin ของรัสเซียเมื่อ 14 พฤษภาคม 2568 รวมทั้งใช้โอกาสดังกล่าวเชิญนายกรัฐมนตรีรัสเซียเยือนมาเลเซียด้วย ประเด็นสำคัญที่ผู้นำมาเลเซียต้องการบรรลุข้อตกลงจากการเยือนครั้งนี้ คือ กระชับความสัมพันธ์กับรัสเซีย โดยเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างประเทศอีกครั้ง ด้วยสายการบิน Aeroflot ซึ่งจะเป็นสัญลักษณ์บ่งชี้การขยายความสัมพันธ์และส่งเสริมบทบาทการเป็นศูนย์กลางการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของมาเลเซีย ตลอดจนเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การดำเนินธุรกิจและการแลกเปลี่ยนประชาชนระหว่างกัน…