ลาว : สายสัมพันธ์พิเศษกับเวียดนาม

ในภูมิภาคอาเซียนความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ที่ถือว่า “สนิท” กันมาคู่หนึ่งของภูมิภาคอาเซียนคือลาวกับเวียดนาม โดยเริ่มจาก สิ่งที่เรียกว่า “สายสัมพันธ์พิเศษ”  สิ่งที่ทำให้ลาวกับเวียดนามสองประเทศ เป็นมากกว่าเพื่อนบ้านธรรมดา คงต้องย้อนกลับไปช่วงสงคราม ทั้งสองประเทศมีรากฐานมาจากแนวคิดทางการเมืองที่เหมือนกัน คือ  คอมมิวนิสต์ และตอนนั้นมีคู่ตรงข้ามร่วมกันก็คือ ฝรั่งเศส ที่เป็นเจ้าอาณานิคม และต่อมาก็คือสหรัฐฯ ที่พยายามกำจัดลัทธิคอมมิวนิสต์  เวียดนามที่นำโดยโฮจิมินห์เป็นเสมือนพี่ใหญ่ รวมกลุ่มกับนักปฏิวัติลาว ที่นำโดยนายไกสอน พมวิหาน และคำไต สีพันดอน รัฐบุรุษคนสำคัญของลาว ทำการต่อสู้เพื่อเอกราชของประเทศ  ซึ่งอาจจะคุ้น ๆ กับเส้นทางโฮจิมินห์ที่การลำเลียงกำลังพลส่วนใหญ่ได้ตัดผ่านประเทศลาว  ทั้งสองประเทศได้ร่วมต่อสู้จนมาเป็นลาวและเวียดนามในปัจจุบัน สนธิสัญญาที่มีร่วมกัน…… จากรากฐานข้างต้นทำให้ความสัมพันธ์ และความร่วมมือทั้งสองประเทศใกล้ชิดสนิทสนม โดยทางการเมือง ทั้งสองประเทศมีพรรคประชาชนปฏิวัติลาว และพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเป็นสิ่งเชื่อมความสัมพันธ์และความร่วมมือ จนเวียดนามได้ชื่อว่าเป็น “พี่ใหญ่” ที่ทรงอิทธิพลทางการเมืองในภูมิภาคอินโดจีน (ลาว กัมพูชา และเวียดนาม) ซึ่งทั้งสามประเทศมีสิ่งที่เรียกว่า “สนธิสัญญาพิเศษ” (Special Treaty) 2 ฉบับที่สำคัญ ได้แก่ 1) สนธิสัญญาว่าด้วยมิตรภาพและความร่วมมือ (Treaty of Amity and…

G7 เรียกร้องทั่วโลกเสริมเสถียรภาพการผลิตและหาแร่ธาตุสำคัญ

สนข. Anadolu รายงานอ้างการแถลงของกลุ่ม G7 ในการประชุมทางไกล เมื่อ 8 ธ.ค.68 เรียกร้องทั่วโลกเร่งเสริมสร้างเสถียรภาพการผลิตและจัดหาแร่ธาตุสำคัญอย่างมีความรับผิดชอบ รวมถึงร่วมทบทวนความคืบหน้าของแผนปฏิบัติการแร่ธาตุสำคัญของ G7 ที่เน้นมาตรฐานด้านความโปร่งใส มีความหลากหลาย มั่นคง และยั่งยืน พร้อมแสดงความกังวลต่อการใช้มาตรการที่ไม่เป็นไปตามกลไกตลาด เช่น การควบคุมการส่งออก ที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก

สอท.สหรัฐฯ ประจำประเทศไทยแจ้งเตือนความปลอดภัยจากกรณีไทย-กัมพูชา

สอท.สหรัฐฯ ประจำประเทศไทยณ กรุงเทพฯ เผยแพร่ประกาศผ่านทางเว็บไซต์เมื่อ 8 ธ.ค.68 ว่า  สหรัฐฯ ได้ติดตามสถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา  พบว่าทวีความรุนแรงมากขึ้น และใช้อาวุธตอบโต้กัน ส่งผลให้สถานการณ์มีความอ่อนไหว และเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา จึงเตือนให้ชาวอเมริกัน หลีกเลี่ยงการเดินทางในระยะ 50 กม. จากชายแดนไทย-กัมพูชา และว่าสหรัฐฯ มีศักยภาพจำกัดในการให้การช่วยเหลือในสภาวะฉุกเฉินในพื้นที่ดังกล่าว  ชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่หรือเดินทางใกล้พื้นที่ได้รับผลกระทบ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานความมั่นคงของไทย ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังคงกำหนดให้สถานะความปลอดภัยในการเดินทางมาไทยอยู่ในระดับ 2 (level 2 – Exercise increased caution) เช่นเดิม

จีนเตรียมปรับปรุงการให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ

สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 8 ธ.ค.68 อ้างนายซุน เยหลี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจีนว่า จีนจะปรับปรุงการให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น ภายในระยะเวลา 5 ปี  เช่น การให้วีซ่า การขอคืนภาษี การให้บริการที่พัก และการคมนาคมภายในประเทศ อีกทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวคุณภาพสูง และจะจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

จีนกับรัสเซียลาดตระเวนทางอากาศในทะเลตะวันออก

ความร่วมมือด้านการทหารระหว่างจีนกับรัสเซียยังคงใกล้ชิดและมีการฝึกร่วมกัน โดยกองทัพจีนกับรัสเซียจัดการฝึกร่วมเพื่อลาดตระเวนทางอากาศเหนือน่านฟ้าทะเลจีนตะวันออก และมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ประจำปี 2568 หรือการฝึกเชิงยุทธศาสตร์ครั้งที่ 10 เมื่อ 9 ธันวาคม 2568 โดยฝ่ายจีนส่งเครื่องบินรบหลายรุ่นเข้าร่วม เช่น เครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่น H-6K bomber เครื่องบินรบรุ่น Su-30 และ J-16 และเครื่องบินตรวจการณ์และควบคุมทางอากาศรุ่น KJ-500A ส่วนรัสเซียส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์รุ่น Tu-95 และเครื่องบินควบคุมทางอากาศรุ่น A-50 เข้าร่วมการฝึก การฝึกร่วมดังกล่าวเป็นไปเพื่อเพิ่มพูนความสามารถในการป้องกันภัยคุกคามของทั้ง 2 ประเทศ ให้มีความพร้อมและปฏิบัติการร่วมกันได้อย่างราบรื่น และส่งเสริมความไว้วางใจระหว่างกองทัพจีนและรัสเซีย ประกอบกับเป็นการแสดงให้นานาชาติเห็นว่า จีนกับรัสเซียยังคงมีความร่วมมือที่แน่นแฟ้นและสนับสนุนความมั่นคงระหว่างกัน ในห้วงที่นานาชาติกำลังกดดันรัสเซียให้ยุติสงครามในยูเครน แม้ว่าการฝึกลาดตระเวนร่วมดังกล่าวจะเป็นไปตามกำหนดการและเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่ทำให้ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกหวาดระแวงและมีความเคลื่อนไหวในลักษณะป้องปรามจีนและรัสเซีย โดยเฉพาะญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยมีรายงานเมื่อ 10 ธันวาคม 2568 ว่า เกาหลีใต้และญี่ปุ่นส่งเครื่องบินรบปฏิบัติการลาดตระเวนเหนือน่านฟ้าในห้วงเวลาที่จีนและรัสเซียฝึกร่วมกัน โดยเกาหลีใต้ระบุว่าเครื่องบินของรัสเซียกับจีนรุกล้ำเขตน่านฟ้าของเกาหลีใต้ หรือ KADIZ โดยไม่ได้ขออนุญาต เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ดังนั้น กองทัพเกาหลีใต้จำเป็นต้องส่งเครื่องบินรบขึ้นไปเตรียมความพร้อมและรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นมาตรการเชิงยุทธวิธี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นระบุว่าจำเป็นต้องติดตามความเคลื่อนไหวของจีนและรัสเซียอย่างใกล้ชิด รวมทั้งส่งเครื่องบินรบขึ้นไปปฏิบัติการตามมาตรการปกป้องน่านฟ้าจากการรุกล้ำและภัยคุกคาม…

ความเสียหาย รวมทั้งท่าทีสหรัฐฯ จีนต่อสถานการณ์ไทย-กัมพูชา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เมื่อ 9-10 ธันวาคม 2568 เน้นท่าทีของรัฐบาลต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ความเสียหายที่เกิดขึ้น ความปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ และสาเหตุของการปะทะครั้งนี้ สื่อยังให้ความสนใจท่าทีของผู้นำของทั้ง 2 ประเทศ ฝ่ายไทย คือ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ขณะที่ฝ่ายกัมพูชา คือ สมเด็จฯ ฮุนเซน ประธานวุฒิสภา ประธานพรรคประชาชนกัมพูชา (พรรครัฐบาล) และอดีตผู้นำประเทศ  ต่างฝ่ายต่างย้ำว่าจำเป็นต้องปฏิบัติการทางทหารเพื่อป้องกันความปลอดภัยของประชาชนและกำจัดภัยคุกคามของชาติ จากข้อสังเกตการรายงานของสื่อต่างประเทศ พบว่าฝ่ายกัมพูชาเน้นการเปิดเผยข้อมูลความสูญเสีย มีพลเรือนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมากจากการปฏิบัติการทางทหารของไทย ขณะที่ฝ่ายไทยรายงานว่า มีทหารเสียชีวิต 4 นาย และได้รับบาดเจ็บ 68 ราย ปัจจุบันต่างประเทศมีข้อมูลว่า ฝ่ายไทยอพยพประชาชนมากกว่า 400,000 คน และมีศูนย์พักพิงชั่วคราวมากกว่า 500 แห่งในพื้นที่ 4 จังหวัดที่มีพรมแดนติดกับกัมพูชา ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาอพยพประชาชนประมาณ 55,000 คน ส่วนประเด็นความปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางไปไทยและกัมพูชาจำนวนมากในช่วงวันหยุดเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ สื่อยุโรปรายงานเกี่ยวกับเหตุปะทะเกิดขึ้นบริเวณพรมแดน รวมทั้งให้ระมัดระวังการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของชาวยุโรป ซึ่งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงด้วย เช่น เกาะช้าง เกาะหมาก…

ออสเตรเลีย และมาเลเซียเข้มงวดในการใช้โซเชียลมีเดียในเยาวชน

“Social Media” ที่เราคุ้นหูกัน หากจะเรียกตามราชบัณฑิตสถานกำหนดไว้ ก็จะเรียกว่า “สื่อสังคม”ซึ่งหมายถึงสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสื่อกลางที่ให้บุคคลทั่วไปมีส่วนร่วมสร้างและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่าง ๆ อย่างไรก็ดี เกิดอะไรขึ้นกับแพลตฟอร์มออนไลน์ของ social media ที่มีรายงานมาโดยตลอดว่ากำลังถูกประเทศต่าง ๆ จำกัดการเข้าถึงอย่างจริงจัง เฉพาะอย่างยิ่งมุ่งเป้าหมายไปที่กลุ่มวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาวที่อาจพูดได้ว่า แพลตฟอร์มออนไลน์คือส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว เช่น การติดต่อสื่อสาร การแสดงความเห็น สร้างเครือข่ายที่มีความเห็นร่วมกัน การซื้อ-ขายสินค้าหรือแม้แต่การแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือระหว่างกัน ในสหรัฐ ฯ วัยรุ่นชาวอเมริกันนิยมใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ของ social media เช่นกัน ซึ่งสถาบันวิจัย Pew (Pew Research Center) ที่มีชื่อเสียงของสหรัฐฯ ได้เผยแพร่ผลการสำรวจเมื่อ พฤศจิกายน 2568 โดยวัยรุ่นชาวอเมริกันส่วนใหญ่ (ร้อยละ 84) ใช้ YouTube รองลงไปคือ Facebook, Instagram, TikTok, WhatsApp, Reddit ,Snapchat X, Threads, Bluesky และTruth Social อย่างไรก็ดี…

