จีนส่งเสริมการพัฒนาโครงการสำคัญกับอินโดนีเซีย

สนข. Xinhua รายงานเมื่อ 20 พ.ค.68 ว่า ในการพบหารือระหว่างนายหวัง อี้ รมว.กต.จีนกับนาย Luhut Binsar Pandjaitan ประธานสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของอินโดนีเซีย ที่กรุงปักกิ่ง นายหวังระบุว่า จีนพร้อมร่วมมือกับอินโดนีเซียเพื่อกระชับความสัมพันธ์ในโครงการสำคัญต่าง ๆ อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงจาการ์ตา-บันดุง และระเบียงเศรษฐกิจที่ครอบคลุมแห่งภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Corridor) ยกระดับและขยายความร่วมมือสู่ด้านอื่น ๆ เช่น ทางทะเลและแร่ธาตุ นอกจากนี้ จีนยินดีที่อินโดนีเซียได้เข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS โดยพร้อมจะส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งบันดุง (การประชุมเอเชีย-แอฟริกา เมื่อปี 2498) ขับเคลื่อนการบูรณาการทางเศรษฐกิจในภูมิภาค และร่วมกันสร้างความมีเสถียรภาพแก่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อเสริมสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันเพื่อมนุษยชาติ ขณะที่นาย Luhut ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างจีน-อินโดนีเซีย และพร้อมจะยกระดับความร่วมมือกับจีน เพื่อเสริมสร้างความเป็นเอกภาพระหว่างกลุ่มประเทศซีกโลกใต้

รมว.กระทรวงเกษตรของญี่ปุ่นลาออก

นายเอโต ทาคุ รมว.กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ของญี่ปุ่นได้ยื่นหนังสือลาออกต่อนายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น เมื่อ 21 พ.ค.68 ภายหลังเผชิญกระแสวิจารณ์จากพรรคฝ่ายค้าน และประชาชนญี่ปุ่นต่อการให้สัมภาษณ์ในงานระดมทุนของพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ที่จังหวัดซากะ เมื่อ 18 พ.ค.68 ว่า ไม่เคยต้องซื้อข้าว เพราะได้รับข้าวจากผู้สนับสนุนเป็นจำนวนมากจนสามารถนำไปขายได้ การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจเป็นวงกว้างในญี่ปุ่น เนื่องจากขณะนี้ญี่ปุ่นประสบปัญหาขาดแคลนข้าว และราคาข้าวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สื่อมวลชนคาดว่า นาย Shinjiro Koizumi อดีต รมว.กระทรวงสิ่งแวดล้อมจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง แทน

เหตุยิงเจ้าหน้าที่อิสราเอลในสหรัฐฯ เชื่อมโยงแนวคิดต่อต้านยิว

  สื่อสหรัฐฯ รายงานเมื่อ 22 พฤษภาคม 2568 กรณีชายติดอาวุธก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐฯ ที่บริเวณพิพิธภัณฑ์ Capital Jewish Museum กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ชาวอิสราเอล 2 รายเสียชีวิต ได้แก่ นาย Yaron Lischinsky และนางสาว Sarah Milgrim และมีผู้บาดเจ็บ 2 คน ส่วนผู้ต้องสงสัย คือ นาย Elias Rodriguez อายุ 30 ปี ตะโกนว่า “Free Free Palestine!” ก่อนจะก่อเหตุยิง จากนั้นพยายามหลบหนีเจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ และถูกจับกุมได้ สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (FBI) กำลังสืบสวนมูลเหตุจูงใจและประวัติของผู้ต้องสงสัย ด้านนาย Yechiel Leiter ออท.อิสราเอล/วอชิงตัน ดี.ซี.ระบุว่าผู้เสียชีวิตเป็นคู่รักชาวอิสราเอลที่มีแผนจะเข้าพิธีหมั้นกันในสัปดาห์หน้า และไปเยือนพิพิธภัณฑ์ เนื่องจากกำลังจัดงาน…

AI เปลี่ยนโลกศิลปะ และปรัชญามนุษยนิยม

การใช้ความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะเป็นประเด็นถกเถียงสำคัญทั้งในมิติความมั่นคงแรงงาน จิตวิญญาณ และท้าทายระดับการรับรู้ถึงสุนทรียศาสตร์ของมนุษย์!! การถกแถลงกันระหว่างผู้ที่นิยมใช้ผลงานจากเทคโนโลยี AI เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตกับผู้ที่ยืนยันการให้คุณค่ากับผลงานที่มาจากการสร้างสรรค์ด้วยน้ำมือของมนุษย์มากกว่ายังเป็นประเด็นให้พูดคุยกันได้ไม่รู้จบ .. บทความเรื่องนี้ขอหยิบยกส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหวทางสังคมแบบใหม่ (new-movement) ที่เกิดจากชุมชนคนใช้ AI เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่มีมูลค่าและเป็นที่ต้องการในตลาด จนทำให้เกิดปรากฏการณ์ Art in Flux หรือความลื่นไหลทางศิลปะนั่นเอง มาลองไล่เรียงดูว่าเกิดอะไรขึ้นในวงการศิลปะที่เปลี่ยนแปลงจากน้ำมือมนุษย์ไปสู่ยุคดิจิทัล ย้อนกลับไปเมื่อ 54,000 ปีก่อน… มนุษย์เริ่มสร้างสรรค์สิ่งที่พบเห็นลงบนฝาผนังถ้ำ เพื่อที่จะถ่ายทอดจินตนาการของตนเองไปสู่บุคคลอื่น กระบวนการสร้างสรรค์ชิ้นงานโดยอาศัยความสร้างสรรค์นี้ เรียกว่า “ศิลปะ” จนถึงปัจจุบัน “ศิลปะ” ยังคงทำหน้าที่ในการสะท้อนความคิด อารมณ์ ที่สื่อสารออกมาจากศิลปินที่มีเป้าหมายต้องการสร้างการรับรู้หรือรู้สึก และคุณค่าให้กับผู้ชมผ่านหลายแบบ ไม่ว่าจะใช้หินสีจากธรรมชาติระบายผนังถ้ำหรือโบสถ์ การระบายสีน้ำด้วยพู่กันลงบนผืนผ้าใบ การใช้สีน้ำมันหรือสีอะคริลิกกับพื้นผิวต่าง ๆ การพ่นสีสเปรย์ลงบนผนัง …วิธีการเหล่านี้ต่างก็ต้องอาศัยการใช้ทักษะ วัสดุอุปกรณ์ และการฝึกฝนจนชำนาญ ศิลปินต้องฝึกฝนเพื่อให้ผู้ชมได้รับชมผลงานพร้อมมีอรรถรสอย่างเต็มเปี่ยม แต่เมื่อยุคสมัย“เทคโนโลยีสารสนเทศ” คนส่วนใหญ่ใช้เวลาชื่นชมชิ้นงานบนผนังน้อยลง และก้มหน้าสู่จอโทรศัพท์มากขึ้น ทำให้ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะบางส่วนมองว่าพวกเขาต้องเปลี่ยนการนำเสนอผลงานแบบ “ดิจิทัล”..นั่นคือการเกิดขึ้นของ “ศิลปะดิจิทัล” หรือ Digital Art ที่ใช้คอมพิวเตอร์ แท็บเลต และซอฟต์แวร์…ที่จริงแล้ว…

ประธานาธิบดีอินโดนีเซียเสร็จสิ้นการเดินทางเยือนไทย

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย แถลงผลหารือกับ นรม.แพทองธาร ชินวัตร หลังเสร็จสิ้นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อ 19 พ.ค.68 ว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องการเสริมสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์  มุ่งขยายการค้ากับไทยในภาคอุตสาหกรรมฮาลาล เศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานและการบิน รวมทั้งแผนการจัดตั้งคณะกรรมาธิการการค้าร่วมเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ ประธานาธิบดีปราโบโวยังส่งเสริมความร่วมมือเพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน ทั้งปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ การค้ามนุษย์และการค้ายาเสพติด โดยมุ่งประสานความร่วมมือผ่านการประชุมคณะกรรมการระดับสูงและการเจรจาด้านความมั่นคงประจำปี ทั้งนี้ การค้าไทย-อินโดนีเซียมีมูลค่า 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อปี 2567 อินโดนีเซียขาดดุลกับไทย 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากปี 2566 ที่ขาดดุล 3,080 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประธานาธิบดีไต้หวันพร้อมเจรจากับจีนควบคู่การเสริมสร้างการป้องกันตนเอง

นสพ. Taipei Times รายงานเมื่อ 20 พ.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน ในโอกาสครบรอบ 1 ปีของการดำรงตำแหน่งว่า ไต้หวันต้องการสันติภาพและพร้อมจะเจรจากับจีนบนหลักการเคารพศักดิ์ศรีซึ่งกันและกัน ขณะที่จะต้องเสริมสร้างศักยภาพการป้องกันตนเองต่อไป เนื่องจากชาวไต้หวันยึดมั่นในสันติภาพ และการสู้รบจะสร้างความเสียหายให้แก่ทั้งสองฝ่าย อีกทั้งการเตรียมพร้อมสู้รบจะเป็นวิธีหลีกเลี่ยงการสู้รบที่ดีที่สุด ทั้งนี้ สำนักงานกิจการไต้หวันของจีนยังไม่ตอบโต้หรือให้ความเห็นเกี่ยวกับถ้อยแถลงดังกล่าวของประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ

รัสเซียเผชิญอุปสรรคในการเติบโตทางเศรษฐกิจ

นาง Elvira Nabiullah ผู้ว่าการธนาคารกลางรัสเซียเปิดเผยว่า ปัญหาเงินเฟ้อและการขาดแคลนแรงงานยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของรัสเซีย แต่ธนาคารกลางรัสเซียไม่มีนโยบายเปลี่ยนแปลงเป้าหมายเงินเฟ้อโดยจะคงไว้ที่ร้อยละ 4 ต่อปี การพิจารณาปรับลด ธนาคารกลางจะฟังความเห็นของภาคธุรกิจเพื่อประกอบการพิจารณา นาง Nabiullah ยังระบุว่าธนาคารกลางรัสเซียเห็นถึงความสำคัญของการใช้เงินรูเบิลดิจิทัลในการทำสัญญารูปแบบดิจิทัล การค้าส่ง และการค้าข้ามพรมแดน รวมถึงการใช้ศักยภาพของปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค ตลอดจนการปกป้องสิทธิ์ของผู้ฝากเงิน โดยไม่สนับสนุนให้ธนาคารมีส่วนร่วมหรือเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทการเงิน

อาเซียนและคู่เจรจาสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีที่มีกฎระเบียบ

การประชุมหารือพิเศษระหว่างรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนกับจีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่นจัดขึ้นเมื่อ 20 พ.ค.68 ผ่านระบบออนไลน์ มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีที่มีกฎระเบียบ และมีองค์การการค้าโลก (WTO) เป็นศูนย์กลาง โดยในการหารือกับจีนจะลงนามในพิธีสารยกระดับเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน 3.0 ภายในปี 2568 ครอบคลุมประเด็นเศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว และความเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่การหารือกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการมีผลบังคับใช้ของพิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–ออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์ (AANZFTA) และให้ความสำคัญกับการพัฒนาขีดความสามารถเพื่อให้ประเทศสมาชิกสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลง AANZFTA ได้อย่างทั่วถึง ผ่านโครงการ Regional Trade for Development (RT4D) การหารือกับญี่ปุ่น มุ่งเน้นการปรับปรุงความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอาเซียน–ญี่ปุ่น (AJCEP) และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน และส่งเสริมความร่วมมือในภาคส่วน เช่น พลังงานสะอาด ยานยนต์ การพัฒนาและการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ

ปานามาให้เรือจากทุกประเทศเดินเรือผ่านคลองปานานาอย่างปลอดภัย

นายคาร์ลอส โอยอส รมช.กต.ปานามา ยืนยันในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เมื่อ 20 พ.ค.68 ว่า ปานามามุ่งมั่นต่อการรักษาความเป็นกลางโดยเรือจากทุกประเทศสามารถเดินเรือผ่านคลองปานามาได้อย่างปลอดภัยและไม่มีการเลือกปฏิบัติ อีกทั้งยืนยันความพยายามในการดำเนินนโยบายด้านความมั่นคงและความรับผิดชอบทางกฎหมายเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของเรือพาณิชย์ที่จดทะเบียนภายใต้ธงปานามา ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญคือ ป้องกันไม่ให้เรือพาณิชย์ที่จดทะเบียนภายใต้ธงปานามาถูกใช้หาผลประโยชน์หรือทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่น ลักลอบขนอาวุธ ยาเสพติด และฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรของ UNSC การแสดงท่าทีของปานามาในประเด็นความเป็นกลางของปานามาครั้งนี้ มีขึ้นในห้วงที่ปานามากับสหรัฐฯ ยังมีความตึงเครียดระหว่างกัน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ อ้างว่าปานามามอบให้จีนบริหารและจัดการเดินเรือในคลองปานามา และขู่จะใช้กำลังทหารยึดคลองปานามาคืน 

กัมพูชาร่วมมือกับบริษัท The Studio ผู้ผลิตภาพยนตร์รายใหญ่ของโลก

  บริษัท Camwood Studios ของกัมพูชาเมื่อ 21 พฤษภาคม 2568 ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือกับบริษัท The Studio ผู้ผลิตภาพยนตร์รายใหญ่ของโลก ที่กรุงพนมเปญ โดย MoU ดังกล่าวจะสนับสนุนให้บริษัท The Studio เข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ในกัมพูชาอย่างน้อย 10 เรื่อง เพื่อเผยแพร่ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมสูง ได้แก่ Amazon Prime Video, Netflix, Shahid และ HBO Max นอกจากนี้ บริษัท The Studio จะต้องร่วมมือกับบริษัท Camwood Studios เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศด้วย ตลอดจนดึงดูดนักแสดงและเทคโนโลยีการทำภาพยนตร์ระดับโลกไปถ่ายทอดให้กัมพูชา รัฐบาลกัมพูชาสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศ โดยเชื่อว่าการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ (creative economy) ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการจ้างงานและการพัฒนากัมพูชาให้มีศักยภาพเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และสื่อบันเทิงในกัมพูชาจะช่วยให้สามารถลดการพึ่งพารายได้ของประเทศจากภาคเกษตรกรรม โครงการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมและโรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญมาโดยตลอด…