ผู้นำเกาหลีใต้คนใหม่หารือกับผู้นำจีน เห็นพ้องกระชับความสัมพันธ์

  ประธานาธิบดีอี แจ-มย็อง ของเกาหลีใต้โทรศัพท์หารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเมื่อ 10 มิถุนายน 2568 เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างประเทศ ผู้นำทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องจะขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐบาลและประชาชน รวมทั้งการส่งเสริมความมั่นคงและสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี ทั้งนี้ การพูดคุยดังกล่าวเป็นการสนทนากันครั้งแรกระหว่างผู้นำเกาหลีใต้และจีน หลังจากที่ประธานาธิบดีอี แจ-มย็อง รับตำแหน่งเมื่อ 4 มิถุนายน 2568 ทำให้ทั่วโลกจับตาทิศทางการดำเนินนโยบายต่างประเทศของเกาหลีใต้อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นเรื่องสำคัญรองจากนโยบายภายในประเทศ และคาดว่าประธานาธิบดีอี แจ-มย็องจะดำเนินนโยบายต่างประเทศแตกต่างจากรัฐบาลชุดเดิม ผู้นำเกาหลีใต้ใช้การสนทนาทางโทรศัพท์ครั้งนี้ส่งสัญญาณให้จีนให้ความร่วมมือในการกดดันให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์เพื่อรักษาสันติภาพในภูมิภาค ด้านผู้นำจีนตอบรับว่าพร้อมจะให้ความร่วมมือเพื่อแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้งและความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี เนื่องจากเป็นผลประโยชน์ของจีนด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนยังย้ำให้เกาหลีใต้เคารพผลประโยชน์แห่งชาติระหว่างกัน รวมทั้งร่วมมือกันแก้ไขปัญหาความมั่นคงในภูมิภาคตามแนวทางที่ถูกต้อง คาดว่า ผู้นำจีนต้องการร่วมมือกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนใหม่ เนื่องจากประธานาธิบดีอี แจ-มย็อง มีแนวคิดคัดค้านการตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธ THAAD ของสหรัฐฯ ในคาบสมุทรเกาหลี เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค การหารือระหว่างผู้นำเกาหลีใต้และจีนอาจเป็นผลดีต่อบรรยากาศความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศมีช่องทางติดต่อกันและพร้อมจะขยายความร่วมมือทั้งด้านเศรษฐกิจและการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน นักวิเคราะห์การเมืองเกาหลีใต้ประเมินว่ารัฐบาลประธานาธิบดีอี แจ-มย็องจะให้ความสำคัญกับการรักษารับความสัมพันธ์กับจีนมากขึ้น เพราะเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญ และมีบทบาทในการเจรจากับเกาหลีเหนือ ประธานาธิบดีอีแจ-มย็องยังเชิญผู้นำของจีนเข้าร่วมการประชุม APECที่จะจัดขึ้นที่เมืองคย็องจู ในพฤศจิกายน…

สหรัฐฯ เพิ่มกองกำลังทหารควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบในนครลอสแอนเจลิส

สนข. AP รายงานเมื่อ 10 มิ.ย.68 ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้กองกำลังป้องกันประเทศส่ง จนท. ปฏิบัติภารกิจควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบในนครลอสแอนเจลิสเพิ่มอีก 2,000 นาย พร้อมกับนาวิกโยธินอีก 700 นาย  เพิ่มจากคำสั่งเมื่อ 7 มิ.ย. 68 ที่ส่งไปแล้ว 2,000 นาย เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบและเหตุรุนแรงจากกลุ่มผู้ประท้วงในนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ตั้งแต่ 6 มิ.ย.68 โดยกองกำลังดังลก่าวจะปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนการทำงานของสำนักตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐฯ (U.S. Immigration and Customs Enforcement – ICE)  รวมทั้ง จนท. บังคับใช้กฎหมายอื่นๆ ของรัฐบาลกลาง เพื่อรักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อยของสังคม ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้ประกาศนโยบายไม่ยินยอมต่อพฤติกรรมทางอาญาและการใช้ความรุนแรง (Zero tolerance policy for criminal behavior and violence) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การก่อเหตุที่มุ่งเป้า จนท. บังคับใช้กฎหมาย 

อินเดียกำลังเผชิญกับปัญหาสังคมผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง

เว็บไซต์ The New Indian Express รายงานเมื่อ 10 มิ.ย.68 อ้างงานวิจัยเรื่อง สังคมผู้สูงอายุของอินเดีย: ภูมิทัศน์ปัจจุบัน โดย Give Grants India ซึ่งร่วมจัดทำกับกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติประจำอินเดีย (United Nations Population Fund-UNFPA) และสถาบันวิจัยด้านประชากรศาสตร์ระหว่างประเทศ  สถาบันวิจัย NITI Aayog และกระทรวงสถิติและการดำเนินการตามโครงการ (Ministry of Statistics and Programme Implementation-MoSPI) พบว่า อินเดียกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากร เนื่องจากจำนวนผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปี กำลังเพิ่มสูงขึ้น มีสัดส่วนร้อยละ 10 ของจำนวนประชากรทั้งหมด อีกทั้ง คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 20 หรือ 34.7 ล้านคน ภายในปี 2590  

รัสเซียจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถอาวุธสมัยใหม่แก่กองทัพอินโดนีเซีย

สนข.Tass ของรัสเซียรายงานเมื่อ 9 มิ.ย.68 อ้างนายอเล็กซานเดอร์ มิเคเอฟ ผู้บริหารของบริษัทโรโซโบรอนเอ็กซ์พอร์ต (Rosoboronexport) ซึ่งเป็นบริษัทค้าอาวุธของรัสเซียว่า รัสเซียจะช่วยสนับสนุนการติดตั้งอาวุธชนิดใหม่แก่กองทัพอินโดนีเซีย รวมถึงพัฒนาความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตของบริษัทและอู่ต่อเรือแห่งชาติของอินโดนีเซีย เพื่อส่งเสริมให้มิตรประเทศของรัสเซียสามารถพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงในห้วงที่ตลาดการค้าอาวุธสมัยใหม่กำลังเป็นที่นิยม และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของกองทัพอินโดนีเซียให้ทันสมัยและมีขีดความสามารถในการรับมือกับภัยคุกคามและความท้าทายด้านความมั่นคงในอนาคต ทั้งนี้ Rosoboronexport จะร่วมจัดแสดงยุทโธปกรณ์รุ่นล่าสุดของรัสเซียที่ตอบสนองต่อความต้องการสูงสุดของกองทัพอินโดนีเซียตามแผนการเสริมอาวุธของกองทัพอินโดนีเซียระยะ 4 ปี (ห้วงปี 2568-2572) ในงาน Indo Defense Show ระหว่าง 11-14 มิ.ย.68 ที่กรุงจาการ์ตา ตามคำเชิญของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย

รัฐบาลญี่ปุ่นเห็นชอบแนวนโยบายพื้นฐานด้านความเท่าเทียมทางเพศ

สำนักงานส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศของญี่ปุ่น ซึ่งมีนายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น เป็นประธาน ร่วมกับหน่วยงานและคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เห็นชอบแนวนโยบายพื้นฐานด้านความเท่าเทียมทางเพศ และการส่งเสริมบทบาทสตรี ปี 2568 เมื่อ 10 มิ.ย.68 โดยย้ำถึงความเร่งด่วนในการดำเนินการให้เกิดการดึงดูดการทำงานของสตรี ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนสตรีที่ต้องการเริ่มประกอบธุรกิจ ผ่านศูนย์ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลท้องถิ่น  เพื่อส่งเสริมให้สตรีไม่ย้ายออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังมีแผนจัดตั้งหน่วยงานอิสระเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งจะเริ่มใน เม.ย.69 โดยจะสนับสนุนมาตรการต่าง ๆ เช่น การจัดทำฐานข้อมูลผู้เชี่ยวชาญเพื่อส่งไปบรรยายในพื้นที่ชนบท เป็นต้น  

มาเลเซียประกาศขยายอัตราภาษีการขายและบริการ (SST)

ดาโต๊ะ ซรี อามีร์ ฮัมซะฮ์ อาซีซัน รมว.กค.คนที่ 2 ของมาเลเซีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 9 มิ.ย.68 ประกาศมาตรการปรับโครงสร้างภาษีการขายและบริการ (Sales and Services Tax-SST) มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค.68 โดยจะยังคงภาษีขายที่ร้อยละ 0 สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน เช่น เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ข้าว ธัญพืช นม น้ำมันพืช ยา หนังสือ และอาหารสัตว์ แต่จะขยายอัตราภาษีขายร้อยละ 5-10 สำหรับสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น ปูคิงแคร็บ แซลมอน ผลไม้นำเช้า ผ้าไหม เครื่องจักรอุตสาหกรรม จักรยานแข่งขัน และงานศิลปะโบราณ ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะขยายอัตราภาษีบริการให้ครอบคลุมการเช่าหรือให้เช่า งานก่อสร้าง การบริการทางการเงิน การบริบาลสุขภาพเอกชน การศึกษา และบริการเสริมความงาม โดยประเมินว่า แนวทางดังกล่าวจะเพิ่มรายได้ภาครัฐอีก 5,000 ล้านริงกิต…

ศรีลังกาจะจัดตั้งหน่วยงานใหม่ยกระดับการท่องเที่ยวสู่จุดหมายชั้นนำของโลก

เว็บไซต์ นสพ.Daily Mirror ของศรีลังกา รายงานเมื่อ 9 มิ.ย.68 ระบุว่า รัฐบาลจะจัดตั้งหน่วยงานใหม่ ภายใต้สำนักงานเลขาธิการประธานาธิบดี เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน การจัดตั้งหน่วยงานดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดี Anura Kumara Dissanayake ที่มุ่งยกระดับศรีลังกาให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวชั้นนำตลอดทั้งปี โดยให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล การยกระดับทักษะและศักยภาพของบุคลากรภายในประเทศ รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติในภาคการท่องเที่ยว ทั้งนี้ รัฐบาลศรีลังกาตั้งเป้าหมายให้ภาคการท่องเที่ยวเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

เวียดนามเร่งพัฒนาเกาะฟูก๊วกรับการเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC 2027

เวียดนามใช้การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคในปี 2570  ผลักดันตัวเองให้มีบทบาทที่โดดเด่นทั้งในระดับโลกและภูมิภาค สิ่งที่เตรียมพร้อมที่น่าสนใจก็คือ การเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เฉพาะอย่างยิ่งที่เกาะฟูก๊วกซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม อยู่ทางตอนใต้ของประเทศ บริเวณอ่าวไทยในพื้นที่จังหวัดเกียนซางที่จะเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดผู้นำเอเปคในปี 2570 เช่น พัฒนาสนามบินระหว่างประเทศ เพื่อจะชูให้สนามบินระหว่างประเทศฟูก๊วกเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาคและระดับโลก นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างจุดเด่นในการดึงดูดนักท่องเที่ยวไปเที่ยวเวียดนามอย่างยั่งยืน รัฐบาลเวียดนามให้ความสำคัญมากในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคในปี 2570 จึงใช้โอกาสนี้วางยุทธศาสตร์การพัฒนาเกาะฟูก๊วกอย่างยั่งยืน นายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้เดินทางไปยังจังหวัดเกียนชางเมื่อต้นพฤษภาคม 2568 ย้ำการวางยุทธศาสตร์ของจังหวัดเกียนชางว่าต้องเร่งดำเนินการโครงการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาเมือง ระบบนิเวศ และการท่องเที่ยวของเกาะฟูก๊วก เพื่อรองรับการประชุมผู้นำเอเปคในปี 2570 เพิ่มจากปัจจุบันก็มีที่พักที่ทันสมัยระดับ 4-5 ดาว และร้านค้าสุดหรูอยู่แล้ว นายกรัฐมนตรีเวียดนามยังเร่งพัฒนาโครงการสำคัญ ๆ ในเกาะฟูก๊วก เช่น การบำบัดน้ำเสีย การทำน้ำสะอาด ระบบการจัดการน้ำ และการปรับปรุงสนามบินระหว่างประเทศ เพื่อให้ฟูก๊วกเป็นเป้าหมายการท่องเที่ยว ทันสมัย ยั่งยืน โดยอาคารผู้โดยสารปัจจุบันมีขีดความสามารถรองรับนักเดินทางได้ 4 ล้านคนต่อปี แต่แนวโน้มที่ผู้โดยสารจะมีมากขึ้นที่คาดว่าจะถึง 7 ล้านคน และการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับการประชุมผู้นำเอเปคในปี 2570 ทำให้เวียดนามเร่งปรับปรุงสนามบินระหว่างประเทศฟูก๊วกให้ทันก่อนถึงการประชุมผู้นำเอเปค 2570  และคาดว่าจะรองรับผู้โดยสารได้…

ไทยเปลี่ยนแปลงนโยบายกัญชาเนื่องจากส่งผลกระทบต่อเยาวชนและสังคม

The Standard ของฮ่องกง เผยแพร่บทความระบุว่า ไทยซึ่งเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ปลดล็อคกัญชาเพื่อสันทนาการเมื่อปี 2565 กำลังเปลี่ยนแปลงนโยบายให้ใช้กัญชาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์เท่านั้น หลังพบว่ามีใช้กัญชาพุ่งสูงขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับการติดกัญชาและปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า และยังพบเหตุอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับกัญชาเพิ่มขึ้น ขณะที่ผลผลิตกัญชาล้นตลาดส่งผลให้ราคาตกต่ำ เกษตรกรล้มละลาย และมีการลักลอบส่งกัญชาไปต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างกะทันหันทำให้เกิดกระแสต่อต้านจากผู้ประกอบการที่ลงทุนในธุรกิจกัญชา จึงต้องจับตามองว่าไทยจะสามารถถอยกลับจากนโยบายดังกล่าวได้สำเร็จหรือไม่

The White Lotus 3 ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยได้เพียงระยะสั้น

  Bloomberg รายงานว่า กระแสจากซีรีส์ The White Lotus 3 ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาติตะวันตก มีไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเยือนไทยเมื่อ พ.ค. 68 ลดลงร้อยละ 14 (ลดลงเดือนที่สี่ติดต่อกันและนานที่สุดนับตั้งแต่ COVID-19) เป็นผลมาจากนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน เพราะปัญหาแก๊งหลอกลวงและค้ามนุษย์ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา เหตุแผ่นดินไหว ความนิยมการท่องเที่ยวญี่ปุ่นของจีน และเงินบาทที่แข็งค่า ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวมองว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเท่าที่ควร และเรียกร้องให้เร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยว