สหรัฐฯ ยกระดับมาตรการ รปภ. ในวอชิงตัน ดี.ซี. 14 มิ.ย.68

สนข. CNN รายงานเมื่อ 10 มิ.ย.68 ว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของสหรัฐฯ คาดว่า จะมีประชาชนประมาณ 200,000 คน เข้าร่วมงานวันคล้ายวันเกิดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และวันครบรอบ 250 ปี กองทัพบกสหรัฐฯ ใน 14 มิ.ย.68 ที่วอชิงตัน ดี.ซี. โดยงานนี้ได้รับการจัดให้เป็น “งานพิเศษความมั่นคงแห่งชาติพิเศษ” (National Special Security Event-NSSE) ทั้งนี้ สหรัฐฯ กังวลว่าการประท้วงต่อต้านนโยบายปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมายในนครลอสแอนเจลิส อาจลุกลามมาถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. จึงยกระดับมาตรการ รปภ. อย่างเข้มงวด

ผู้นำเกาหลีใต้คนใหม่หารือกับผู้นำจีน เห็นพ้องกระชับความสัมพันธ์

  ประธานาธิบดีอี แจ-มย็อง ของเกาหลีใต้โทรศัพท์หารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเมื่อ 10 มิถุนายน 2568 เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างประเทศ ผู้นำทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องจะขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐบาลและประชาชน รวมทั้งการส่งเสริมความมั่นคงและสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี ทั้งนี้ การพูดคุยดังกล่าวเป็นการสนทนากันครั้งแรกระหว่างผู้นำเกาหลีใต้และจีน หลังจากที่ประธานาธิบดีอี แจ-มย็อง รับตำแหน่งเมื่อ 4 มิถุนายน 2568 ทำให้ทั่วโลกจับตาทิศทางการดำเนินนโยบายต่างประเทศของเกาหลีใต้อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นเรื่องสำคัญรองจากนโยบายภายในประเทศ และคาดว่าประธานาธิบดีอี แจ-มย็องจะดำเนินนโยบายต่างประเทศแตกต่างจากรัฐบาลชุดเดิม ผู้นำเกาหลีใต้ใช้การสนทนาทางโทรศัพท์ครั้งนี้ส่งสัญญาณให้จีนให้ความร่วมมือในการกดดันให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์เพื่อรักษาสันติภาพในภูมิภาค ด้านผู้นำจีนตอบรับว่าพร้อมจะให้ความร่วมมือเพื่อแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้งและความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี เนื่องจากเป็นผลประโยชน์ของจีนด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนยังย้ำให้เกาหลีใต้เคารพผลประโยชน์แห่งชาติระหว่างกัน รวมทั้งร่วมมือกันแก้ไขปัญหาความมั่นคงในภูมิภาคตามแนวทางที่ถูกต้อง คาดว่า ผู้นำจีนต้องการร่วมมือกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนใหม่ เนื่องจากประธานาธิบดีอี แจ-มย็อง มีแนวคิดคัดค้านการตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธ THAAD ของสหรัฐฯ ในคาบสมุทรเกาหลี เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค การหารือระหว่างผู้นำเกาหลีใต้และจีนอาจเป็นผลดีต่อบรรยากาศความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศมีช่องทางติดต่อกันและพร้อมจะขยายความร่วมมือทั้งด้านเศรษฐกิจและการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน นักวิเคราะห์การเมืองเกาหลีใต้ประเมินว่ารัฐบาลประธานาธิบดีอี แจ-มย็องจะให้ความสำคัญกับการรักษารับความสัมพันธ์กับจีนมากขึ้น เพราะเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญ และมีบทบาทในการเจรจากับเกาหลีเหนือ ประธานาธิบดีอีแจ-มย็องยังเชิญผู้นำของจีนเข้าร่วมการประชุม APECที่จะจัดขึ้นที่เมืองคย็องจู ในพฤศจิกายน…

สหรัฐฯ เพิ่มกองกำลังทหารควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบในนครลอสแอนเจลิส

สนข. AP รายงานเมื่อ 10 มิ.ย.68 ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้กองกำลังป้องกันประเทศส่ง จนท. ปฏิบัติภารกิจควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบในนครลอสแอนเจลิสเพิ่มอีก 2,000 นาย พร้อมกับนาวิกโยธินอีก 700 นาย  เพิ่มจากคำสั่งเมื่อ 7 มิ.ย. 68 ที่ส่งไปแล้ว 2,000 นาย เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบและเหตุรุนแรงจากกลุ่มผู้ประท้วงในนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ตั้งแต่ 6 มิ.ย.68 โดยกองกำลังดังลก่าวจะปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนการทำงานของสำนักตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐฯ (U.S. Immigration and Customs Enforcement – ICE)  รวมทั้ง จนท. บังคับใช้กฎหมายอื่นๆ ของรัฐบาลกลาง เพื่อรักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อยของสังคม ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้ประกาศนโยบายไม่ยินยอมต่อพฤติกรรมทางอาญาและการใช้ความรุนแรง (Zero tolerance policy for criminal behavior and violence) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การก่อเหตุที่มุ่งเป้า จนท. บังคับใช้กฎหมาย 

