สถานการณ์ประท้วงและความรุนแรงในลอสแอนเจลิส สหรัฐฯ

  สถานการณ์ประท้วงต่อต้านนโยบายจัดการและควบคุมผู้อพยพในสหรัฐฯ รุนแรงมากขึ้น หลังจากเกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ประท้วงกับเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคง และกองกำลังป้องกันชาติ (national guards) หรือกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิของสหรัฐฯ เมื่อ 8 มิถุนายน 2568 มีรายงานภาพความรุนแรงและความเสียหายจากการปราบปรามการประท้วงดังกล่าว และอาจเป็นประเด็นทำให้ชาวอเมริกันโจมตีรัฐบาลว่ากระทำความรุนแรงเกินกว่าเหตุต่อผู้ชุมนุม สาเหตุของการปะทะเกิดจากผู้ชุมนุมประท้วงคัดค้านนโยบายจัดการผู้อพยพของรัฐบาล ชุมนุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 บริเวณย่านกลางเมือง ห้างสรรพสินค้า Home Depot และพื้นที่ใกล้เคียง Metropolitan Detention Centerเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สาเหตุของการประท้วงเกิดจากเหตุก่อนหน้านั้น รัฐบาลสั่งลาดตระเวนเพื่อตรวจสอบและจับกุมผู้อพยพผิดกฎหมายในพื้นที่อย่างเข้มงวด ทำให้คนในพื้นที่ไม่พอใจและชุมนุมคัดค้านการดำเนินคดีต่อผู้อพยพระหว่างการชุมนุมเมื่อ 6-7 มิถุนายน 2568 มีรายงานการปิดถนนและพยายามก่อกวนการทำงานของหน่วยงานรัฐบาล ด้วยการตั้งจุดสกัดกั้นไม่ให้รถยนต์ลาดตระเวนของหน่วยงานราชการปฏิบัติงานได้ ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่พอใจและประกาศให้การชุมนุมดังกล่าวผิดกฎหมาย พร้อมกับสั่งให้กองกำลังป้องกันชาติลงพื้นที่เพื่อสลายการชุมนุมเมื่อ 8 มิถุนายน 2568 ผู้ประท้วงระบุว่ากองกำลังป้องกันชาติและเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงใช้อุปกรณ์หลายรูปแบบเพื่อปราบปรามการชุมนุม รวมทั้งระเบิดควันและกระสุนที่ใช้ในการควบคุมการประท้วง ทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจ ตะโกนขับไล่เจ้าหน้าที่ และก่อเหตุทำลายทรัพย์สินสาธารณะ จากนั้นสถานการณ์เริ่มมีการใช้ความรุนแรง เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ประท้วงบางส่วน นักการเมืองสหรัฐฯ พรรคเดโมแครตวิจารณ์ว่าการตัดสินใจส่งกองกำลังป้องกันชาติไปควบคุมการชุมนุม อาจเป็นการละเมิดอำนาจของรัฐ และเรียกร้องให้ประธานาธิบดีทรัมป์ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวโดยเร็ว เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นกรณีแรกในรอบหลายปี ที่รัฐบาลกลางตัดสินใจส่งกองกำลังป้องกันชาติไปปฏิบัติหน้าที่ในรัฐใดรัฐหนึ่ง โดยไม่ได้รับการร้องขอจากผู้ว่าการรัฐนั้น อาจเท่ากับการแทรกแซง…

สหราชอาณาจักรเตรียมเปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตนผ่านข้อมูลชีวภาพ

โครงการระบบยืนยันตัวตนผ่านข้อมูลชีวภาพ “World” ที่ร่วมก่อตั้งโดย Sam Altman ซีอีโอของบริษัทฯ OpenAI เตรียมเปิดใช้งานระบบในสหราชอาณาจักรภายระหว่าง 9 – 15 มิ.ย. 68 และมีแผนขยายไปยังเมืองใหญ่อื่น ๆ อาทิ แมนเชสเตอร์ เบอร์มิงแฮม และกลาสโกว์

ประธานาธิบดีรัสเซียสนทนากับสมเด็จพระสันตะปาปาประเด็นความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน สนทนาทางโทรศัพท์กับสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14 เมื่อ 4 มิ.ย.68 เพื่อหาแนวทางยุติความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน และให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการต่อต้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน  ประธานาธิบดีปูตินได้ยืนยันจุดยืนว่าต้องการแก้ไขต้นตอของความขัดแย้งกับยูเครน พร้อมทั้งกล่าวหายูเครนว่ายกระดับความขัดแย้งให้บานปลาย  และโจมตีเป้าหมายพลเรือนของรัสเซีย ส่วนสมเด็จพระสันตะปาปาฯ เรียกร้องให้รัสเซียแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธี 

