ทร.อินเดียประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธ BrahMos บริเวณทะเลอาหรับ

เว็บไซต์ The Telegraph Online รายงานเมื่อ 28 เม.ย.68 ว่า ทร.อินเดียประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธ BrahMos หลายครั้งบริเวณทะเลอาหรับ เพื่อทดสอบศักยภาพของเรือรบและลูกเรือสำหรับการยิงระยะไกลในการปกป้องความมั่นคงทางทะเล นอกจากนี้ อินเดียยังนำเรือรบอื่นเข้าร่วมภารกิจ ได้แก่ เรือพิฆาตติดอาวุธปล่อยนำวิถี INS Kolkata เรือฟริเกต INS Nilgiri เรือรบล่องหนฟริเกตชั้น Krivak เรือบรรทุกเครื่องบิน INS Vikrant และเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลพิสัยไกล P8I ที่ประจำการอยู่ในทะเลอาหรับ

ชาวฝรั่งเศสชุมนุมต่อต้าน Islamophobia หลังชายมุสลิมถูกสังหารในมัสยิด

สนข.Euronews รายงานเมื่อ 28 เม.ย. 68 ว่า ผู้แทน NGOs ฝ่ายการเมือง ผู้นำศาสนา และชาวฝรั่งเศสจำนวนหลายร้อยคนชุมนุมที่ Place de la République กรุงปารีส ฝรั่งเศส เมื่อ 27 เม.ย. 68 เพื่อต่อต้านแนวคิดเกลียดกลัวอิสลาม (Islamophobia) และไว้อาลัยต่อชายชาวมุสลิมที่ถูกแทงเสียชีวิตในมัสยิดที่เมือง La Grand Combe ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสเมื่อ 25 เม.ย. 68 โดยคนร้ายตะโกนด่าท่อพระเจ้าของศาสนาอิสลามก่อนลงมือก่อเหตุ ทั้งนี้ ภาคประชาสังคมในฝรั่งเศสกังวลเกี่ยวกับแนวคิดเกลียดกลัวอิสลามที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่การใช้ถ้อยคำสร้างความเกลียดชัง รวมถึงการฆาตรกรรมดังกล่าว ขณะเดียวกัน นรม.ฝรั่งเศสประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นการเหยียดศาสนาอิสลาม ส่วนประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงย้ำว่า การเหยียดเชื้อชาติและความเกลียดชังบนพื้นฐานของศาสนาจะไม่เกิดขึ้นในฝรั่งเศส อีกทั้งเสรีภาพทางศาสนาเป็นสิ่งที่ละเมิดไม่ได้  ด้านผู้นำศาสนาอิสลามในปารีสเรียกร้องให้ทางการสอบสวนแรงจูงใจเบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ และระบุให้ชัดเจนว่าสามารถจัดเป็นการก่อการร้ายได้หรือไม่

สิงคโปร์เข้มงวดการแสดงความเห็นทางออนไลน์ช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งทั่วไป

สนข.ABC News รายงานเมื่อ 27 เม.ย.68 ว่า องค์การพัฒนาสื่อสารสนเทศและการสื่อสาร (Infocomm Media Development Authority-IMDA) ของสิงคโปร์ ได้ออกคำสั่งตามกฎหมายเลือกตั้งที่ควบคุมการโฆษณาทางออนไลน์โดยชาวต่างชาติ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2566 ให้ Meta (บริษัทแม่ของ Facebook) ปิดกั้นการเข้าถึงโพสต์จากชาวต่างชาติที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเมือง ก่อนการเลือกตั้งทั่วไป 3 พ.ค.68 นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีการบังคับใช้ หลัง IMDA ตรวจพบข้อความของชาวต่างชาติบนโซเชียลมีเดีย เข้าข่ายพยายามช่วยเหลือหรือทำร้ายพรรคการเมืองหรือตัวผู้สมัครเลือกตั้ง ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวมีเนื้อหา ห้ามชาวต่างชาติโพสต์โฆษณาการเลือกตั้งทางออนไลน์ ซึ่งหมายถึงโพสต์ที่จะทำให้ผู้คนชอบหรือไม่ชอบพรรคการเมืองหรือตัวผู้สมัคร ซึ่งอาจส่งต่อการเมืองในประเทศ และอาจทำให้ประชาชนตัดสินใจเลือกตั้งโดยคิดถึงเรื่องของเชื้อชาติหรือศาสนา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม

รัสเซียจะคงรักษาช่องทางการหารือกับสหรัฐฯ ในระยะยาว

สนข. TASS รายงานเมื่อ 28 เม.ย. 68 ว่า นายเซียเกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย หารือทางโทรศัพท์กับ นายมาร์โก รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ ว่า ปัจจุบันรัสเซียกับสหรัฐฯ หารือและแลกเปลี่ยนทัศนะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และจะคงต่อไป ส่วนกรณีนาย Kirill Dmitriev ผู้แทนประธานาธิบดีรัสเซียด้านการลงทุนและความร่วมมือทางเศรษฐกิจแสดงความคาดหวังว่า นักลงทุนสหรัฐฯ จะกลับเข้าสู่ตลาดรัสเซียในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2568 นายลาฟรอฟ ระบุว่า รัสเซียไม่ได้ต่อต้านภาคเอกชนสหรัฐฯ แต่ต้องยอมรับว่าธุรกิจของสหรัฐฯสูญเสียพื้นที่การลงทุนบางส่วนให้นักลงทุนรัสเซียและนักลงทุนชาติอื่นจากการถอนการลงทุนจากรัสเซีย ในห้วงความขัดแย้งรัสเซีย–ยูเครน รัสเซียปฏิบัติต่อนักลงทุนต่างชาติทุกชาติอย่างเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ดี รัสเซียพร้อมเปิดรับและพิจารณาโครงการลงทุนใหม่ ๆ ของสหรัฐ ที่จะเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน

บริษัท Sarvam ได้รับเลือกให้เข้าร่วมโครงการพัฒนา AI ของอินเดีย

เว็บไซต์ The Times of India รายงานเมื่อ 28 เม.ย.68 ว่า นาย Ashwini Vaishnaw รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศของอินเดีย ประกาศผลการคัดเลือกให้บริษัท Sarvam (บริษัทสตาร์ทอัพด้าน AI ที่มีฐานอยู่ในเมืองเบงคลูรู รัฐกรณาฏกะ) เป็นผู้พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models-LLMs) ตัวแรกของอินเดียภายใน 6 เดือน  โดย Sarvam เป็นสตาร์ทอัปแห่งแรกที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการภายใต้ภารกิจ India AI มูลค่า 121,460.36 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10,370 ล้านรูปี) ของอินเดีย ภายใต้โครงการพิเศษนี้ Sarvam จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล อาทิ สิทธิ์การเข้าถึงหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) จำนวน 4,000 หน่วยเป็นเวลา 6 เดือนเพื่อให้บริษัทสร้างและฝึกอบรมโมเดลของตน และการปรับแต่งให้เหมาะสมกับภาษาอินเดียโดยเฉพาะ

นรม.ญี่ปุ่น พบหารือกับเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม

เว็บไซต์ กต.ญี่ปุ่น รายงานเมื่อ 27 เม.ย.68 ว่า นายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น พบหารือกับ พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ที่กรุงฮานอย โดย นรม.ญี่ปุ่น ระบุว่า การยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับเวียดนามจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองประเทศ และจะร่วมมือกันเสริมสร้างระเบียบระหว่างประเทศที่เสรีและเปิดกว้างบนพื้นฐานของหลักนิติธรรมและระบบการค้าพหุภาคี รวมถึงความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และ Green Transformation (GX) นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือประเด็นทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะผลกระทบของมาตรการภาษีของสหรัฐฯ และการดำเนินการตอบโต้ของจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและระบบการค้าพหุภาคี 

ประธานาธิบดีจีนเยือนภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต.เพื่อสร้างแนวร่วมรับมือมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เดินทางเยือนภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ระหว่าง 14-18 เม.ย.68  ประกอบด้วย เวียดนาม 14-15 เม.ย.68 มาเลเซีย 15-17 เม.ย.68 และกัมพูชา 17-18 เม.ย.68 เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับภูมิภาคที่จีนให้ความสำคัญลำดับแรกตามนโยบายการทูตประเทศเพื่อนบ้าน (Neighbourhood Diplomacy) และสร้างแนวร่วมรับมือกับมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ภายใต้แนวคิด “ครอบครัวเอเชีย” (Asian Family) ที่มุ่งเสริมสร้างความเป็นเอกภาพ ความร่วมมือ และผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งนี้ การเยือนดังกล่าวยังมีนัยสำคัญยิ่งขึ้นในภาวะที่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ กำลังถดถอยจากความตึงเครียดทางการค้าและการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากเป็นกลุ่มประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจใกล้ชิดกับจีน แต่ก็พึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐฯ และได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) ของสหรัฐฯ โดยเวียดนาม มาเลเซีย และกัมพูชามีสัดส่วนการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ ที่ร้อยละ 34 ร้อยละ 16 และร้อยละ 38 เมื่อปี 2567 ตามลำดับ ขณะที่ถูกสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าที่ร้อยละ 46 ร้อยละ 24 และร้อยละ 49 ตามลำดับ

บทบาทสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในมิติความมั่นคงมนุษย์ และต่างประเทศ

