การประเมินเศรษฐกิจและการค้าโลกในช่วงใกล้สิ้นปี 2568

ตลอดปี 2568 สถาบันเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ มีการประเมิน และปรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการค้าของโลกในปี 2568 มาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของปี ที่น่าสนใจคือ รายงานการค้าและการพัฒนาประจำปี 2568 (Trade and Development Report 2025) ขององค์การการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (United Nations Conference on Trade and Development -UNCTAD) ที่เผยแพร่รายงาน เมื่อ 2 ธันวาคม 2568 โดยประเมินว่าในปี 2568 การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลง เหลือร้อยละ 2.6 สำหรับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development – OECD)   OECD ป ระเมินสอดคล้องในทิศทางเดียวกันกับรายงานของ UNCTAD ว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจากที่คาดการณ์ไว้ แต่ประเมินให้อัตราการขยายตัวมากกว่า โดยอยู่ที่ร้อยละ 3.3…

เศรษฐกิจในอำเภอแม่สอดกลับมาฟื้นตัว

The Business Times ของสิงคโปร์ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจใน อ.แม่สอด จ.ตาก ที่กลับมาฟื้นตัว สะท้อนจากการเข้ามาของแฟรนไชส์นานาชาติ โดยเฉพาะจีน และความต้องการของคนในพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น โดยเมื่อปี 2558 รัฐบาลไทยได้กำหนดให้แม่สอดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) และต้องการให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงไทยกับเมียนมา แต่ต้องเผชิญทั้งสถานการณ์ COVID-19 การรัฐประหารในเมียนมา และการเกิดขึ้นของศูนย์หลอกลวงออนไลน์ในเมืองเมียวดี ทำให้การพัฒนาหยุดชะงัก ขณะที่เศรษฐกิจในแม่สอดส่วนใหญ่เป็นเศรษฐกิจนอกระบบ  การที่อำเภอแม่สอดจะเปลี่ยนแปลงไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับเสถียรภาพของเมียนมา และความเต็มใจของไทยที่จะทำให้กิจกรรมที่อยู่ใต้โต๊ะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ มุ่งส่งเสริมผลประโยชน์ตามนโยบาย America First

สหรัฐฯ เผยแพร่ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ (NSS) เมื่อ 4 ธ.ค.68  ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมผลประโยชน์สหรัฐฯ เพื่อรักษาบทบาทมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก ตามนโยบาย America First  โดยปรับการดำเนินนโยบายต่อทวีปอเมริกาเป็นอันดับแรก เน้นการปกป้องชายแดนด้วยการเพิ่มกำลังการทหาร เพื่อสกัดกั้นผู้อพยพและการค้ายาเสพติด ขณะที่โจมตีการดำเนินนโยบายที่อ่อนแอของประเทศพันธมิตรในยุโรป ทั้งนโยบายเศรษฐกิจ การรับผู้อพยพ และสงครามรัสเซีย-ยูเครน  ขณะเดียวกัน NSS ฉบับใหม่ ยังคงความสำคัญกับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยสหรัฐฯ มุ่งรักษาความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีน ควบคู่กับเรียกร้องให้พันธมิตรและหุ้นส่วนของสหรัฐฯ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และกลุ่ม QUAD เพื่อรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคร่วมกับสหรัฐฯ เฉพาะอย่างยิ่งการป้องปรามความขัดแย้งในช่องแคบไต้หวัน

ผู้นำเมียนมาพบกับ รมว.กต.ไทย

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ รักษาการประธานาธิบดี ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงและสันติภาพแห่งรัฐ (SSPC) และ ผบ.ทสส.เมียนมา พบกับ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.กต. และคณะผู้แทน กต.ในระหว่างเยือนกรุงเนปยีดอ เมื่อ 7 ธ.ค.68 เพื่อหารือความร่วมมือ และการรักษาผลประโยชน์ร่วม โดยเน้นประเด็นสันติภาพและเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดน การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติทางเทคโนโลยีใน จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง การป้องกันการค้าชายแดนผิดกฎหมาย ที่สำคัญคือการค้าอาวุธและกระสุนปืนผิดกฎหมาย การพัฒนาการค้าชายแดน การผลักดันความร่วมมือของเมียนมาในกรอบอาเซียน การเตรียมการเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมาระหว่าง 28 ธ.ค.68-ม.ค.69 และแผนการเลือกตั้งทั่วไปของไทยใน ม.ค.69

