ไทยเป็นจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์

Harvard International Review เผยแพร่บทความว่าไทยเป็น 1 ในจุดหมายสำคัญในเอเชีย ตอ.ต. ที่นักท่องเที่ยวชาวตะวันตกนิยมเดินทางไปรับบริการทางแพทย์และการศัลยกรรม เนื่องจากค่าใช้จ่ายถูกกว่า ส่งผลให้ไทยได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจ นำไปสู่การปรับนโยบายของรัฐที่เอื้ออำนวยต่อการเข้ามาใช้บริการของชาวต่างชาติ และนโยบายสนับสนุนโรงพยาบาลเอกชนที่เปิดให้บริการชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาต่อระบบสวัสดิการด้านสุขภาพสำหรับประชาชน เพราะทำให้โรงพยาบาลของรัฐไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณหรือทรัพยากรจากรัฐอย่างเต็มที่ อีกทั้งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงพยาบาลเอกชนกับโรงพยาบาลของรัฐมากยิ่งขึ้น

จีนส่งผู้แทนพิเศษเยือนกัมพูชาและไทย

โฆษก กต.จีน แถลงเมื่อ 17 ธ.ค.68 ว่า จีนในฐานะประเทศเพื่อนบ้านและพันธมิตรของไทยและกัมพูชา ติดตามความขัดแย้งบริเวณชายแดนอย่างใกล้ชิด และได้ประสานงานกับทั้งสองฝ่าย เพื่อส่งเสริมสันติภาพ รวมถึงทำงานเชิงรุก เพื่อคลี่คลายความตึงเครียด โดยนายเติ้ง สีจุน ผู้แทนพิเศษด้านกิจการเอเชียของ กต.จีน จะเดินทางเยือนไทยและกัมพูชาเมื่อ  18 ธ.ค.68 เพื่อเป็นสะพานเชื่อมทั้งสองฝ่ายในการฟื้นฟูสันติภาพโดยเร็ว ก่อนหน้านี้ นายเติ้งเคยเยือนกัมพูชาและไทยเมื่อ ก.ย.68 ซึ่งคาดหวังให้ไทยและกัมพูชา แก้ไขปัญหาอย่างสันติผ่านการเจรจา และฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดนโดยเร็ว

เวียดนามรับชาวเวียดนามที่เกี่ยวข้องกับคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชากลับ

เวียดนามรับชาวเวียดนาม จำนวน 63 คน จากกัมพูชาผ่านจุดผ่านแดนถาวร Hoa Lu จ.ด่งนาย (ตรงข้าม จ.มณฑลคีรี กัมพูชา) เมื่อ 17 ธ.ค.68 ในจำนวนดังกล่าว มี 42 คน ที่หลบหนีจากขบวนการคอลเซ็นเตอร์ใน จ.อุดรมีชัย   ทั้งหมดได้รับการตรวจสุขภาพเบื้องต้น ก่อนเข้าสู่กระบวนการสอบสวน ซึ่งพบว่าเป็นชาวเวียดนามที่มีภูมิเนาจาก จ.เลิมด่ง จ.หวิญล็อง และนครไฮฟอง บางส่วนถูกหลอกลวงให้ไปทำงานกับเครือข่ายการพนันและการหลอกลวงทางออนไลน์ ต้องปลอมแปลงเอกสารยืนยันตัวตน มีคุณภาพชีวิตย่ำแย่ ไม่ได้รับรายได้และไม่สามารถติดต่อกับครอบครัว ทั้งยังถูกขู่ว่าจะทำร้าย ฆ่า และถูกขายให้ไปทำงานที่อื่น  ทั้งนี้ เวียดนามรับชาวเวียดนามที่เกี่ยวพันกับขบวนการคอลเซ็นเตอร์จากกัมพูชาแล้ว 2 ครั้ง รวม  212 คน โดยครั้งแรก เมื่อ พ.ย.68

รมว.กต.อินเดียหารือกับ นรม.อิสราเอลย้ำความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์

นายสุพรหมณยัม ชัยศังกระ รมว.กต.อินเดียพบหารือกับ นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ที่กรุงเยรูซาเล็ม อิสราเอล เมื่อ 16 ธ.ค.68 โดยย้ำความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่งระหว่างกัน รวมทั้งได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือในด้านต่าง ๆ อาทิ เทคโนโลยี เศรษฐกิจ และความมั่นคง  รมว.กต.อินเดียยังให้ความสำคัญกับมุมมองของ นรม.เนทันยาฮู เกี่ยวกับการพัฒนาในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมทั้งได้หารือกับนาย Nir Barkat รมว.เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของอิสราเอล เกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือด้านการลงทุนและนวัตกรรมระหว่างกัน และคาดหวังว่าจะมีการสรุปข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างกันโดยเร็ว

