ชาวฟิลิปปินส์ถูกหลอกไปทำงานกับเครือข่ายหลอกลวงในกัมพูชาเพิ่มขึ้น

เว็บไซต์ข่าว GMA รายงานเมื่อ 9 ก.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของนาง Flerida Anne Camille Mayo ออท.ฟิลิปปินส์/กัมพูชา ว่า ชาวฟิลิปปินส์ในกัมพูชาที่ต้องการความช่วยเหลือ จากการถูกหลอกลวงไปทำงานกับเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น  ส่วนใหญ่ยังคงถูกหลอกลวงจากการโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดีย ขณะที่บางส่วนมาจากบริษัทการพนันนอกชายฝั่งฟิลิปปินส์ (Philippine Offshore Gaming Operator-POGO) ที่ปิดตัวลงเมื่อปี 2567 ปัจจุบัน มีชาวฟิลิปปินส์ที่กำลังรอความช่วยเหลือประมาณ 12 คน ขณะที่ในปี 2568 สอท.ฟิลิปปินส์/กัมพูชา ให้ความช่วยเหลือชาวฟิลิปปินส์ จำนวน 186 คน เพิ่มขึ้นจากเมื่อปี 2567 ที่มีจำนวน 80 คน

นรม.ญี่ปุ่นประกาศลาออกจากตำแหน่ง

สนข. Japan Times รายงานเมื่อ 7 ก.ย.68 อ้างการแถลงข่าวของนายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น เมื่อวันเดียวกันว่า ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง นรม.ญี่ปุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นถัดไปเข้าบริหารประเทศ เนื่องจากเห็นว่าเป็นห้วงเวลาที่เหมาะสม และการเจรจากับสหรัฐฯ ในประเด็นมาตรการทางภาษี ซึ่งเป็นวิกฤตการณ์ระดับประเทศ บรรลุผลเป็นรูปธรรมตามเป้าหมายแล้วเมื่อ 5 ก.ย.68   การประกาศลาออกของนายอิชิบะมีขึ้น 1 วัน ก่อนที่พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party-LDP) จะจัดการลงมติภายในพรรคว่าสมาชิกพรรคประสงค์จะให้มีการออกเสียงลงคะแนนเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ก่อนที่วาระการดำรงตำแหน่งของนายอิชิบะจะสิ้นสุดลงหรือไม่ หลังญี่ปุ่นจัดการเลือกตั้ง ส.ว. เมื่อ 20 ก.ค.68 ซึ่งผลการเลือกตั้งปรากฏว่าพรรค LDP  พรรครัฐบาล และพรรคโคเม (Komeito) พรรคร่วมรัฐบาล สูญเสียเสียงข้างมากในรัฐสภา

ฟิลิปปินส์เตรียมผ่อนคลายวีซ่าเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน

สนข. PNA รายงานเมื่อ 7 ก.ย.68 ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ (DOT) กำลังผลักดันให้มีการผ่อนคลายข้อกำหนดด้านวีซ่า รวมถึงการกลับมาใช้วีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ (e-Visa) เพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเคยมีจำนวนมากเป็นอันดับสองรองจากเกาหลีใต้ ปัจจุบัน ฟิลิปปินส์มีกฎระเบียบการขอวีซ่าที่เข้มงวด ทำให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางไปประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ที่มีการยกเว้นวีซ่า ทั้งนี้ DOT ได้กล่าวถึงพัฒนาการหลังฟิลิปปินส์ประกาศยกเว้นวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเมื่อ ส.ค.68 มีอัตราการเติบโตเป็นร้อยละ 4.93 จากเดิมร้อยละ -21 เมื่อ ม.ค.68 ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนเมื่อห้วง ม.ค. – ส.ค.68 ลดลงเหลือ 182,228 คน จากเดิม 241,041 คน เมื่อเทียบกับห้วงเดียวกันเมื่อปี 2567