MSS เตือนให้ระวังถูกจารกรรมข้อมูลจากการใช้ WIFI สาธารณะ

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 7 ธ.ค.68 อ้างประกาศกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐจีน (MSS) เตือนประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐให้ระมัดระวังการถูกโจมตีไซเบอร์และจารกรรมข้อมูลโดยหน่วยข่าวกรองต่างชาติ จากการฝังมัลแวร์ในระบบ WIFI สาธารณะใกล้อาคารสำนักงานทั้งของรัฐและเอกชน ในจีน เพื่อล่อลวงให้เชื่อมต่อเข้าใช้งาน ซึ่งเป็นโอกาสให้ถูกโจมตีโดยมัลแวร์ที่ติดตั้งในอุปกรณ์ปล่อยสัญญาณ WIFI และถูกจารกรรมข้อมูลหรือใช้อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายดังกล่าวเป็นช่องทางในการโจมตีทางไซเบอร์ ทั้งนี้ MSS ขอให้ประชาชนตระหนักประเด็นความปลอดภัยทางไซเบอร์มากขึ้น และหลีกเลี่ยงการใช้ WIFI สาธารณะ

อิสราเอล-กลุ่มฮะมาสจะเริ่มหารือข้อตกลงยุติความขัดแย้งระยะที่ 2

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลระบุเมื่อ 8 ธันวาคม 2568 ว่าจะหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เร็ว ๆ นี้เพื่อทบทวนเงื่อนไขและขั้นตอนการดำเนินการตามแผนยุติความขัดแย้งในฉนวนกาซา และฟื้นฟูฉนวนกาซา ระยะที่ 2 หลังจากกองทัพอิสราเอลถอนกำลังออกจากพื้นที่แล้วบางส่วน ขณะที่กลุ่มฮะมาสทำตามแผนระยะที่ 1 คือ ส่งตัวประกันคืนให้อิสราเอลทั้งหมด โดยปัจจุบันเหลือตัวประกันชาวอิสราเอลอีก 1 ราย ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้นานาชาติสนใจว่าแผนการยุติสงครามในฉนวนกาซาอาจมีความคืบหน้า และมีความชัดเจนเรื่องการบริหารการปกครองฉนวนกาซา รวมทั้งบทบาทของกองกำลังนานาชาติภายใต้สหประชาชาติที่จะเข้าไปควบคุมสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ต่อไป ท่าทีของนายกรัฐมนตรีอิสราเอลทำให้มีรายงานว่า อิสราเอลจะทบทวนข้อเสนอกับกลุ่มฮะมาสอีกครั้งเร็ว ๆ นี้ เพื่อเป้าหมายให้กลุ่มฮะมาสปลดอาวุธทั้งหมด อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮะมาสยังไม่ตอบรับเงื่อนไขของอิสราเอล พร้อมยืนยันว่ากลุ่มอาจพิจารณาวางอาวุธชั่วคราว หากมีการผลักดันให้เกิดรัฐปาเลสไตน์อย่างจริงจัง รวมทั้งข้อตกลงหยุดยิงระยะ 5-10 ปีด้วย ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่สหรัฐฯ เสนอ แต่ผู้นำอิสราเอลยังไม่ยอมรับ เพราะคัดค้านการตั้งรัฐปาเลสไตน์ เนื่องจากจะเป็นชัยชนะของกลุ่มฮะมาส สถานการณ์ความมั่นคงและความขัดแย้งในฉนวนกาซายังไม่แน่นอน เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายยังปฏิบัติการโจมตีทางการทหารต่อเนื่อง แม้จะอยู่ระหว่างทำข้อตกลงหยุดยิงและแลกเปลี่ยนตัวประกัน นอกจากนี้ มีรายงานว่ากองทัพอิสราเอลใช้โอกาสในช่วงการทำข้อตกลงหยุดยิงนี้วางกำลังพลตามแนวพรมแดนระหว่างเมืองในฉนวนกาซา เพื่อสร้าง “เขตแดนใหม่” เพื่อให้กองกำลังของอิสราเอลยังคงมีอำนาจควบคุมพื้นที่มากกว่าร้อยละ 50 ของฉนวนกาซา ท่าทีดังกล่าวทำให้ประเทศในตะวันออกกลางไม่เห็นด้วย โดยนายกรัฐมนตรีกาตาร์ระบุในที่ประชุม…