อินเดียกำลังเผชิญกับปัญหาสังคมผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง

เว็บไซต์ The New Indian Express รายงานเมื่อ 10 มิ.ย.68 อ้างงานวิจัยเรื่อง สังคมผู้สูงอายุของอินเดีย: ภูมิทัศน์ปัจจุบัน โดย Give Grants India ซึ่งร่วมจัดทำกับกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติประจำอินเดีย (United Nations Population Fund-UNFPA) และสถาบันวิจัยด้านประชากรศาสตร์ระหว่างประเทศ  สถาบันวิจัย NITI Aayog และกระทรวงสถิติและการดำเนินการตามโครงการ (Ministry of Statistics and Programme Implementation-MoSPI) พบว่า อินเดียกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากร เนื่องจากจำนวนผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปี กำลังเพิ่มสูงขึ้น มีสัดส่วนร้อยละ 10 ของจำนวนประชากรทั้งหมด อีกทั้ง คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 20 หรือ 34.7 ล้านคน ภายในปี 2590  

รัสเซียจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถอาวุธสมัยใหม่แก่กองทัพอินโดนีเซีย

สนข.Tass ของรัสเซียรายงานเมื่อ 9 มิ.ย.68 อ้างนายอเล็กซานเดอร์ มิเคเอฟ ผู้บริหารของบริษัทโรโซโบรอนเอ็กซ์พอร์ต (Rosoboronexport) ซึ่งเป็นบริษัทค้าอาวุธของรัสเซียว่า รัสเซียจะช่วยสนับสนุนการติดตั้งอาวุธชนิดใหม่แก่กองทัพอินโดนีเซีย รวมถึงพัฒนาความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตของบริษัทและอู่ต่อเรือแห่งชาติของอินโดนีเซีย เพื่อส่งเสริมให้มิตรประเทศของรัสเซียสามารถพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงในห้วงที่ตลาดการค้าอาวุธสมัยใหม่กำลังเป็นที่นิยม และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของกองทัพอินโดนีเซียให้ทันสมัยและมีขีดความสามารถในการรับมือกับภัยคุกคามและความท้าทายด้านความมั่นคงในอนาคต ทั้งนี้ Rosoboronexport จะร่วมจัดแสดงยุทโธปกรณ์รุ่นล่าสุดของรัสเซียที่ตอบสนองต่อความต้องการสูงสุดของกองทัพอินโดนีเซียตามแผนการเสริมอาวุธของกองทัพอินโดนีเซียระยะ 4 ปี (ห้วงปี 2568-2572) ในงาน Indo Defense Show ระหว่าง 11-14 มิ.ย.68 ที่กรุงจาการ์ตา ตามคำเชิญของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย

รัฐบาลญี่ปุ่นเห็นชอบแนวนโยบายพื้นฐานด้านความเท่าเทียมทางเพศ

สำนักงานส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศของญี่ปุ่น ซึ่งมีนายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น เป็นประธาน ร่วมกับหน่วยงานและคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เห็นชอบแนวนโยบายพื้นฐานด้านความเท่าเทียมทางเพศ และการส่งเสริมบทบาทสตรี ปี 2568 เมื่อ 10 มิ.ย.68 โดยย้ำถึงความเร่งด่วนในการดำเนินการให้เกิดการดึงดูดการทำงานของสตรี ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนสตรีที่ต้องการเริ่มประกอบธุรกิจ ผ่านศูนย์ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลท้องถิ่น  เพื่อส่งเสริมให้สตรีไม่ย้ายออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังมีแผนจัดตั้งหน่วยงานอิสระเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งจะเริ่มใน เม.ย.69 โดยจะสนับสนุนมาตรการต่าง ๆ เช่น การจัดทำฐานข้อมูลผู้เชี่ยวชาญเพื่อส่งไปบรรยายในพื้นที่ชนบท เป็นต้น  

มาเลเซียประกาศขยายอัตราภาษีการขายและบริการ (SST)

ดาโต๊ะ ซรี อามีร์ ฮัมซะฮ์ อาซีซัน รมว.กค.คนที่ 2 ของมาเลเซีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 9 มิ.ย.68 ประกาศมาตรการปรับโครงสร้างภาษีการขายและบริการ (Sales and Services Tax-SST) มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค.68 โดยจะยังคงภาษีขายที่ร้อยละ 0 สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน เช่น เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ข้าว ธัญพืช นม น้ำมันพืช ยา หนังสือ และอาหารสัตว์ แต่จะขยายอัตราภาษีขายร้อยละ 5-10 สำหรับสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น ปูคิงแคร็บ แซลมอน ผลไม้นำเช้า ผ้าไหม เครื่องจักรอุตสาหกรรม จักรยานแข่งขัน และงานศิลปะโบราณ ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะขยายอัตราภาษีบริการให้ครอบคลุมการเช่าหรือให้เช่า งานก่อสร้าง การบริการทางการเงิน การบริบาลสุขภาพเอกชน การศึกษา และบริการเสริมความงาม โดยประเมินว่า แนวทางดังกล่าวจะเพิ่มรายได้ภาครัฐอีก 5,000 ล้านริงกิต…

