ออสเตรเลียเริ่มเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป

นายดอน ฟาร์เรล รมว.กระทรวงการค้าของออสเตรเลีย หารือกับนาย Maros Sefcovic กรรมาธิการยุโรปด้านความมั่นคงทางการค้าและเศรษฐกิจ ผ่านระบบประชุมทางไกล เมื่อ 9 เม.ย.68 เกี่ยวกับการกลับมาเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement-FTA) ออสเตรเลีย-สหภาพยุโรป (EU) หลังการเจรจาเมื่อปี 2566 ล้มเหลว เนื่องจากขัดแย้งกันในประเด็นการเข้าถึงสินค้าเกษตรออสเตรเลีย โดยการหารือครั้งนี้เป็นไปในเชิงบวก แต่เป็นเพียงเบื้องต้นเท่านั้นและจะเจรจาอีกครั้งหลังออสเตรเลียเสร็จสิ้นการเลือกตั้งทั่วไปใน 3 พ.ค.68 ทั้งนี้ ยุโรปเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 3 ของออสเตรเลีย รองจากจีนและญี่ปุ่น และออสเตรเลียส่งออกไปยัง EU ประมาณร้อยละ 20 มากกว่าสหรัฐฯ ที่ร้อยละ 5 ท่าทีของออสเตรเลียมีขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายทางเศรษฐกิจจากนโยบายการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ และหลังนายริชาร์ด มาร์ลส์ รอง นรม.และ รมว.กห.ออสเตรเลีย ปฏิเสธข้อเสนอของนาย Xiao Qian ออท.จีน ณ กรุงแคนเบอร์รา ที่เรียกร้องให้ออสเตรเลียร่วมมือกับจีนดำเนินมาตรการตอบโต้การขึ้นภาษีของสหรัฐฯ โดยออสเตรเลียจะมุ่งกระจายตลาดการค้าให้หลากหลายมากขึ้นกับอินโดนีเซีย อินเดีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

เกาหลีใต้และซีเรียสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ

กต.เกาหลีใต้ ออกแถลงการณ์ เมื่อ 11 เม.ย.68 ว่า ในการพบหารือระหว่างนายโช แท-ย็อล รมว.กต.เกาหลีใต้ กับนาย Asaad al-Shaibani รมว.กต.ซีเรีย ที่กรุงดามัสกัส เมื่อ 10 เม.ย.68 (ตามเวลาซีเรีย) ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต เกาหลีใต้คาดหวังว่า การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจะส่งเสริมความร่วมมือกับซีเรีย โดยเกาหลีใต้จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ ให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม เพื่อสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูประเทศ รวมถึงเสนอบทบาทของภาคเอกชนเกาหลีใต้ในภาคส่วนดังกล่าว ขณะที่นาย al-Shaibani ร้องขอให้เกาหลีใต้สนับสนุนการบรรเทามาตรการคว่ำบาตรต่อซีเรีย  ทั้งนี้ การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับซีเรีย ทำให้เกาหลีใต้มีความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 191 ประเทศสมาชิกสหประชาชาติ (ไม่รวมเกาหลีเหนือ) ที่ผ่านมา เกาหลีใต้พยายามพัฒนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศที่ใกล้ชิดกับเกาหลีเหนือ เช่น คิวบา เมื่อปี 2567

เกาหลีใต้และสหรัฐฯ ทำแผนการรบฉบับใหม่เพื่อรับมือภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ

สนข. Yonhap รายงานเมื่อ 10 เม.ย.68 อ้างแถลงการณ์ของ พล.อ. Xavier Brunson ผบ.กองกำลังทหารสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ (U.S. Forces Korea-USFK) ต่อคณะกรรมาธิการการทหารของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ว่า เกาหลีใต้และสหรัฐฯ ลงนามในแผนการรบเต็มรูปแบบ (OPLAN) ฉบับใหม่เมื่อปี 2567 ภายใต้ชื่อ OPLAN 5022 แทนแผน OPLAN 5015  โดยแผนฉบับใหม่มีจุดประสงค์เตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ เฉพาะอย่างยิ่งกรณีเกาหลีเหนือมีขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและอาวุธทำลายล้างสูงที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ใช้แผนดังกล่าวในการซ้อมรบร่วมเพื่อปรับแผนทางทหารให้สมบูรณ์และเพิ่มความสามารถในการปฏิบัติการร่วมระหว่างกำลังผสมสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ (Combined Force Command-CFC) นอกจากนี้ พล.อ. Brunson ย้ำการคงกองกำลังทหารสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ เนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ส่งเสริมความมั่นคงในภูมิภาค