Yageo ให้คำมั่นสัญญาว่าเทคโนโลยีจะไม่รั่วไหลหากเข้าซื้อบริษัท Shibaura สำเร็จ

Yageo บริษัทผลิตตัวต้นทานชิปที่ใหญ่ที่สุดในโลกสัญชาติไต้หวัน ต้องการเข้าซื้อบริษัท Shibaura Electronics ผู้ผลิตและจำหน่ายเซมิคอนดักเตอร์ และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเซ็นเซอร์อุณหภูมิสัญชาติญี่ปุ่น

กัมพูชาเห็นพ้องลดความตึงเครียดแต่จะไม่ถอนทหารออกจากพื้นที่สามเหลี่ยมมรกต

ผลการหารือทวิภาคีระหว่าง พล.อ.เตีย เซยฮา รอง นรม.และ รมว.กห.กัมพูชา กับนายภูมิธรรม เวชยชัย รอง นรม.และ รมว.กห.ไทย ที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อ 5 มิ.ย.68 สาระสำคัญ ดังนี้ 1) เห็นพ้องที่จะลดความตึงเครียด โดยรักษาการติดต่อสื่อสาร และการเจรจา เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะทางทหาร 2) กัมพูชาปฏิเสธคำร้องขอของไทยที่ให้กัมพูชาถอนกำลังพลออกจากพื้นที่สามเหลี่ยมมรกต โดยย้ำว่าอยู่ในเขตแดนของกัมพูชา และมีทหารประจำการมานาน 3) การใช้แผนที่แตกต่างกันทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถหาจุดกึ่งกลางเพื่อรักษาเสถียรภาพชายแดน อย่างไรก็ดี  กัมพูชายังเคารพ MOU43 และได้พิจารณาเตรียมส่งประเด็นพื้นที่พิพาท 4 แห่งต่อ ICJ เพื่อยุติข้อพิพาทและกำหนดเขตแดน   และ 4) ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องส่งเสริมกลไกการเจรจา ทั้ง GBC JBC RBC ต่อประเด็นอื่นในอนาคต  

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้-สหรัฐฯ หารือเพื่อกระชับความสัมพันธ์เป็นครั้งแรก

ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ แถลงเมื่อ 6 มิ.ย.68 ว่า ประธานาธิบดีอี แจ-มย็อง ของเกาหลีใต้ หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกนานกว่า 20 นาที  บรรยากาศการหารือเป็นกันเอง  ประธานาธิบดีทรัมป์ยินดีต่อการรับตำแหน่งของประธานาธิบดีอี แจ-มย็อง ขณะที่ประธานาธิบดีอี แจ-มย็องย้ำถึงความเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ อันเป็นพื้นฐานของนโยบายต่างประเทศของเกาหลีใต้ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องผลักดันการเจรจาทางภาษีระหว่างกัน ในโอกาสนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์เชิญประธานาธิบดีอี แจ-มย็องเยือนสหรัฐฯ ในห้วงเหมาะสม และจะพบหารือกันนอกรอบการประชุมกรอบพหุภาคี เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน

เวียดนาม และ JICA หารือการพัฒนาขีดความสามารถของหน่วยยามฝั่งเวียดนาม

การพบหารือระหว่าง พล.ท.Le Quang Dạo ผบ.หน่วยยามฝั่งเวียดนาม กับ นาย Kobayashi Yosuke ประธานองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) ประจำเวียดนาม เมื่อ 5 มิ.ย.68  ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือ เฉพาะอย่างยิ่งด้านความมั่นคงทางทะเล และการบังคับใช้กฎหมาย  รวมทั้งหารือถึงความคืบหน้าโครงการ “Maritime Security and Safety Capacity Improvement Project” ครอบคลุมการต่อเรือลาดตระเวน 6 ลำ ด้วยเงินช่วยเหลือจาก JICA ตามกรอบความร่วมมือเพื่อการพัฒนา (ODA) นอกจากนี้ JICA เตรียมจะจัดหลักสูตรฝึกอบรมให้แก่หน่วยยามฝั่งภาค 3 ของเวียดนาม ระหว่าง 7-13 ก.ย.68 และหน่วยยามฝั่งภาค 1 ระหว่าง 7-13 ธ.ค.68   