เลขาธิการ UN กังวลการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการ UN แถลงผ่านแอปพลิเคชัน X เมื่อ 9 ธ.ค.68 กังวลต่อการปะทะกันด้วยอาวุธครั้งใหม่ระหว่างกัมพูชากับไทย โดยเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการยกระดับสถานการณ์ และกลับมายึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง รวมทั้งใช้กลไกการเจรจาทั้งหมด เพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่ยั่งยืนผ่านวิถีทางที่สันติ ทั้งนี้ UN พร้อมสนับสนุนความพยายามทุกประการที่มุ่งส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง และการพัฒนาในภูมิภาค

สอท.ญี่ปุ่น ณ กรุงเทพฯ แจ้งเตือนการปะทะทางทหารบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

สอท.ญี่ปุ่น ณ กรุงเทพฯ ออกประกาศเมื่อ 8 ธ.ค.68 เรื่อง แจ้งเตือนการปะทะทางทหารบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ฉบับที่ 7)  นอกจากนี้ ขอให้ชาวญี่ปุ่นปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางการอย่างเคร่งครัด ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากอาจเกิดเหตุไม่คาดคิดในพื้นที่ชายแดนดังกล่าว พร้อมย้ำว่ารัฐบาลญี่ปุ่นปรับเพิ่มการแจ้งเตือนความเสี่ยงการเดินทางไปไทยเป็นระดับ 3 สำหรับพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ จ.สุรินทร์ จ.บุรีรัมย์ จ.อุบลราชธานี จ.สระแก้ว จ.จันทบุรี และ จ.ตราด ในรัศมี 50 กม. จากชายแดนกัมพูชา นับแต่ไทยและกัมพูชาเริ่มสู้รบเมื่อ ก.ค.68 ซึ่งการแจ้งเตือนดังกล่าวยังคงมีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน  ในกรณีฉุกเฉิน ให้ติดต่อฝ่ายกงสุล สอท.ญี่ปุ่น ณ กรุงเทพฯ

อินเดียเรียกร้องให้จีนปฏิบัติต่อพลเมืองอินเดียอย่างเป็นธรรม ขณะเดินทางไปจีน

ถ้อยแถลงของโฆษก กต.อินเดีย ระหว่างการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ มื่อ 8 ธ.ค.68 กรณีทางการจีนกักขังพลเมืองอินเดียจากรัฐอรุณาจัลประเทศโดยพลการ โดยอ้างว่าบุคคลดังกล่าวถือหนังสือเดินทางที่เป็นโมฆะ ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้ เมื่อ 21 พ.ย.68 ว่า อินเดียขอเรียกร้องให้ทางการจีนและท่าอากาศยานนานาชาติจีนทุกแห่ง ปฏิบัติต่อพลเมืองอินเดียอย่างเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่กักขังโดยพลการหรือคุกคาม รวมถึงเคารพอนุสัญญาด้านการควบคุมการบินระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อพลเมืองอินเดียในการเดินทางไปจีนหรือเดินทางผ่านจีน อย่างไรก็ดี กต.อินเดีย ขอแนะนำให้พลเมืองอินเดียใช้ดุลยพินิจอย่างเหมาะสม ขณะเดินทางเยือนจีนหรือเดินทางผ่านจีน พร้อมทั้งกล่าวย้ำว่า “รัฐอรุณาจัลประเทศ” เป็นส่วนหนึ่งของอินเดียและเป็นส่วนสำคัญที่ไม่สามารถแยกออกจากอินเดียได้