สื่อต่างประเทศรายงานเน้นการปฏิบัติการทางอากาศของไทยที่กรุงปอยเปต 

  สื่อต่างประเทศเมื่อ 18- 19 ธันวาคม 2568 รายงานการปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาลดลง แต่ทั้งสื่อตะวันตกและเอเชียกลับเน้นรายงานเฉพาะการปฏิบัติการทางอากาศของไทยอีกครั้ง ที่ใช้เครื่องบิน F-16 ทิ้งระเบิดกาสิโน ที่กรุงปอยเปต ซึ่งเป็นแหล่งคลังอาวุธของกัมพูชา และรายงานอ้างรัฐมนตรีกลาโหมของกัมพูชาที่เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศประณามไทยว่าเป็นการก่ออาชญากรรมทางสงคราม และเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชาก็ออกมาชี้ให้เห็นว่าการกระทำของไทยทำให้ชาวกัมพูชาเกิดผู้พลัดถิ่นมากกว่า 476,000 คน สื่อต่างชาติ เช่น สื่อตุรกี และสื่อท้องถิ่นกัมพูชายังรายงานประเด็นที่ทำให้เกิดภาพเชิงบวกต่อกัมพูชาในเวทีโลก โดยรายงานการเดินขบวนเรียกร้องสันติภาพกลางกรุงพนมเปญ โดย Union of Youth Federations of Cambodia (UYFC) ซึ่งมีนายฮุนมานี เป็นหัวหน้ากลุ่มและเป็นน้องชายนายฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นแกนนำในการเดินขบวนเรียกร้องสันติภาพ และให้มีการหยุดยิง จากที่เกิดการปะทะครั้งใหม่กับไทยตั้งแต่ 7 ธันวาคม 2568  สื่อรายงานว่า ชาวกัมพูชาที่เข้าร่วมมีจำนวนหลายพันคน Volker Turk หัวหน้าข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (United Nations High Commissioner for Human Rights-UNHCR) ได้เรียกร้องให้ไทย-กัมพูชาหยุดหยิง  เนื่องจากมีรายงานว่าสิ่งก่อสร้างทางวัฒนธรรม…

เมียนมาดำเนินคดีต่อประชาชนที่ละเมิดกฎหมายก่อนการเลือกตั้ง

รัฐบาลเมียนมาเมื่อ 18 ธันวาคม 2568 ดำเนินคดีต่อประชาชนชาวเมียนมาจำนวน 229 คน เนื่องจากละเมิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยแบ่งเป็นชาย 201 คน และหญิง 28 คน บางส่วนประกอบอาชีพนักแสดง ผู้ผลิตภาพยนต์และสมาชิกกองกำลังป้องกันประชาชน หรือ People’s Defense Forces (PDF) โดยกระทำความผิดเนื่องจากพยายามบ่อนทำลายกระบวนการเลือกตั้งทั่วไป ที่จะมีขึ้นใน 28 ธันวาคม 2568 เช่น การทำลายป้ายประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง ป้ายหาเสียง ข่มขู่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ทำงานในหน่วยเลือกตั้ง และวิจารณ์การเลือกตั้งเชิงลบผ่านสื่อสังคมออนไลน์ สำหรับกฎหมายเลือกตั้งของเมียนมาฉบับนี้ รัฐบาลเมียนมาเริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อ กรกฎาคม 2568 กำหนดห้ามไม่ให้มีการจัดการชุมนุมประท้วงหรือกระจายแนวคิดที่จะเป็นอุปสรรคต่อขั้นตอนและกระบวนการเลือกตั้ง หากใครฝ่าฝืนจะได้รับโทษจำคุกระหว่าง 3-10 ปี รวมทั้งมีค่าปรับด้วย ในห้วงที่ผ่านมา มีชาวเมียนมารวมตัวกันชุมนุมประท้วงและวิจารณ์การเลือกตั้งครั้งนี้ว่าไม่ยุติธรรมและไม่โปร่งใส จึงเรียกร้องให้ชาวเมียนมาคว่ำบาตรการเลือกตั้ง ตลอดจนขอให้นานาชาติกดดันรัฐบาลเมียนมามากขึ้น เช่น กรณีการชุมนุมประท้วงคัดค้านการเลือกตั้งเมื่อ 3 ธันวาคม 2568 ที่เมืองมัณฑะเลย์ ที่มีชาวเมียนมาชุมนุมคัดค้านการเลือกตั้ง รวมทั้งกฎหมายเกณฑ์ทหาร และเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมือง การเลือกตั้งในเมียนมาได้รับความสนใจจากนานาชาติอย่างมาก เนื่องจากมีขึ้นในช่วงที่สถานการณ์ความมั่นคงในเมียนมายังไม่แน่นอน…

ผู้นำสหรัฐฯ สัญญาว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเติบโตในปี 2569

  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 17 ธันวาคม 2568 แถลงจากทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่อชาวอเมริกัน สาระสำคัญ คือ ประกาศความสำเร็จของรัฐบาลในการดำเนินนโยบายต่าง ๆ ทำให้ภาพลักษณ์สหรัฐฯ กลับไปแข็งแกร่งและได้รับการยอมรับมากขึ้น เพราะสามารถยุติสงครามในฉนวนกาซาได้ และให้คำมั่นว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2569 นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่น ๆ ที่สื่อสหรัฐฯ ให้ความสนใจ เช่น การกล่าวโทษว่าผู้อพยพทำให้สหรัฐฯ เผชิญวิกฤตอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจชะลอตัว การมอบเงินปันผลจำนวน 1,776 ดอลลาร์สหรัฐแก่สมาชิกกองทัพสหรัฐฯ จำนวนกว่า 1,500,000 คน เพื่อเป็นการตอบแทนในโครงการ “warrior dividend” โดยอ้างว่าสหรัฐฯ ได้รับผลตอบแทนจากมาตรการภาษีตอบโต้ โจมตีอดีตประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน และรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดก่อนหน้านี้ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตเงินเฟ้อ ราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคเพิ่มสูงขึ้น พร้อมทั้งสัญญาว่าในปี 2569 รัฐบาลสหรัฐฯ จะร่วมมือกับฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อปฏิรูปอสังหาริมทรัพย์ และกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่มีผลการสำรวจความนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์ตกต่ำลงเหลือ ร้อยละ 36 สะท้อนว่าชาวอเมริกันอาจไม่เห็นด้วยกับนโยบาย Make America Great Again ของผู้นำสหรัฐฯ…