ศรีลังกาจะจัดตั้งหน่วยงานใหม่ยกระดับการท่องเที่ยวสู่จุดหมายชั้นนำของโลก

เว็บไซต์ นสพ.Daily Mirror ของศรีลังกา รายงานเมื่อ 9 มิ.ย.68 ระบุว่า รัฐบาลจะจัดตั้งหน่วยงานใหม่ ภายใต้สำนักงานเลขาธิการประธานาธิบดี เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน การจัดตั้งหน่วยงานดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดี Anura Kumara Dissanayake ที่มุ่งยกระดับศรีลังกาให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวชั้นนำตลอดทั้งปี โดยให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล การยกระดับทักษะและศักยภาพของบุคลากรภายในประเทศ รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติในภาคการท่องเที่ยว ทั้งนี้ รัฐบาลศรีลังกาตั้งเป้าหมายให้ภาคการท่องเที่ยวเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

เวียดนามเร่งพัฒนาเกาะฟูก๊วกรับการเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC 2027

เวียดนามใช้การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคในปี 2570  ผลักดันตัวเองให้มีบทบาทที่โดดเด่นทั้งในระดับโลกและภูมิภาค สิ่งที่เตรียมพร้อมที่น่าสนใจก็คือ การเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เฉพาะอย่างยิ่งที่เกาะฟูก๊วกซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม อยู่ทางตอนใต้ของประเทศ บริเวณอ่าวไทยในพื้นที่จังหวัดเกียนซางที่จะเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดผู้นำเอเปคในปี 2570 เช่น พัฒนาสนามบินระหว่างประเทศ เพื่อจะชูให้สนามบินระหว่างประเทศฟูก๊วกเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาคและระดับโลก นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างจุดเด่นในการดึงดูดนักท่องเที่ยวไปเที่ยวเวียดนามอย่างยั่งยืน รัฐบาลเวียดนามให้ความสำคัญมากในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคในปี 2570 จึงใช้โอกาสนี้วางยุทธศาสตร์การพัฒนาเกาะฟูก๊วกอย่างยั่งยืน นายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้เดินทางไปยังจังหวัดเกียนชางเมื่อต้นพฤษภาคม 2568 ย้ำการวางยุทธศาสตร์ของจังหวัดเกียนชางว่าต้องเร่งดำเนินการโครงการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาเมือง ระบบนิเวศ และการท่องเที่ยวของเกาะฟูก๊วก เพื่อรองรับการประชุมผู้นำเอเปคในปี 2570 เพิ่มจากปัจจุบันก็มีที่พักที่ทันสมัยระดับ 4-5 ดาว และร้านค้าสุดหรูอยู่แล้ว นายกรัฐมนตรีเวียดนามยังเร่งพัฒนาโครงการสำคัญ ๆ ในเกาะฟูก๊วก เช่น การบำบัดน้ำเสีย การทำน้ำสะอาด ระบบการจัดการน้ำ และการปรับปรุงสนามบินระหว่างประเทศ เพื่อให้ฟูก๊วกเป็นเป้าหมายการท่องเที่ยว ทันสมัย ยั่งยืน โดยอาคารผู้โดยสารปัจจุบันมีขีดความสามารถรองรับนักเดินทางได้ 4 ล้านคนต่อปี แต่แนวโน้มที่ผู้โดยสารจะมีมากขึ้นที่คาดว่าจะถึง 7 ล้านคน และการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับการประชุมผู้นำเอเปคในปี 2570 ทำให้เวียดนามเร่งปรับปรุงสนามบินระหว่างประเทศฟูก๊วกให้ทันก่อนถึงการประชุมผู้นำเอเปค 2570  และคาดว่าจะรองรับผู้โดยสารได้…

ไทยเปลี่ยนแปลงนโยบายกัญชาเนื่องจากส่งผลกระทบต่อเยาวชนและสังคม

The Standard ของฮ่องกง เผยแพร่บทความระบุว่า ไทยซึ่งเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ปลดล็อคกัญชาเพื่อสันทนาการเมื่อปี 2565 กำลังเปลี่ยนแปลงนโยบายให้ใช้กัญชาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์เท่านั้น หลังพบว่ามีใช้กัญชาพุ่งสูงขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับการติดกัญชาและปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า และยังพบเหตุอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับกัญชาเพิ่มขึ้น ขณะที่ผลผลิตกัญชาล้นตลาดส่งผลให้ราคาตกต่ำ เกษตรกรล้มละลาย และมีการลักลอบส่งกัญชาไปต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างกะทันหันทำให้เกิดกระแสต่อต้านจากผู้ประกอบการที่ลงทุนในธุรกิจกัญชา จึงต้องจับตามองว่าไทยจะสามารถถอยกลับจากนโยบายดังกล่าวได้สำเร็จหรือไม่