นักวิจัยญี่ปุ่นสร้างอุปกรณ์ที่ช่วยลดความเสี่ยงการติดไฟของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนาโกยา นำโดย Norikazu Ishigaki ผลิตอุปกรณ์พกพาสำหรับเก็บรวบรวม ขนส่ง และกำจัดแบตเตอรีลิเธียมไอออนอย่างปลอดภัย ซึ่งได้รับการรับรองประสิทธิภาพจากหน่วยดับเพลิง

สื่อต่างประเทศรายงานสถานการณ์ปะทะไทย-กัมพูชา

สื่อมวลชนต่างประเทศยังคงติดตามรายงานสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชา จากกรณีมีรายงานเมื่อ 8 ธันวาคม 2568 ว่าเกิดเหตุการณ์ปะทะบริเวณพรมแดน 2 ประเทศ ล่าสุด สื่อต่างประเทศส่วนใหญ่รายงานว่าไทยปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในพื้นที่บริเวณชายแดนในช่วงเช้าของ 8 ธันวาคม 2568 เพื่อตอบโต้กัมพูชา นับเป็นการปะทะทางการทหารครั้งล่าสุดและเสี่ยงทำให้แผนยุติความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์สนับสนุนนั้นต้องหยุดชะงัก ทั้งนี้ สื่อรายงานโดยอ้างถ้อยแถลงของ ทอ.ไทยที่ระบุว่าปฏิบัติการโจมตีโดยมุ่งทำลายเป้าหมายด้านการทหารของกัมพูชา รวมทั้งศูนย์บัญชาการและเส้นทางลำเลียงเสบียง รวมทั้งอุปกรณ์ทางการทหารของกัมพูชาในพื้นที่ช่องอานม้า พื้นที่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์ใน ต.โซง อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เนื่องจากเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อไทย สื่อรายงานด้วยว่า ฝ่ายไทยประเมินว่ากัมพูชาเคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์ประเภทอาวุธหนักจำนวนมาก และฝ่ายไทยจำเป็นต้องปฏิบัติการทางอากาศเพื่อตอบโต้กัมพูชาที่เริ่มการปะทะก่อนในช่วงเวลา 03.00 น.โดยยิงโจมตีเข้าพื้นที่ฐานอนุพงษ์ บริเวณช่องบก จ.อุบลราชธานี จนทำให้ทหารไทยเสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บ 2 ราย นอกจากนี้ กัมพูชายิงจรวดรุ่น BM-21 เข้าพื้นที่พลเรือนของไทยด้วย แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหาย กัมพูชาปฏิเสธข้อมูลของฝ่ายไทย และยืนยันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่ากัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างกัน และต้องการแก้ไขความขัดแย้งตามแนวทางสันติภาพ รวมทั้งกฎหมายระหว่างประเทศ ตลอดจนย้ำว่ากัมพูชาติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีรายงานว่าฝ่ายไทยปฏิบัติการโจมตีกัมพูชาในช่วงเวลา 05.04 น. นอกจากประเด็นการปะทะและความไม่แน่นอนด้านสถานการณ์ความปลอดภัย รวมทั้งการรักษาข้อตกลงที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พยายามผลักดัน…