ผู้นำยุโรป จะเยือนสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน

สนข.รอยเตอร์ส รายงานอ้าง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เมื่อ 8 ก.ย.68 ที่เปิดเผยว่า ผู้นำประเทศในยุโรป จะเยือนสหรัฐฯ 8 หรือ 9 ก.ย.68 เพื่อหารือถึงการยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน  และตนจะหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินในเร็ว ๆ นี้  นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังแสดงความไม่พอใจกับสถานการณ์การสู้รบรัสเซีย-ยูเครนในห้วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่มั่นใจว่าสงครามจะยุติในเร็ววัน

จีนแสดงความยินดีต่อ นรม.ไทย คนใหม่

โฆษก กต.จีน แถลงเมื่อ 5 ก.ย.68 แสดงความยินดีต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในโอกาสที่ได้รับเลือกเป็น นรม. คนที่ 32 ของไทย  รวมทั้งในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย จีนพร้อมจะร่วมมือกับไทยในการเสริมสร้างความร่วมมือเชิงรูปธรรม การสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ และความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะผลักดันการสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน และมีส่วนร่วมในการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาในภูมิภาคร่วมกัน

สหรัฐฯ ยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าบางประเภทให้กับประเทศคู่ค้า

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งผู้บริหารเมื่อ 5 ก.ย.68 ยกเว้นภาษีนำเข้าบางส่วนแก่ประเทศคู่ค้าที่บรรลุข้อตกลงด้านการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เช่น นิกเกิล ทองคำ และโลหะอื่น ๆ รวมถึงสารประกอบทางเภสัชภัณฑ์และสารเคมีภัณฑ์ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 8 ก.ย.68 ในหมวดหมู่สินค้ามากกว่า 45 ประเภท หากประเทศคู่ค้าสามารถทำข้อตกลงกรอบความร่วมมือเพื่อลดภาษีตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติมาตรา 232 ทั้งนี้ การยกเว้นภาษีขึ้นอยู่กับขอบเขตและมูลค่าทางเศรษฐกิจของพันธกรณีที่ประเทศคู่ค้ามีต่อสหรัฐฯ ภายใต้ข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน ตลอดจนผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐฯ

บทบาทของกัมพูชาในการประชุม SCO ที่จีน

  สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เข้าร่วมประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization–SCO ) ที่เมืองเทียนจิน จีน ระหว่าง 31 สิงหาคม-1 กันยายน 2568 ในฐานะประเทศหุ้นส่วนการเจรจา (dialogue partner) เช่นเดียวกับผู้นำเมียนมา ผลลัพธ์ที่กัมพูชาได้ มีทั้งบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งนายอันโตนิโอ กูเตียร์เรซ เลขาธิการสหประชาชาติชื่นชมการเข้าเป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศของกัมพูชา พร้อมกับจะติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และสนับสนุนความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศให้กลับไปสู่ระดับปกติ กัมพูชาจะได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากจีน จำนวน 20 ล้านหยวน หรือประมาณ 2.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการที่สมเด็จฯ ฮุน มาแนต เข้าพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นอกรอบการประชุม SCO  ซึ่งจีนให้กัมพูชานำเงินดังกล่าวไปช่วยฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นจากที่ขัดแย้งทางทหารบริเวณชายแดนกับไทย พร้อมให้คำมั่นกับสมเด็จฯ ฮุน มาแนต ว่าจะคงการส่งเสริมความร่วมมือกับกัมพูชาระดับเพชร (Diamond Cooperation) ความริเริ่มเส้นทางสายอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี (Industrial and Technological Corridor) และเส้นทางสายปลาและข้าว…

กัมพูชาต้อนรับผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างน้อย 2 ประเทศในช่วง 3 เดือน

  ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา กัมพูชาต้อนรับผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างน้อย 2 ประเทศ ได้แก่ นายกรัฐมนตรีลอเรนซ์ หว่อง ของสิงคโปร์เมื่อ 2 กรกฎาคม 2568  และในต้นกันยายน 2568 ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์จะเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ เป้าหมายหลักที่กัมพูชาได้รับจากการเยือนของผู้นำสิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ก็เพื่อขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างกัน  ขณะที่ความสัมพันธ์ก็จะใกล้ชิดมากขึ้น เพราะเป็นการเยือนครบรอบการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 60 ปี ระหว่างกัมพูชา-สิงคโปร์ และครบรอบ 68 ปี ระหว่างกัมพูชา-ฟิลิปปินส์ ในการเยือนกัมพูชา นายกรัฐมนตรีหว่องให้ความสำคัญกับกัมพูชา จากการเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญ รวมทั้งกัมพูชายังเป็นประเทศแรกที่รับรองสิงคโปร์ที่ประกาศเอกราช ปี 2508 นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังเป็นทั้งคู่ค้า และผู้ลงทุนรายใหญ่ในกัมพูชา  ชาวกัมพูชาจำนวน 19,000 คน ได้เข้าร่วมโครงการฝึกความรู้ด้านสาธารณสุข และการใช้ดิจิทัลของสิงคโปร์ด้วย พร้อมกับให้การสนับสนุนยุทธศาสตร์ของกัมพูชาในการที่จะก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี 2593 ใน 7-9 กันยายน 2568  ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์…

แผนกลาโหม 15 ปี ของอินเดียเน้นพัฒนากองทัพด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย

  กระทรวงกลาโหมอินเดียเปิดเผยแผนงานด้านศักยภาพเทคโนโลยี (Technology Perspective and Capability Roadmap-TPCR-2025) ระยะ 15 ปี เมื่อต้นกันยายน 2568 ซึ่งเป็นแผนงานที่ทะเยอทะยาน จะกำหนดทิศทางและแผนงานการยกระดับกองทัพอินเดียทั้งสามเหล่าทัพ ให้ก้าวหน้าด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ครอบคลุมการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีความเร็วเหนือแสง และระบบไร้คนขับ เป็นต้น มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงแห่งชาติ และพร้อมรับมือกับภัยคุกคามระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง และสงคราม ยุคใหม่ในทศวรรษข้างหน้า แผน TPCR-2025 มีบทบาทสำคัญในการวางยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันประเทศของอินเดีย เน้นการเสริมสร้างความสามารถในการป้องปรามทางนิวเคลียร์และศักยภาพด้านสงครามโดรน โดยเน้นย้ำถึงตามหลักการพึ่งพาตนเองหรืออัตมันนิรภารตะ (Atmanirbharata) ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบและพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศ ให้ความสำคัญกับโครงการ Make-in-India ของรัฐบาลเป็นอันดับแรก ควบคู่ไปกับการแสวงหาความร่วมมือหรือการพัฒนา โดยกระทรวงกลาโหมมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลในการสร้างกำลังการผลิตภายในประเทศทั้งในภาครัฐและเอกชน แผน TPCR-2025 ยังกล่าวถึงแผนจัดหายุทโธปกรณ์มูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ  ทั้งระบบอาวุธและเทคโนโลยีมากกว่า 200 รายการ เมื่อพิจารณารายกองทัพมีรายละเอียด ดังนี้ กองทัพเรือ เรือบรรทุกเครื่องบินซึ่ง คาดว่าจะเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ลำแรกของอินเดีย เรือรบขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์สำหรับเรือรบผิวน้ำในอนาคตอย่างน้อย 10 ลำ ระบบปล่อยอากาศยานด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า (EMALS) เรือดำน้ำไร้คนขับ อย่างน้อย…

เนปาลยังคงผลักดันกฎหมายควบคุมโซเชียลมีเดียท่ามกลางการประท้วงขนาดใหญ่

รัฐบาลเนปาลออกคำสั่งห้ามใช้โซเชียลมีเดีย 26 แพลตฟอร์ม เช่น Facebook, X, YouTube และ Instagram โดยอ้างว่าแพลตฟอร์มไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คำสั่งดังกล่าวก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออก