สหรัฐฯ จับกุมสมาชิก TILF เตรียมก่อเหตุที่รัฐแคลิฟอร์เนียในห้วงสิ้นปี

ถ้อยแถลงของกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) สหรัฐฯ ระบุว่า ยธ. ร่วมกับ สนง.สอบสวนกลาง (FBI) ได้จับกุมสมาชิกกลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยเทอร์เทิลไอแลนด์” (Turtle Island Liberation Front – TILF) 4 คน เมื่อ 12 ธ.ค.68 ในเขตทะเลทรายโมฮาวี ขณะซ้อมแผนวางระเบิดต่อเป้าหมาย 5 แห่ง ในนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ใน 312400 ธ.ค.68 รวมทั้งมีแผนโจมตี จนท.และยานพาหนะของ สนง.ตม.และศุลกากร    FBI ยังขยายผลจับกุมผู้ต้องสงสัยอีก 1 คน ซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มดังกล่าว ที่เมืองนิวออร์ลีนส์และวางแผนเตรียมก่อเหตุรุนแรง ทั้งนี้ กลุ่ม TILF สนับสนุนปาเลสไตน์ ต่อต้านรัฐบาล และระบบทุนนิยม

ญี่ปุ่นกังวลกรณีจีนและรัสเซียเพิ่มกิจกรรมทางทหารรอบญี่ปุ่น

ถ้อยแถลงของนายโคอิซูมิ ชินจิโร รมว.กห.ญี่ปุ่น เมื่อ 16 ธ.ค.68 ระบุว่าไม่ทราบเจตนาที่แท้จริงของจีนและรัสเซียกรณีเครื่องบินทิ้งระเบิด Tu-95 ของรัสเซีย จำนวน 2 ลำ บินจากน่านฟ้าเหนือทะเลญี่ปุ่น ก่อนพบกับเครื่องบินทิ้งระเบิด H-6 ของจีน จำนวน 2 ลำ ที่บริเวณทะเลจีน ตอ. และทำการบินร่วมกันเป็นฝูงบินเพื่อออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิก ที่บริเวณใกล้กับภูมิภาคชิโกกุ (1 ใน 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น) เมื่อ 9 ธ.ค.68  นายโคอิซูมิระบุด้วยว่าการที่เครื่องบินทิ้งระเบิดของจีนและรัสเซียทำการบินร่วมกันเป็นฝูงบินซ้ำหลายครั้ง สะท้อนว่าทั้งสองประเทศขยายขอบเขตและเพิ่มกิจกรรมรอบญี่ปุ่น โดยการตรวจพบเครื่องบินทิ้งระเบิดของจีนและรัสเซียทำการบินร่วมกันเป็นฝูงบินใกล้ญี่ปุ่นครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 9 ในประวัติศาสตร์ และเป็นครั้งแรกที่เข้าใกล้ภูมิภาคชิโกกุ

ความตกลงหยุดยิงไทย-กัมพูชาล้มเหลวเพราะไม่แก้ไขปมขัดแย้ง

สำนักข่าว Aljazeera เมื่อ 14 ธันวาคม 2568 รายงานความเห็นของนาย Ronny P Sasmita นักวิเคราะห์จากสถาบันวิชาการในอินโดนีเซีย เกี่ยวกับสถานการณ์ไทย-กัมพูชาในปัจจุบัน และสิ่งที่อาเซียนควรดำเนินการในฐานะกลไกระดับภูมิภาค โดยประเมินว่าสาเหตุทำสำคัญที่ทำให้ความตกลงที่จะหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชาล้มเหลว เนื่องจากความตกลงดังกล่าวไม่ได้มีขั้นตอนหรือการให้คำมั่นว่าจะแก้ไขปมปัญหาความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ คือ ความไม่เชื่อใจระหว่างกัน ทั้งในระดับรัฐบาล กองทัพ และประชาชน ซึ่งที่ผ่านมา ไทยและกัมพูชามีกลไกรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและลดระดับความตึงเครียดบริเวณชายแดนมาโดยตลอด แต่ก็มีรายงานการเคลื่อนกำลังพลและกำลังทหาร รวมทั้งการปะทะระหว่างประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างรุนแรง สรุปว่า ความตกลงร่วมกันเพื่อยุติปฏิบัติการทางทหารเมื่อ ตุลาคม 2568 ไม่สามารถคลายปมความขัดแย้งและไม่ไว้วางใจกันระหว่าง 2 ประเทศ ที่สะสมมานานจากหลายสาเหตุได้ นอกจากนี้ เอกสารดังกล่าวไม่มีขั้นตอนและกลไกติดตามความคืบหน้าที่เพียงพอจะเอื้อต่อวิธีการจัดการชายแดนที่ยังไม่เรียบร้อยตั้งแต่สิ้นสุดยุคล่าอาณานิคมระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ขณะที่สิ่งปลูกสร้างและอาคารต่าง ๆ ในพื้นที่ก็ผูกโยงกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ทำให้ตกเป็นประเด็นถกเถียงระหว่างประชาชน ซึ่งเสี่ยงลุกลามบานปลายเป็นความตึงเครียดระหว่างประเทศได้เป็นระยะ ๆ รวมทั้งความขัดแย้งในรอบปี 2568 นี้ ที่ตึงเครียดและขยายตัวขึ้นมา ก็มีจุดเริ่มต้นมาจากการถกเถียงเรื่องสิทธิครอบครองสิ่งปลูกสร้างและดินแดนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จากนั้นก็มีปัจจัยเสริมจากการพัฒนาขีดความสามารถทางการทหาร ที่ทำให้กองทัพของทั้ง 2 ฝ่ายมีเครื่องมือในการยั่วยุทางการทหารระหว่างกันมากขึ้น นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันการลาดตระเวนทางการทหารก็เสี่ยงกลายเป็นจุดเริ่มต้นการปะทะทางการทหารที่ขยายตัวและยืดเยื้อได้ง่ายกว่าในอดีต…