กัมพูชาเปิดรับการลงทุนจาก USABC ของสหรัฐฯ

ช่วงต้นธันวาคม 2568 สื่อกัมพูชาเสนอข่าวสารสำคัญเกี่ยวกับการที่กัมพูชาเปิดรับสภาธุรกิจสหรัฐฯ–อาเซียน (U.S.-ASEAN Business Council -USABC) ซึ่งการที่นายฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาได้เข้าร่วมประชุม และพบหารือกับ USABC ด้วยตนเอง และสร้างความมั่นใจในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล และการมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน ทำให้ USABC พอใจมาก และยังตอบรับที่กัมพูชาได้จัดตั้งช่องทางการติดต่อ และแก้ไขปัญหาระหว่างนักธุรกิจของทั้งสองประเทศ ที่ชื่อว่า Government-Private Sector Forum หรือ G-PSF หลังจากการเดินสายในกัมพูชาของบริษัท  USABC เช่น ConocoPhillips, Marriott International, Mastercard, Visa, Ford & RMA, Coca-Cola, และ Vriens & Partners เป็นต้น ในครั้งนี้ การค้าการลงทุนของบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ น่าจะหลั่งไหลไปยังกัมพูชามากขึ้น เพราะ USABC ได้พบหลายภาคส่วนของกัมพูชาเช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยว และกระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้ กัมพูชายังได้ นาย…

วิเคราะห์ผู้นำรัสเซียเยือนอินเดียกับภูมิรัฐศาสตร์โลก

  รัสเซียกับอินเดียมีความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างกันตลอดมา ไม่เว้นแม้กระทั่วช่วงที่นานาชาติคว่ำบาตรและกดดันรัสเซียจากกรณีทำสงครามในยูเครน แต่อินเดียก็ยังคงมีความร่วมมือกับรัสเซียได้อย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากอินเดียจะยึดมั่นในหลักการดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างเป็นกลางแล้ว อินเดียยังเล็งเห็นว่าการรักษาความสัมพันธ์กับรัสเซียอาจเป็นโอกาสให้อินเดียเองได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำโลก พร้อมกับเป็นประเทศที่สามารถจัดการความสัมพันธ์กับมหาอำนาจได้อย่างมีชั้นเชิง ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอินเดียกำลังน่าจับตามอง เพราะประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการระหว่าง 4-5 ธันวาคม 2568 ซึ่งนอกจากจะเป็นการเยือนเพื่อฉลองครบรอบ 25 ปีความสัมพันธ์ในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รัสเซีย-อินเดียแล้ว ยังเป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีรัสเซียเยือนอินเดีย ตั้งแต่มีสงครามในยูเครน ตลอดจนเป็นเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงที่สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกเปลี่ยนแปลง มีความขัดแย้ง การแข่งขัน และความไม่แน่นอนสูงมาก สาเหตุที่ทำให้ทั่วโลกจับตาการเยือนครั้งนี้ เพราะมีขึ้นในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่าง ๆ มีความซับซ้อนและอาจอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน (transition) เช่น 1) รัสเซียกำลังจะยกระดับปฏิบัติการทางทหารในยูเครน เนื่องจากใกล้ฤดูหนาว ซึ่งเป็นสมรภูมิที่มีแนวโน้มจะตึงเครียดขึ้น 2) สหรัฐฯ กำลังเร่งทำให้การเจรจาสันติภาพรัสเซีย-ยูเครน มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม โดยส่งผู้แทนไปพบกับผู้นำรัสเซีย และกำลังจะพบกับผู้นำยูเครนเร็ว ๆ นี้ 3) สหภาพยุโรป (EU) กำลังเดินหน้าลดการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย และ 4) อินเดียกำลังมีปัญหาขัดแย้งกับสหรัฐฯ เรื่องความร่วมมือทางการค้า จากนโยบายภาษีตอบโต้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ร้อยละ 50 และบวกกับอีกร้อยละ 25 จากกรณีอินเดียนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียด้วย…