สิงคโปร์ชื่นชมผลการหารือกับ นรม.ไทยนอกรอบการประชุมสุดยอดอาเซียน

นายลอว์เรนซ์ หว่อง นรม.สิงคโปร์ระบุผ่านเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมส่วนตัวเมื่อ 27 ต.ค.68 ว่าได้พบหารือนอกรอบการประชุมสุดยอดอาเซียนกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม. โดยแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และชื่นชมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับไทยที่มีมามากกว่า 60 ปี บนพื้นฐานของความไว้วางใจและเคารพกันและกัน โดยความร่วมมือมีความเข้มแข็งและหลากหลาย ครอบคลุมด้านการเงินดิจิทัลและคาร์บอนเครดิต ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะสานต่อความเป็นพันธมิตรผู้บุกเบิกในภาคส่วนใหม่ๆ และจะได้หารือมากขึ้นในโอกาสที่ นรม.อนุทินจะเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการต่อไป ขณะที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า สิงคโปร์ยินดีที่จะส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ที่ นรม.มีดำริจะจัดขึ้น ขณะที่ นรม.อนุทินตอบรับคำเชิญเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการใน 7 พ.ย.68  โดยสองฝ่ายเตรียมจะลงนาม MOU ระหว่างกันในเรื่องการค้าข้าวระหว่างการเยือนด้วย

เมียนมาจับกุมชาวต่างชาติ จากฐานอาชญากรรมข้ามชาติ

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 28 ต.ค.68 ว่า เมียนมาจับกุมชาวต่างชาติ 155 คน จากฐานอาชญากรรมข้ามชาติทางเทคโนโลยี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง เมื่อ 27 ต.ค.68 เป็นชาวอินเดีย 104 คน อินโดนีเซีย 24 คน และฟิลิปปินส์ 27 คน ส่งผลให้ช่วงระหว่าง 30 ม.ค.-27 ต.ค.68  เมียนมาควบคุมตัวชาวต่างชาติที่ลักลอบเข้าเมืองและเข้าไปเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติทางเทคโนโลยี รวม 10,119 คน ส่งตัวกลับประเทศต้นทางผ่านชายแดนไทยแล้ว 9,339 คน และตกค้างในเมียนมาเพื่อรอส่งกลับประเทศอีก 780 คน

ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ลงนามข้อตกลงด้านการค้าและแร่หายาก

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น ให้การต้อนรับและประชุมกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในโอกาสเดินทางเยือนญี่ปุ่น เมื่อ 28 ต.ค.68 ที่กรุงโตเกียว และได้ลงนามเอกสาร 2 ฉบับ ได้แก่ 1) ข้อตกลงการมุ่งสู่ยุคทองใหม่แห่งความเป็นพันธมิตรญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นการดำเนินการตามข้อตกลงเกี่ยวกับการค้าและการลงทุนที่ตกลงก่อนหน้านี้  และ 2) กรอบความร่วมมือด้านการจัดหาแร่ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก (Critical Minerals) และแร่หายาก (Rare Earths)  โดยอาศัยเครื่องมือทางนโยบาย เช่น กลไกสนับสนุนทางการเงิน มาตรการทางการค้า และการสำรองแร่   ทั้งนี้ นรม.ญี่ปุ่น ได้กล่าวว่าจะสร้างยุคทองใหม่แห่งพันธมิตรญี่ปุ่น–สหรัฐฯ ร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ  และความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองฝ่ายในขณะนี้เป็นพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

จีนกับการเป็นผู้นำโลกด้านพลังงานสะอาด : แซงหน้าสหรัฐฯ

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้พลังงาน (energy transition) จากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด เป็นเป้าหมายสำคัญที่องค์กรระหว่างประเทศและนานาชาติให้ความสำคัญอย่างจริงจังมากขึ้น เพราะทั่วโลกตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

อินเดียและจีนกลับมาเปิดบริการเที่ยวบินตรงอีกครั้งภายหลังระงับนาน 5 ปี

  อินเดียและจีนกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงอีกครั้ง เมื่อ 27 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ภายหลังระงับมายาวนาน 5 ปี จากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 และความตึงเครียดตามแนวชายแดนระหว่างกัน โดยเที่ยวบินแรกที่กลับมาเปิดให้บริการ คือ สายการบิน IndiGo ของอินเดีย เที่ยวบินที่ 6E1703 เที่ยวบินปฐมฤกษ์เส้นทางเมืองโกลกัตตา (Kolkata) ถึงเมือง กวางโจว (Guangzhou) มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน โดยมีผู้โดยสาร 176 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ของ IndiGo เปิดเผยว่า เที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกมีผู้โดยสารเต็มความจุ แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่แข็งแกร่งสำหรับเส้นทางที่เพิ่งกลับมาเปิดใหม่นี้ รวมถึงเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ว่าสองประเทศที่กำลังฟื้นฟูความสัมพันธ์อย่างระมัดระวัง หลังจากความสัมพันธ์ทางการทูตเริ่มผ่อนคลายลง สาเหตุที่เที่ยวบินตรงระหว่างอินเดียและจีนถูกระงับเป็นเวลาถึง 5 ปี มีสองประการหลัก คือ 1) การระบาดของโรค COVID-19 โดยเที่ยวบินตรงระหว่างทั้งสองประเทศถูกระงับเป็นครั้งแรกในช่วงต้นปี 2563 เพื่อเป็นมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว และ 2) ความตึงเครียดตามแนวชายแดน ที่แม้สถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายลงในหลายพื้นที่แต่การระงับเที่ยวบินก็ยังคงดำเนินต่อไปเนื่องจาก ความสัมพันธ์ทางการทูตที่ตึงเครียดระหว่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างที่ หุบเขากัลวาน…

