ดาต้าเซ็นเตอร์ไทยกำลังเติบโตเพื่อรองรับความต้องการด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น

สนข.Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานอ้างข้อมูลจากสมาคมดาต้าเซ็นเตอร์แห่งประเทศไทย คาดว่ากำลังการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยจะเพิ่มขึ้น 3 เท่า ในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า จาก 350 เมกะวัตต์เป็นประมาณ 1,000 เมกะวัตต์ในปี 2570 ด้วยเงินลงทุนประมาณ 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 213,000 ล้านบาท) เพื่อตอบสนองความต้องการด้านคลาวด์และ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกหลายแห่ง เช่น Google Amazon Microsoft Nvidia กำลังลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ในไทยและทั่วทั้งเอเชีย ตอ.ต. ซึ่งการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไทยที่เป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์มายาวนาน กำลังเร่งผลักดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายให้ไทยตามทันมาเลเซียและสิงคโปร์ซึ่งเป็นผู้นำด้านดาต้าเซ็นเตอร์และบริการคลาวด์ในภูมิภาค

สงครามไซเบอร์ระหว่างไทย–กัมพูชาเป็นความท้าทายต่ออาเซียน 

เว็บไซต์ Fulcrum ของสถาบัน ISEAS – Yusof Ishak ในสิงคโปร์ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา กรณีกลุ่มแฮกเกอร์ทั้งของไทยและกัมพูชาโจมตีทางไซเบอร์ต่ออีกฝ่ายโดยมุ่งเป้าหมายหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นการดำเนินการที่เชื่อมโยงกับผลประโยชน์ของรัฐจึงทำให้การหาผู้รับผิดชอบซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่กฎหมายระหว่างประเทศในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อการควบคุมพฤติกรรมทางไซเบอร์ทั้งโดยรัฐและตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ ด้านกรอบปฏิบัติของอาเซียน เช่น ASEAN Checklist on Cyberspace Norms ยังขาดกลไกตรวจสอบและไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม อาเซียนสามารถใช้ยุทธศาสตร์ความร่วมมือด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และศูนย์เฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์ระดับภูมิภาคของอาเซียน (ASEAN CERT) เพื่อสร้างแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับบริบทของภูมิภาค และเสริมสร้างขีดความสามารถร่วมกันเพื่อต่อต้านภัยคุกคามทางไซเบอร์

การลงทุนของผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศช่วยผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก

สนข.Bloomberg รายงานเกี่ยวกับการลงทุนของ Netflix ที่ผลิตคอนเทนต์จากไทยอย่างต่อเนื่องและได้รับความนิยมจากผู้ชมอย่างมาก โดยมีการลงทุนไปมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,500 ล้านบาท) ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลก สอดคล้องกับเป้าหมายของไทยที่มีนโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อสร้างงานและสร้างรายได้ให้ประเทศ รวมถึงกระจายการลงทุนออกจากรูปแบบการเติบโตที่พึ่งพาการท่องเที่ยวและการส่งออกเป็นหลัก ซึ่งไทยได้รับแรงบันดาลใจจากกลยุทธ์ทางวัฒนธรรมของเกาหลีใต้ นอกจาก Netflix ยังมีผู้ผลิตหลายค่ายที่มาถ่ายทำในไทย โดยตั้งแต่ปี 2559 มีโครงการภาพยนตร์ต่างประเทศมากกว่า 4,600 โครงการที่เข้ามาใช้สถานที่ถ่ายทำในไทย โดยใช้ทีมงานที่มีฝีมือ และสตูดิโอที่ทันสมัย สร้างเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 32,770 ล้านบาท) ซึ่งระบบการคืนเงินของไทยช่วยดึงดูดมากขึ้น

ปัญหาแอปเงินกู้เถื่อนยังคงระบาดในแพลตฟอร์มออนไลน์ 

จากรายงานข่าวการจับกุมสมาชิกแก๊งเงินกู้เถื่อนในแอปพลิเคชันอย่าง Nature Wallet และ New Wallet ซึ่งมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด โดยบางกรณีสูงถึงร้อยละ 3,000 ต่อปี อีกทั้งการทวงหนี้ยังละเมิดสิทธิส่วนบุคคล โดยสถิติจาก บช.สอท.ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึง 20 ส.ค. 68 พบคดีความออนไลน์ทั้งหมด 212,549 คดี เป็นคดีเกี่ยวกับการหลอกลวงให้กู้เงินในลักษณะฉ้อโกง มากกว่าร้อยละ 8  ส่วนสาเหตุหลัก คือ ความยากลำบากในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ เช่น การไม่มีหลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน รายได้ไม่แน่นอน หรือมีประวัติหนี้เสีย รวมถึงกระบวนการกู้เงินในระบบที่มีขั้นตอนยุ่งยาก ทำให้ผู้ที่ต้องการใช้เงินด่วนหันไปพึ่งแอปกู้เงินเถื่อนที่ให้กู้ได้ง่ายและเร็วกว่า โดยสามารถดาวน์โหลดได้ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น CreditU ไนน์พลัส PrimeGo BMP Lending Cofecre และ APM Money เนื่องจากช่องโหว่ในกระบวนการตรวจสอบใบอนุญาต ซึ่งแอปเหล่านี้มักใช้ใบอนุญาตในนามของธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ หรือใบอนุญาตอื่นที่ไม่ตรงกับลักษณะบริการจริง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากแพลตฟอร์มและหน่วยงานที่กำกับดูแล