จีนพร้อมพูดคุยกับสหรัฐฯ แต่ก็พร้อมตอบโต้จนถึงที่สุด

โฆษก พณ.จีน ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเมื่อ 10 เม.ย.68 ในประเด็นการเจรจากับสหรัฐฯ เรื่องภาษีศุลกากร โดยพร้อมเสมอหากสหรัฐฯ ต้องการพูดคุย แต่จะต้องบนพื้นฐานของความเท่าเทียมและการเคารพซึ่งกันและกัน แต่หากสหรัฐฯ ต้องการสู้ จีนก็จะต่อสู้อย่างถึงที่สุด ซึ่งแนวทางกดดัน ข่มขู่ หรือบีบบังคับไม่ใช้วิถีทางที่ถูกต้องที่จะใช้กับจีน ขณะที่โฆษก กต.จีนระบุว่า จีนคัดค้านอย่างหนักแน่นและจะไม่ยอมรับพฤติกรรมเอาแต่ใจและระรานผู้อื่น หากสหรัฐฯ ต้องการพูดคุยกันอย่างแท้จริง ควรแสดงทัศนคติที่แสดงออกถึงการเคารพ เท่าเทียม และต่างตอบแทน แต่หากสหรัฐฯ เพิกเฉยต่อผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศและประชาคมระหว่างประเทศ รวมทั้งยืนยันที่จะยั่วยุด้วยมาตรการภาษีและสงครามการค้า จีนก็จะตอบโต้จนถึงที่สุด

NSA และ FBI แจ้งเตือนกลุ่มแฮ็กเกอร์ใช้เทคนิค Fast Flux โจมตีต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ

สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ (NSA) สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากแคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ออกแจ้งเตือนเมื่อ 3 เม.ย.68 ว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์ ใช้เทคนิค fast flux เพื่อโจมตีต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและความมั่นคงของชาติ

AI Agents มีแนวโน้มเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่

AI Agents (AI ที่สามารถทำงานได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องสั่งการ) สามารถเป็นเครื่องมือสำหรับการโจมตีทางไซเบอร์ได้ โดยตัว AI Agents สามารถระบุเป้าหมายที่มีช่องโหว่และดักขโมยข้อมูลที่สำคัญโดยที่เป้าหมายไม่รู้ตัว

สหรัฐฯ เลื่อนกำหนดการใช้มาตรการภาษี 90 วัน ยกเว้นจีน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 9 เมษายน 2568 ประกาศเลื่อนกำหนดการบังคับใช้มาตรการขึ้นภาษีตอบโต้ในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ออกไปอีก 90 วัน ทำให้ประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ จะเผชิญภาษีนำเข้าสินค้าเท่ากันบนพื้นฐานที่ร้อยละ 10 ยกเว้นจีน ที่สหรัฐฯ จะยังคงมาตรการภาษีตอบโต้ โดยเพิ่มอีกรวมเป็นร้อยละ 125 เพราะจีนไม่ปรับเปลี่ยนนโยบายการค้าต่อสหรัฐฯ ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ให้เหตุผลว่าจีนไม่เคารพระเบียบการค้าโลก สหรัฐฯ จึงจำเป็นต้องปรับเพิ่มภาษี ขณะเดียวกันก็หวังว่าจีนจะเปลี่ยนนโยบายโดยเร็ว ด้วยการเจรจาและทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ เหมือนกับประเทศอื่น ๆ

อิสราเอลโจมตีที่พักอาศัยพลเรือนในฉนวนกาซา ฝรั่งเศสอาจยอมรับรัฐปาเลสไตน์

อิสราเอลยังคงแข็งกร้าว โดยเมื่อ 10 เมษายน 2568 โจมตีที่พักอาศัยของพลเรือนและประชาชนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ที่เมือง Gaza City ย่าน Shujayea ส่งผลให้มีประชาชนอย่างน้อย 35 คนเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ 55 คน สูญหายอีกมากกว่า 80 คน เนื่องจากสภาพอาคารถล่ม นักวิเคราะห์ประเมินว่ารูปแบบการโจมตีของอิสราเอลเปลี่ยนไป  จากเหตุการณ์โจมตีครั้งนี้ สะท้อนชัดเจนว่าอิสราเอลต้องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ เนื่องจากมุ่งโจมตีพลเรือนและทำให้ความสูญเสียจำนวนมาก ขณะที่การโจมตีก่อนหน้านี้จะมีเป้าหมายเป็นกลุ่มติดอาวุธ

ไทยเสนอแนวทางใช้หารือกับสหรัฐฯ : สะเทือนส่งออก 9 แสนล้านบาท

หลายภาคส่วนในไทยได้มีการหารือ และเสนอแนวทางการรับมือกับการประกาศภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรีให้ข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางการเจรจากับสหรัฐฯ ว่าเป้าหมายของสหรัฐฯ ที่ปรับเพิ่มภาษี ได้แก่ 1) ลดการถูกเอาเปรียบจากการขาดดุลทางการค้า และสร้างสมดุลทางการค้าให้กับสหรัฐฯ 2) นำรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเก็บภาษี ไปลดภาระการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐฯ และ 3) ดึงผู้ประกอบการและกลุ่มบริษัทของสหรัฐฯ ให้ย้ายฐานการผลิตกลับไปสหรัฐฯ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด ทั้งก่อนและหลังการการประกาศภาษีตอบโต้ของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งขอหยิบยกข้อประเมินของนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. ที่ได้ระดมสมองหามาตรการรับมือกับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐ ซึ่งมูลค่าเสียหายจากการขึ้นภาษีดังกล่าว คาดว่าประมาณ  800,000-900,000 ล้านบาท กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน อาหาร พลาสติก และเคมีภัณฑ์ ซึ่งอัตราภาษีที่สหรัฐฯ เรียกเก็บสูงขึ้น ทำให้ราคาสินค้าไทยในสหรัฐฯ เสียเปรียบคู่แข่ง ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมรองเท้า อาจได้รับประโยชน์จากสถานการณ์นี้ เนื่องจากประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามและกัมพูชา ถูกเก็บภาษีสูงกว่า ทำให้สินค้าไทยแข่งขันในตลาดสหรัฐได้ดีขึ้น นายเกรียงไกร ประธาน ส.อ.ท.ได้เสนอมาตรการและหนทางที่จะหารือกับสหรัฐ เช่น 1) เจรจาสร้างความสมดุลการค้า ทั้งการนำเข้า และส่งออก เช่น นำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ เพื่อมาแปรรูป และส่งออกให้มากขึ้น…

เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงมากจากนโยบายขึ้นภาษีของสหรัฐฯ

เศรษฐกิจโลกในปี 2568 จากที่ไม่ค่อยสดใสอยู่แล้ว มีความเสี่ยงที่จะชะลอตัวลงไปอีก จากผลกระทบของการขึ้นนโยบายภาษีตอบโต้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเมื่อ 2 เมษายน 2568 แม้สหรัฐฯ จะเลื่อนการตอบโต้ทางภาษีออกไปอีก 90 วันขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัวลง หรืออาจเข้าสู่ภาวะถดถอย เพราะสินค้าที่ส่งออกไปสหรัฐฯ ราคาแพงขึ้น จนส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อ และส่งผลให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวอเมริกันที่คิดเป็นร้อยละ 70 ของ GDP ของประเทศอ่อนแอลง  อย่างไรก็ดี สถาบันการเงินระหว่างประเทศ เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF หรือสถาบันการเงินชั้นนำก็ยังเชื่อว่ามาตรการขึ้นภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ จะไม่ทำให้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2568  เข้าสู่ภาวะถดถอย Kristalina Georgieva กรรมการจัดการของ IMF เตือนการขึ้นภาษีตอบโต้ของประธานาธิบดีทรัมป์ว่าจะทำให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อเศรษฐกิจโลก พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าหลีกเลี่ยงที่ทำให้เกิดสงครามการค้า และหาทางออกร่วมกัน ส่วนการประเมินผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจโลกนั้น IMF กำลังประเมินอยู่ และจะเผยแพร่รายงานที่จัดทำร่วมกับธนาคารโลกในภาพรวมในการประชุมเดือนเมษายน 2568 นี้ แต่ยืนยันว่าส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ดี น่าจะยังไม่ทำให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยอันใกล้นี้ แต่ชะลอตัวลงจากที่คาดไว้ที่ร้อยละ 3.3 แน่นอน…