Micro-retirement เกษียณย่อย พักสักหน่อย ก่อนหมดไฟยาว

โลกทุกวันนี้ที่หมุนเร็วจนแทบตามไม่ทัน บีบคั้นให้ทุกคนต้องประสบความสำเร็จ แต่การทำงานหนักอย่างต่อเนื่องก็ผลักให้ทุกคนเข้าสู่ภาวะหมดไฟ หรือ Burnout ได้อย่างง่ายดาย เพื่อป้องกันไม่ให้ทั้งกายทั้งใจถูกกัดกร่อนไปเรื่อย ๆ กลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างวัยรุ่น Gen Z และ Millennials ก็ไม่อาจทำงานหนักและรอวัยเกษียณที่อายุ 60 ปีได้ ทำให้เกิดแนวคิดใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในต่างประเทศ นั่นคือแนวคิดที่เรียกว่า “Micro-retirement” หรือว่า การเกษียณอายุฉบับย่อย แล้วแนวคิด Micro-retirement ที่ว่ามันคืออะไร ? Micro-Retirement คือ การหยุดพักจากการทำงานประจำชั่วคราวเป็นระยะเวลาหนึ่ง อาจจะเป็น3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี เป็นการหยุดพังของชีวิต เพื่อใช้เวลาไปกับสิ่งที่ต้องการ อาจจะเป็นไปท่องเที่ยวพักผ่อน เติมไฟ หรือไปพัฒนาทักษะใหม่ ๆ หรือแม้แต่พักผ่อนนอนอยู่บ้าน ก่อนกลับเข้าสู่วังวนของการทำงานอีกครั้ง จุดสำคัญของการเกษียณย่อม ๆ ครั้งนี้ ไม่ใช่การลาออกจากงานถาวร แต่เปรียบเสมือนกัน “พักเบรก” แต่ว่าอาจจะยาวนานมากกว่าการพักร้อน หรือวันหยุดยาวทั่ว ๆ ไป สำหรับเป้าหมายหลักของแนวคิด…

สหรัฐฯ ยกเลิกการตรวจลงตราประเทศที่สหรัฐฯ เห็นว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง

เว็บไซต์ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่ เมื่อ 4 มิ.ย.68 ภายใต้คำสั่งฝ่ายบริหารที่ 14161 ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ว่าด้วยมาตรการยกเลิกการตรวจลงตราทุกประเภทกับพลเมืองจาก 12 ประเทศ คือ อัฟกานิสถาน เมียนมา ชาด คองโก อิเควทอเรียลกินี เอริเทรีย เฮติ อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน และเยเมน และยกเว้นการตรวจลงตราบางประเภทให้กับพลเมือง 7 ประเทศ คือ บุรุนดี คิวบา ลาว เซียร์ราลีโอน โตโก เติร์กเมนิสถาน และเวเนซุเอลา ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์อ้างว่า เพื่อปกป้องประเทศจากภัยคุกคามทางการก่อการร้าย หลังเกิดเหตุการณ์เมื่อ 1 มิ.ย.68 ที่มีผู้ก่อเหตุจุดไฟเผาคนในการชุมนุมสนับสนุนอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 15 ราย ซึ่งผู้ก่อเหตุได้รับการตรวจลงตราประเภทเพื่อการท่องเที่ยวและพำนักอยู่ในสหรัฐฯ เกินกำหนดกว่า 2 ปีแล้ว

บริษัท ispace ของญี่ปุ่น ส่งยานอวกาศลงจอดบนดวงจันทร์ไม่สำเร็จ

ถ้อยแถลงของนาย Takeshi Hakamada ประธานกรรมการบริหาร ispace Inc. ซึ่งเป็นบริษัท Startup ของญี่ปุ่น เมื่อ 6 มิ.ย.68 ระบุว่า บริษัทไม่ประสบความสำเร็จในภารกิจส่งยาน Resilience ลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 2 หลังจากความพยายามครั้งแรกเมื่อ เม.ย.66  โดยยาน Resilience ซึ่งบรรทุกหุ่นยนต์สำรวจภาคพื้น และอุปกรณ์สำหรับทำการทดลอง ถูกส่งขึ้นจากฐานปล่อยจรวดในรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ เมื่อ 15 ม.ค.68 มีเป้าหมายลงจอดบริเวณซีกเหนือของดวงจันทร์ และได้พยายามลงจอดบนดวงจันทร์เมื่อ 6 มิ.ย.68 เวลาประมาณ 04.17 น. ตามเวลาญี่ปุ่น อย่างไรก็ดี เวลา 08.00 น. ทีมควบคุมภารกิจไม่สามารถติดต่อกับยานได้อีก จึงตัดสินใจยุติภารกิจ ทั้งนี้ บริษัท Intuitive Machines Inc. จากสหรัฐฯ เป็นบริษัทเอกชนรายแรกของโลกที่สามารถส่งยานลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้สำเร็จ เมื่อ ก.พ.67