มุมมองนานาชาติต่อการประชุมสุดยอดอาเซียน 2025

  มาเลเซียประสบความสำเร็จในการเป็นประธานจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 ประจำปี 2568 ระหว่าง 26-28 ตุลาคม 2568 และเตรียมส่งต่อให้ฟิลิปปินส์เป็นประธานสานต่อความร่วมมือและความสัมพันธ์ในกรอบอาเซียนต่อไปในปี 2569  การแสดงบทบาทของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการประชุมกับประเทศสมาชิกอาเซียนในปี 2568 ได้รับความสนใจจากต่างประเทศค่อนข้างมาก เนื่องจากประธานิบดีทรัมป์เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนเป็นครั้งแรกหลังจากรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ สมัยที่ 2 และกำลังอยู่ระหว่างความขัดแย้งทางการค้ากับจีน การประชุมครั้งนี้ยังมีขึ้นในห้วงที่สมาชิกอาเซียนเผชิญเหตุการณ์ความท้าทายด้านความมั่นคงหลายประการ ทั้งที่เป็นประเด็นต่อเนื่องจากปีอื่น ๆ และประเด็นใหม่ ได้แก่ ความรุนแรงทางการเมืองในเมียนมา ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ และสถานการณ์ปะทะทางทหารบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งทั้ง 3 ประเด็นที่เรื่องที่ทั่วโลกติดตามให้ความสนใจเพราะอาจส่งผลต่อความมั่นคง และเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุมมองของสื่อต่างประเทศต่ออาเซียนในปี 2568 ส่วนใหญ่เห็นว่าการประชุมสุดยอดอาเซียนยังคงเป็นเวทีหารือระหว่างผู้นำต่างชาติที่มีผลประโยชน์แห่งชาติต่างกัน แต่สามารถไปพบกันเพื่อแสดงจุดยืนเกี่ยวกับนโยบายและมุมมองต่อการเสริมสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาคต่อไป นอกจากนี้ การประชุมสุดยอดอาเซียนยังเป็นโอกาสให้ผู้นำประเทศต่าง ๆ หารือกันแบบทวิภาคี และเจรจาต่อรองเรื่องสำคัญได้ สำหรับ “ผลลัพธ์” ที่เป็นความสำเร็จของอาเซียนในมุมมองของต่างประเทศปีนี้ มีอย่างน้อย 3 เรื่องด้วยกัน คือ 1) การรับติมอร์-เลสเตเป็นสมาชิกอาเซียนอย่างเป็นทางการ เท่ากับเปิดโอกาสความร่วมมือด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจมากขึ้น 2) การลงนามในถ้อยแถลงร่วมระหว่างไทย-กัมพูชาเพื่อกำหนดแนวทางจัดการความขัดแย้ง หรือ Kuala Lumpur…

การประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 20

มาเลเซียเป็นประธานจัดการประชุมพหุภาคีในกรอบการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก หรือ East Asia Summit (EAS) ครั้งที่ 20 เมื่อ 27 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นโอกาสในห้วงเดียวกันกับที่มาเลเซียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 และประเทศคู่เจรจา ทำให้การประชุม EAS มีผู้นำต่างประเทศเข้าร่วมจำนวนมาก รวมทั้งผู้แทนระดับสูงจากบราซิล ในฐานะประธานกลุ่ม BRICS และผู้นำแอฟริกาใต้ ในฐานะประธานกลุ่มความร่วมมือ G20 ด้วย การประชุม EAS ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อหารือแนวทางขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวของระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศให้รับมือกับภัยคุกคามได้ ตลอดจนยืนยันเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจและการเติบโตแบบยั่งยืน ผลการประชุมที่สำคัญ คือ ผู้นำประเทศสมาชิก EAS จำนวน 19 ประเทศ ได้แก่ สมาชิกอาเซียน 11 ประเทศ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย สหรัฐฯ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และรัสเซีย เห็นพ้องว่าจะใช้กรอบความร่วมมือ EAS เป็นกลไกหารือระดับผู้นำเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การเมือง และยุทธศาสตร์ระหว่างกันต่อไป โดยยึดหลักผลประโยชน์ร่วม ตลอดจนแก้ไขปัญหาท้าทายร่วมกัน…