ญี่ปุ่นเตรียมต้อนรับการเยือนของ นรม.อินเดีย

กต.ญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 22 ส.ค.68 ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นยินดีต้อนรับนายนเรนทรา โมดิ นรม.อินเดีย ในโอกาสที่นายโมดิจะเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการระหว่าง 29-30 ส.ค.68 โดยรัฐบาลญี่ปุ่นคาดหวังให้การเยือนครั้งนี้ช่วยกระชับความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นกับอินเดียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในห้วงการเยือนดังกล่าว นายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น และนายโมดิ จะประชุมและหารือระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำ และทั้งสองคนจะเยือน จ.มิยากิ ร่วมกัน ทั้งนี้ การเยือนครั้งนี้จะเป็นการเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการเป็นครั้งที่ 8 ของนายโมดิ ในฐานะ นรม.อินเดีย และเป็นการพบหารือกับนายอิชิบะเป็นครั้งที่ 2 นับแต่นายอิชิบะดำรงตำแหน่ง นรม.ญี่ปุ่น

จีนเรียกร้องให้ยุติการปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมต่อชาวจีนที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ

โฆษก กต.จีน ระบุเมื่อ 22 ส.ค.68 กรณีมีรายงานว่า นศ. และนักวิชาการชาวจีนถูก จนท.บังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ สอบสวน คุกคาม และปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมและไร้เหตุผลระหว่างเดินทางเข้าสหรัฐฯ โดยเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติและแก้ไขการกระทำดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการสอบสวน นศ.และนักวิชาการชาวจีน ในประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุผลการเดินทางเข้าสหรัฐฯ ในห้องมืดกว่า 70 ชม. การยกเลิกการตรวจลงตรา (วีซ่า) และไม่อนุญาตให้เข้าประเทศด้วยเหตุผลว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิและผลประโยชน์ของชาวจีน ขัดขวางการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน ทั้งยังเป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเลือกปฏิบัติตามแรงจูงใจทางการเมือง

อินโดนีเซียพบสารกัมมันตรังสีในกุ้งแช่แข็งที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ

นาย Hanif Faisol Nurofiq รมว.สิ่งแวดล้อมของอินโดนีเซีย แถลงเมื่อ 21 ส.ค.68 ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานแปรรูปกุ้งในเมือง Cikande จังหวัดบันเติน โดยระบุว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการตรวจสอบกรณีพบสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ในผลิตภัณฑ์กุ้งแช่แข็งที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ  เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกของสาธารณชนและความเสียหายต่อภาคการส่งออกของประเทศ ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าโรงงานดังกล่าวได้รับกุ้งมาจากจังหวัดลัมปุง ขณะที่ PT Bahari Makmur Sejati (BMS) บริษัทแปรรูปกุ้งของอินโดนีเซียแถลงว่า ได้ระงับการผลิตและการขนส่งทั้งหมดไปยังสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว

แฮกเกอร์ที่รัสเซียให้การสนับสนุนเจาะข้อมูลด้านกำลังพลของยูเครน

ข้อมูลความสูญเสียของฝ่ายตรงข้ามในความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ถูกเปิดเผยโดยแฮกเกอร์ที่รัสเซียให้การสนับสนุน  การที่แฮกเกอร์ยังเจาะข้อมูลของคู่ขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นสงครามไซเบอร์ที่ถูกใช้เป็นยุทธศาสตร์ เพื่อชิงความได้เปรียบจากอีกฝ่ายหนึ่ง หรือที่เรียกกันว่า cyber warfare strategy ซึ่งทำให้เกิดการตอกย้ำว่า ความขัดแย้งใด ๆ ก็ตาม การตั้งรับสมรภูมิไซเบอร์ของอีกฝ่ายเป็นสิ่งที่จำเป็นยิ่ง ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่เกิดขึ้นในมิติทางทหารและควบคู่ไปกับทางไซเบอร์เป็นที่รับรู้กันตั้งแต่รัสเซียใช้กำลังทหารรุกรานยูเครนเมื่อกุมภาพันธ์ 2564  ล่าสุดมีรายงานว่า แฮกเกอร์กลุ่ม Killnet ที่รัสเซียให้การสนับสนุนได้เข้าไปเจาะฐานข้อมูลของกองบัญชาการทหารสูงสุดของยูเครน เมื่อ 20 สิงหาคม 2568 ทำให้ได้ข้อมูลสูญเสียกำลังพลกองทัพยูเครน และรายชื่อประเทศ และอาวุธที่ยูเครนได้รับการสนับสนุน ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลการสูญเสียกำลังพลดังกล่าวย่อมหวังผลทางจิตวิทยาที่ชี้ให้เห็นความสูญเสียของยูเครน และการทำงานที่ผิดพลาดของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ ซเลนสกี ของยูเครน ข้อมูลที่แฮกเกอร์สนับสนุนรัสเซียสามารถเจาะเข้าไปได้ เช่น ความสูญเสียของกำลังพลกองทัพยูเครนระหว่างปี 2565-2568 มีทั้งหมด 1,739,000 นาย โดยปี 2568 มีแนวโน้มจะสูญเสียสูงสุด ซึ่งมีจำนวน  621,000 นาย ทั้งที่ยังไม่สิ้นสุดปี  ส่วนปี 2565 มีจำนวน 118,500 นาย ปี 2566 มีจำนวน 405,400 นาย…