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรนิกายคาทอลิก สิ้นพระชนม์เมื่อปลายเมษายน 2568 ขณะที่กระบวนการคัดเลือกสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นโดยได้รับความสนใจจากคริสต์ศาสนิกชนและทั่วโลก เพราะนอกจากจะเป็นการคัดเลือกบุคคลสำคัญที่เป็นผู้นำทางศาสนาแล้ว บทบาทของสมเด็จพระสันตะปาปายังมีอิทธิพลต่อบรรยากาศความมั่นคงระหว่างประเทศ  เฉพาะอย่างยิ่งด้านการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคงมนุษย์ด้วย บทความนี้ขอแสดงความไว้อาลัยแก่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ผู้ได้รับฉายาว่าเป็นโป๊ปสายก้าวหน้า และผู้สนับสนุนคนชายขอบในสังคมโลก โดยขอนำเสนอ “ผลงาน” ในมิติความมั่นคงระหว่างประเทศที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสได้ใช้เวลา 12 ปี ระหว่างการดำรงตำแหน่งสร้างความเปลี่ยนแปลงและคาดหวังว่าจะเป็นทิศทางที่ดีของศาสนจักรที่จะส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงของโลกต่อไป ขอเริ่มที่บทบาทของพระองค์กับการส่งเสริมแนวคิดความมั่นคงมนุษย์ ……. ความมั่นคงมนุษย์นั้นเป็นกระบวนทัศน์ที่เชื่อว่ารัฐและสังคมจะอยู่รอดปลอดภัยและปราศจากภัยคุกคามอันตรายได้ ก็ต่อเมื่อ “มนุษย์” ในสังคมรู้สึกปลอดภัย มีสิทธิและเข้าถึงทรัพยากรต่าง ๆ และความต้องการพื้นฐานได้อย่างเท่าเทียม แนวคิดที่ส่งเสริมความมั่นคงมนุษย์จะมีรากฐานส่วนใหญ่มาจากการให้ความสำคัญกับ “สิทธิ” ของมนุษย์ในสังคม ดังนั้น การที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ผู้มาจากอาร์เจนตินา ใช้บทบาทของพระองค์เพื่อการเรียกร้องสิทธิและโอกาสเท่าเทียมทางสังคมให้กลุ่มผู้อพยพ ชนกลุ่มน้อย คนยากไร้ และผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ+ จึงเป็นผลงานที่โดดเด่นและสร้างความแตกต่างจากคริสตจักรสายอนุรักษ์นิยม จนทำให้สื่อต่างประเทศมอบฉายาโป๊ปสายก้าวหน้าแก่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ซึ่งเป็นไปตามพระประสงค์ที่ท่านเลือกใช้พระนามว่า “Francis”  ในมาจากนามของนักบุญฟรังซิส ผู้ก่อตั้งคณะนักบวชฟรังซิสกัน ผู้สนใจและเอาใจใส่ผู้ด้อยโอกาส ส่งเสริมสันติภาพ และรักษ์สิ่งแวดล้อม บทบาทในมิตินี้โป๊ปก็เคยได้แสดงให้เห็นเด่นชัด ตอนที่เสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการเมื่อพฤศจิกายน 2562 นอกจากการเข้าเฝ้าบุคคลสำคัญของไทย ท่านได้ประกอบพิธีสหบูชามิสซาเพื่อประชาสันบุรุษ ที่สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย ในกรุงเทพฯ แล้ว…

คริสต์ศาสนิกชนเข้าร่วมพิธีพระศพสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจำนวนมาก

คริสต์ศาสนิกชนและผู้นำโลกจำนวนมากเข้าร่วมพิธีพระศพสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ที่กรุงโรม อิตาลี ใน 26 เมษายน 2568 หลังจากที่สำนักวาติกันเปิดให้คริสต์ศาสนิกชนและบุคคลที่ศรัทธาเคารพพระศพได้ที่มหาวิหาร St. Peter ที่นครรัฐวาติกันเป็นระยะเวลา 3 วัน มีรายงานว่ามีผู้เดินทางไปเคารพพระศพประมาณ 250,000 คน ในพิธีพระศพต่าง ๆ จะมีพระคาร์ดินัล Camerlengo Kevin Farrell เป็นพระประธานในพิธี  ที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสต้องการให้พิธีพระศพเป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่ซับซ้อนและไม่ต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ยุ่งยาก

UN ประเมินว่าความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก

องค์การสหประชาชาติ (United Nations – UN) ประเมินสถานการณ์สังคมโลกปี 2568 เมื่อ 24 เม.ย.68 ว่า ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมรุนแรงขึ้น โดยประชากรโลกมากว่า 2,800 ล้านคน มีรายได้ต่อวันต่ำกว่า 6.85 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ยากจนขั้นรุนแรง นอกจากนี้ ประชากรทั้งในประเทศรายได้น้อยและรายได้สูงทั่วโลกกำลังเผชิญภาวะไม่มั่นคงในการจ้างงานและอุปสรรคในการเข้าถึงงานที่มีคุณภาพ พิจารณาจากแนวโน้มการจ้างงานนอกระบบที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจมากขึ้น และส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสาธารณะที่มีต่อสถาบันต่างๆ ในสังคม รวมถึงความไว้วางใจซึ่งกันลดต่ำลง และเสี่ยงนำไปสู่ความแตกแยกทางสังคม ทั้งนี้ UN เสนอให้รัฐบาลทั่วโลกดำเนินนโยบายเชิงรุก ขยายการเข้าถึงบริการสาธารณะที่มีคุณภาพ เช่น การศึกษา การรักษาพยาบาล ที่อยู่อาศัย และระบบคุ้มครองทางสังคมที่แข็งแกร่ง